Social Listening Tools เครื่องมือดักฟังเสียงผู้บริโภคด้วย Data
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่านเคยได้ยินสำนวนที่ว่า หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ไหมคะ ในสมัยก่อนเราอาจจะพูดคุยระบายความในใจกันแค่ในวงสนทนาเล็กๆ แต่ในโลกยุคดิจิทัลทุกวันนี้ ทุกข้อความที่เราบ่นลงเฟซบุ๊ก ทุกรูปภาพที่เรารีวิวลงทวิตเตอร์ หรือทุกกระทู้ที่เราตั้งคำถาม มันคือเสียงที่ดังก้องกังวานไปทั่วโลกออนไลน์ และเสียงเหล่านั้นแหละค่ะ คือ ขุมทรัพย์ข้อมูลมหาศาลที่แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกต่างจ้องมองตาเป็นมัน จนเกิดเป็นเครื่องมืออัจฉริยะที่ชื่อว่า โซเชียลลิสเทนนิง หรือถ้าแปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายก็คือเครื่องมือดักฟังเสียงสังคมนั่นเอง วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องมือตัวนี้ ว่ามันทำงานอย่างไร และทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงขาดมันไม่ได้ Social Listening คืออะไร ลองจินตนาการว่าคุณมีเรดาร์วิเศษเครื่องหนึ่ง ที่สามารถกวาดสัญญาณไปทั่วอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือเว็บบอร์ดชื่อดัง เพื่อค้นหาว่า “ตอนนี้มีใครกำลังพูดถึงชื่อแบรนด์ของเราบ้าง” หรือ “เขากำลังพูดถึงสินค้าชิ้นนี้ว่าอย่างไร” Social Listening มีหน้าที่อะไร มันไม่ใช่การไปแอบเจาะข้อมูลส่วนตัวนะคะ แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เปิดเผยเป็นสาธารณะอยู่แล้ว มารวมไว้ในที่เดียว แล้วใช้สมองกลอัจฉริยะช่วยวิเคราะห์ว่า คนกำลังชม ด่า หรือต้องการอะไรจากเรา หลักการทำงานจากคำค้นหาสู่ข้อมูลเชิงลึก การทำงานของระบบนี้ เริ่มต้นจากสิ่งที่เรียกว่า คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ด ค่ะ สมมติว่าคุณเปิดร้านขาย “ชานมไข่มุก” คุณอาจจะตั้งคำค้นหาในระบบว่า “ชานมไข่มุก” “หวานน้อย” “ไข่มุกแข็ง” หรือชื่อร้านของคุณเอง เมื่อระบบเริ่มทำงาน มันจะวิ่งไปกวาดทุกโพสต์ที่มีคำเหล่านี้ปรากฏอยู่ แล้วนำมารายงานผลให้คุณทราบทันที ซึ่งความเก่งกาจของมันช่วยให้คุณเห็นความจริงใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ค่ะ 1. รู้ทันความรู้สึก (เขาด่าหรือเขาชม) ระบบปัญญาประดิษฐ์จะช่วยอ่านข้อความและแยกแยะอารมณ์ให้ค่ะว่า ข้อความที่พูดถึงเรานั้นเป็น “เชิงบวก” หรือ “เชิงลบ” เช่น ถ้ามีลูกค้าโพสต์ว่า “ร้านนี้ไข่มุกแข็งเหมือนหิน” ระบบจะแจ้งเตือนเป็นสีแดงทันที ทำให้คุณรีบเข้าไปขอโทษและแก้ไขสถานการณ์ได้ก่อนที่เรื่องจะลุกลามกลายเป็นดราม่าใหญ่โต 2. รู้ทันความต้องการที่ซ่อนอยู่ บางครั้งลูกค้าไม่ได้พูดกับเราตรงๆ ค่ะ แต่เขาไปบ่นกับเพื่อน เช่น เขาอาจจะโพสต์ลอยๆ ว่า “อยากกินชานมที่ใส่เจลลี่บุกจัง หาร้านยากมาก” ถ้าคุณใช้เครื่องมือนี้ คุณจะเห็นโอกาสทันทีว่า “อ๋อ ตลาดกำลังต้องการเจลลี่บุก” แล้วคุณก็สามารถผลิตสินค้านั้นออกมาขายเป็นเจ้าแรกๆ ได้เลย 3. รู้ทันคู่แข่ง สุภาษิตว่า “รู้เขารู้เรา…
