รวมข้อกฎหมายเบื้องต้นควรรู้ก่อนใช้บริการรับจ้างทำเว็บ (ลิขสิทธิ์รูป/สัญญาจ้าง) อ่านเข้าใจง่าย
การตัดสินใจสร้างเว็บไซต์สักหนึ่งเว็บ เปรียบเสมือนการสร้างหน้าร้านหรืออาคารสำนักงานบนโลกออนไลน์ครับ หลายท่านมักโฟกัสไปที่ความสวยงามของดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งานที่ล้ำสมัย หรือราคาค่าจ้างที่คุ้มค่า แต่กลับมองข้ามเรื่องสำคัญที่เป็นรากฐานที่สุด นั่นคือ “ข้อกฎหมายและสัญญาจ้าง” มีกรณีศึกษามากมายที่ผู้จ้างต้องมานั่งปวดหัวภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์เสร็จแล้วแต่ไม่ได้ไฟล์งาน โดนฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์รูปภาพหลักแสน หรือจ้างทำเว็บแล้วผู้รับจ้างทิ้งงานโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่ได้ทำสัญญาให้รัดกุม พี่แว่น อยากชวนเจ้าของธุรกิจทุกท่านมาทำความเข้าใจข้อกฎหมายเบื้องต้นแบบภาษาชาวบ้าน เพื่อให้การจ้างทำเว็บของคุณราบรื่น ปลอดภัย และได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เว็บไซต์อย่างแท้จริงครับ ลิขสิทธิ์รูปภาพและฟอนต์ กับดักที่ทำให้คนทำเว็บโดนฟ้องมากที่สุด เรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่สร้างความเสียหายระดับมหาศาลที่สุดในการทำเว็บไซต์ คือเรื่องของ ลิขสิทธิ์ (Copyright) ครับ บ่อยครั้งที่ผู้รับจ้างหรือฟรีแลนซ์อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือตัวเจ้าของธุรกิจเองเป็นคนส่งรูปให้ โดยไม่ได้ตระหนักถึงที่มาของทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านั้น รูปภาพจาก Google ใช้ไม่ได้เสมอไป การค้นหารูปใน Google แล้วกด Save มาใช้งานบนเว็บไซต์ธุรกิจ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก เจ้าของภาพมีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทันที โดยไม่ต้องแจ้งเตือนล่วงหน้า ทางแก้: ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า รูปภาพที่ใช้ต้องมาจากแหล่งที่ถูกลิขสิทธิ์ (Stock Photo) เช่น Shutterstock, Getty Images หรือเป็นรูปที่ถ่ายเองเท่านั้น และต้องระบุว่า “ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย” ในส่วนนี้ ฟอนต์ฟรีอาจไม่มีอยู่จริงในเชิงพาณิชย์ ฟอนต์ (Font) หรือรูปแบบตัวอักษร ก็มีลิขสิทธิ์เช่นกัน ฟอนต์บางตัวเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัว (Personal Use) แต่หากนำมาใช้บนเว็บไซต์เพื่อการค้า (Commercial Use) จะต้องเสียเงินซื้อสิทธิ์ ข้อควรระวัง: ตรวจสอบสัญญาอนุญาต (License) ของฟอนต์ที่ผู้รับจ้างเลือกใช้เสมอ หากนำฟอนต์ที่ไม่มี License มาใช้ เจ้าของธุรกิจคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายในฐานะเจ้าของเว็บ สัญญาจ้างทำของ vs สัญญาจ้างแรงงาน ต้องแยกให้ขาด การจ้างทำเว็บไซต์ ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จัดอยู่ในประเภท “สัญญาจ้างทำของ” ครับ ซึ่งมีความแตกต่างจากสัญญาจ้างแรงงานทั่วไปที่จ่ายเงินเดือน กรรมสิทธิ์ในงานเป็นของใคร ตามกฎหมายแล้ว ในสัญญาจ้างทำของ หากไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น “ลิขสิทธิ์ในงานที่ทำขึ้น จะตกเป็นของผู้ว่าจ้าง (คุณ)” ทันทีที่มีการส่งมอบและชำระเงินครบถ้วน แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ในสัญญาควรระบุให้ชัดเจนว่า “บรรดาลิขสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการว่าจ้างนี้ ให้ตกเป็นของผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียว”…

