Elementor vs Gutenberg (Block Editor) ใช้อะไรทำเว็บดีกว่ากัน
8 มกราคม 2026 8 มกราคม 2026
เวลาที่เราเริ่มต้นทำเว็บไซต์ WordPress แล้วต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใช้เครื่องมือตัวไหนในการออกแบบดีไซน์เว็บไซต์ดีนะ ระหว่างเลือกใช้ Elementor หรือจะเลือกเป็น Gutenberg ทั้งสองตัวนี้สามารถใช้สร้างเว็บไซต์ได้ค่ะ แล้วก็ช่วยสร้างเว็บไซต์ได้ดีทั้งคู่ แต่แบบไหนจะเหมาะกับเว็บของเรามากกว่า บทความนี้พี่แว่นจะช่วยแนะนำให้รู้จักกับเครื่องมือสองตัวนี้ให้มากขึ้นนะคะ ทั้งแนะนำทั้งข้อดี-ข้อเสีย รวมถึงเปรียบเทียบความแตกต่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เพื่อให้ทุกคนเลือกเครื่องมือทำเว็บไซต์ได้เหมาะสมและตรงกับความต้องการที่สุด
Elementor คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง
Elementor คือเครื่องมือสร้างหน้าเว็บของ WordPress ในรูปแบบ Page Builder ที่เน้นการออกแบบด้วยการลากและวาง (Drag & Drop) ผู้ใช้งานสามารถเห็นหน้าตาเว็บไซต์จริงขณะแก้ไขได้เลย จึงเป็นข้อดีที่เหมาะกับคนไม่เคยทำเว็บไซต์มาก่อน ช่วยให้การออกแบบเว็บเป็นเรื่องง่ายขึ้นค่ะ
Elementor เหมาะกับคนที่ต้องการเว็บไซต์ที่ดูสวย ดูทันสมัย และต้องการออกแบบดีไซน์ด้วยตัวเอง เหมาะกับเว็บธุรกิจ เว็บบริการ เว็บขายของออนไลน์ หรือเว็บไซต์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือและโดดเด่น โดยเฉพาะคนที่อยากแก้ไขหน้าเว็บเองได้ ไม่ต้องคอยพึ่งแต่ทีมดูแลเว็บไซต์อย่างเดียว
ข้อดีของ Elementor
ออกแบบเว็บไซต์ง่าย เหมาะกับมือใหม่มาก Elementor ช่วยลดความซับซ้อนของการทำเว็บไซต์ค่ะ เพราะทุกอย่างทำผ่านการลากและวาง ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ ปุ่ม แบบฟอร์ม หรือแบนเนอร์ สามารถจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ทำให้เข้าใจโครงสร้างหน้าเว็บได้เร็ว และไม่รู้สึกว่าการทำเว็บเป็นเรื่องยากเกินไป
เห็นผลลัพธ์จริงแบบเรียลไทม์ ทุกการแก้ไขจะสะท้อนบนหน้าเว็บทันที ไม่ต้องกดพรีวิวหรือรีเฟรชหลายรอบ ช่วยประหยัดเวลา และลดความสับสนค่ะ เหมาะกับคนที่อยากเห็นภาพรวมของหน้าเว็บตั้งแต่ขั้นตอนแรกๆ
ปรับดีไซน์ได้ละเอียดและยืดหยุ่น Elementor เปิดโอกาสให้ปรับสี ฟอนต์ ขนาดตัวอักษร ระยะห่าง และโครงสร้าง Layout ได้ละเอียด ทำให้เว็บไซต์มีเอกลักษณ์ และสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของธุรกิจมากขึ้น
มีเทมเพลตสำเร็จรูปช่วยให้เริ่มต้นไว สำหรับคนที่ไม่อยากเริ่มจากหน้าว่างๆ Elementor มีเทมเพลตให้เลือกใช้งานจำนวนมาก ช่วยให้สร้างหน้าเว็บสวยๆ ได้เร็ว และนำไปปรับต่อให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้ง่ายค่ะ
รองรับการแสดงผลบนมือถืออย่างดี ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าแยกสำหรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และมือถือได้ ช่วยแก้ปัญหาเว็บแสดงผลผิดเพี้ยน หรืออ่านยากบนขนาดจอขนาดเล็ก
ข้อเสียของ Elementor
ถ้าใช้ลูกเล่นเยอะ เว็บจะโหลดช้าลง การใส่วิดเจ็ต เอฟเฟกต์ หรือแอนิเมชันมากๆ อาจทำให้หน้าเว็บโหลดช้าลง โดยเฉพาะเว็บที่ใช้โฮสติ้งแพ็คเกจระดับเริ่มต้น ควรใช้งานอย่างพอดี ไม่มากเกินไป และวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ดีตั้งแต่แรกค่ะ
ฟีเจอร์สำคัญมักอยู่ในเวอร์ชั่น Pro Elementor เวอร์ชันฟรีใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่หากต้องการฟังก์ชันขั้นสูง เช่น ฟอร์มที่ซับซ้อน หรือการออกแบบบางรูปแบบ สามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น Pro ได้นะคะ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย ถ้าใครอยากใช้แบบ Pro ควรวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าค่ะ
โครงสร้างเว็บซับซ้อนเมื่อใช้งานไปนานๆ หากสร้างหน้าเว็บจำนวนมากโดยไม่ได้วางระบบให้เป็นระเบียบตั้งแต่ต้น การแก้ไขหรือดูแลต่อในอนาคตอาจใช้เวลามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคนเข้ามาจัดการหน้าเว็บร่วมกัน
Gutenberg หรือ Block Editor คืออะไร
Gutenberg หรือ Block Editor เป็นเครื่องมือแก้ไขเนื้อหาหลักของ WordPress ที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานตั้งแต่เริ่มต้น แนวคิดของ Gutenberg คือการแยกเนื้อหาออกเป็นบล็อก เช่น บล็อกข้อความ บล็อกรูปภาพ บล็อกหัวข้อ หรือบล็อกปุ่ม ทำให้การจัดการเนื้อหาเป็นระบบมากขึ้นค่ะ
Gutenberg เหมาะกับเว็บไซต์ที่เน้นเนื้อหาเป็นหลัก เช่น เว็บบทความ เว็บข่าว เว็บความรู้ หรือเว็บไซต์ธุรกิจที่ต้องการความเรียบง่าย โหลดเร็ว และดูแลระยะยาวได้สะดวก โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือเสริมมากเกินไป
ข้อดีของ Gutenberg
เว็บไซต์เบา โหลดเร็ว และโครงสร้างสะอาด เนื่องจากเป็นระบบหลักของ WordPress จึงทำงานได้เข้ากันดี ไม่สร้างภาระให้เว็บมาก เหมาะกับเว็บที่ให้ความสำคัญกับความเร็ว และการทำ SEO ในระยะยาวค่ะ
เหมาะกับการจัดการเนื้อหาจำนวนมาก ระบบบล็อกช่วยให้จัดการเนื้อหาเป็นสัดส่วน แก้ไขง่าย เหมาะกับเว็บที่มีการอัพเดทบทความหรือข่าวสารเป็นประจำ
มีความยืดหยุ่น ง่ายต่อการดูแลในระยะยาว Gutenberg รองรับการอัพเดทของ WordPress โดยตรง ลดความเสี่ยงเรื่องปลั๊กอินหรือระบบไม่เข้ากัน เหมาะกับคนที่อยากได้เว็บที่ดูแลง่ายในระยะยาวค่ะ
ข้อเสียของ Gutenberg
ดีไซน์ไม่หวือหวาเท่า Page Builder Gutenberg จะเน้นความเรียบและใช้งานจริง หากต้องการหน้าเว็บที่มีลูกเล่นหรือ Layout พิเศษ อาจต้องพึ่งธีมที่ออกแบบมาดี หรือปลั๊กอินเสริมเพิ่มเติมค่ะ
ผู้เริ่มต้นอาจต้องปรับตัวกับระบบบล็อก ช่วงแรกอาจรู้สึกว่าวิธีใช้งานแตกต่างจากการพิมพ์เอกสารทั่วไป เพราะมีการจัดวางแบบ Block Editor แต่เมื่อเข้าใจวิธีการทำงาน ก็จะจัดการเนื้อหาทำได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น
เลือกใช้ Elementor หรือ Gutenberg แบบไหนเหมาะกับเว็บเราที่สุด
ถ้าอยากได้เว็บสวย ปรับแต่งอิสระ และอยากเห็นหน้าเว็บแบบเรียลไทม์ Elementor จะตอบโจทย์มาก แต่ถ้าเน้นเว็บเบา โหลดไว และโฟกัสที่เนื้อหา Gutenberg จะเหมาะกว่า หลายเว็บยังเลือกใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน เช่น ใช้ Elementor กับหน้าหลัก และใช้ Gutenberg สำหรับบทความ ก็ช่วยให้ได้ข้อดีของทั้งสองเครื่องมือค่ะ
สุดท้ายไม่ว่าจะเลือกใช้ Elementor หรือ Gutenberg สิ่งสำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ออกมาดี คือการเลือกเครื่องมือที่เราเข้าใจ ใช้งานได้จริง และดูแลต่อได้ในระยะยาวค่ะ เพื่อให้เราและทีมของเราดูแลและจัดการเว็บไซต์ง่าย ยิ่งถ้าเราใช้ทั้งเป็นทั้งคู่ รู้จักเครื่องมือเป็นอย่างดี รวมถึงเข้าใจทั้งข้อดี-ข้อเสียของแต่ละแบบ หากต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่ๆ หรือต้องปรับแต่งเว็บไซต์เดิมของลูกค้า เราก็จะสามารถดูแล ปรับแต่ง และแก้ไขเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี
Web Content & Admin ออกแบบและจัดโครงสร้างเว็บให้ Responsive รองรับทุกขนาดหน้าจอ รับทำเว็บไซต์ให้เป็นไปตามหลัก SEO