Supreme จิตวิทยาความขาดแคลน (Scarcity) ทำไมอิฐก้อนเดียวถึงราคาแพง
อิฐแดงก่อสร้างแถวบ้านก้อนละ 5 บาท แต่ถ้าอิฐก้อนนั้นปั๊มตราโลโก้คำว่า Supreme ลงไป ราคาจะพุ่งกระฉูดไปเป็น 1,000 บาทและถูกนำไปขายต่อในราคาแตะ 30,000 บาท ทันที! นี่ไม่ใช่เรื่องตลก แต่มันเกิดขึ้นจริงในปี 2016 เมื่อ Supreme แบรนด์สตรีทแวร์จากนิวยอร์กปล่อยสินค้าคอลเลกชัน Fall/Winter และหนึ่งในนั้นคือ “อิฐ” ที่ขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาที ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากคุณภาพของดินเหนียว แต่เกิดจากกลยุทธ์การตลาดที่เล่นกับจิตวิทยา ที่เรียกว่าความขาดแคลน ได้อย่างบ้าคลั่งที่สุดในโลกธุรกิจ วันนี้จะพามาถอดรหัสกลยุทธ์ของ Supreme กันค่ะ The Drop Model ศิลปะแห่งการทำให้ “ไม่พอขาย” จริง ๆ กลยุทย์นี้ คือ Demand คนที่มีความต้องการมาก แต่ไม่การผลิต ไม่ได้ตอบโจทย์คนเหล่านี้ แต่ Supreme เลือกที่จะแหกกฎนั้นด้วยการทำความขาดแคลนแบบหลอก ๆ ค่ะ Supreme ไม่ได้ผลิตน้อยเพราะไม่มีกำลังผลิต แต่พวกเขาตั้งใจผลิตให้น้อยกว่าความต้องการเสมอ ผ่านกลยุทธ์ที่เรียกว่า The Drop ปล่อยของทีละนิด ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 11 โมง (ตามเวลาท้องถิ่น) คือเวลาปล่อยของใหม่ หมดแล้วหมดเลย ไม่มีการ Restock (เติมของ) ถ้าพลาดครั้งนี้ คือพลาดตลอดกาล ผลลัพธ์ เกิดอาการ FOMO (Fear Of Missing Out) หรือความกลัวที่จะตกขบวน แฟนคลับจึงต้องรีบกดซื้อทันทีโดยไม่ต้องคิด (เพราะถ้าคิด ของจะหมดก่อน) Veblen Goods ยิ่งแพง ยิ่งหายาก ยิ่งอยากได้ ในทางเศรษฐศาสตร์ สินค้าทั่วไปถ้าราคาขึ้น คนจะซื้อน้อยลง แต่สำหรับสินค้าประเภทสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อแสดงฐานะ ยิ่งราคาแพงหรือยิ่งหายาก คนกลับยิ่งต้องการค่ะ อิฐของ Supreme คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของ Veblen Good ในโลกสตรีทแวร์ ประโยชน์ใช้สอย แทบเป็นศูนย์จะเอาไปสร้างบ้านก็ต้องใช้เงินมาก…
