Match Type ใน Google Ads ต่างกันอย่างไร Broad Phrase Exact ส่งผลต่อยอดขายยังไง
หนึ่งในความลับที่กำหนดว่าโฆษณา Google Ads ของคุณจะ รุ่ง หรือ ร่วง ไม่ได้อยู่ที่ข้อความโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณสั่งให้ Google จับคู่คำค้นหา หรือที่เรียกว่า Keyword Match Types ค่ะ การเลือก Match Type ผิดประเภท ก็เหมือนกับการหว่านแหจับปลาผิดวิธี บางครั้งคุณอาจจะได้ขยะติดมามากกว่าปลา หรือบางครั้งแหของคุณก็เล็กเกินไปจนจับปลาไม่ได้สักตัว วันนี้จะมาสรุปความแตกต่างของ Match Type ทั้ง 3 แบบ Broad, Phrase, Exact ให้เห็นภาพชัดเจน และวิเคราะห์ว่าแต่ละแบบส่งผลต่อเงินในกระเป๋าและยอดขายของคุณอย่างไรค่ะ 3 ระดับความแม่นยำ ของ Keyword Match Types Google แบ่งระดับความกว้างในการค้นหาออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งมีสัญลักษณ์และการทำงานที่ต่างกันดังนี้ค่ะ 1.Broad Match นี่คือค่าเริ่มต้นที่ Google ตั้งมาให้ ถ้าคุณพิมพ์ Keyword ลงไปเฉยๆ โดยไม่ใส่เครื่องหมายอะไรเลย ระบบจะถือว่าเป็น Broad Match ทันที สัญลักษณ์ ไม่มี พิมพ์คำลงไปเลย การทำงาน ระบบจะโชว์โฆษณาเมื่อมีคนค้นหาคำที่ เกี่ยวข้อง กับ Keyword ของคุณ ไม่จำเป็นต้องมีคำนั้นเป๊ะๆ อาจเป็นคำพ้องความหมาย รูปประโยคที่ใกล้เคียง หรือแม้แต่เรื่องที่เกี่ยวโยงกัน ตัวอย่าง Keyword รองเท้าวิ่ง คำค้นหาที่อาจเจอโฆษณา ซื้อรองเท้ากีฬา, รองเท้าผ้าใบราคาถูก, วิธีเลือกรองเท้าวิ่ง ผลลัพธ์ คนเห็นเยอะที่สุดแต่ความแม่นยำต่ำที่สุด มีโอกาสได้คลิกจากคนที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อสูง 2. Phrase Match นี่คือทางสายกลางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีความยืดหยุ่นแต่ยังควบคุมความหมายได้ สัญลักษณ์ Keyword เครื่องหมายคำพูด การทำงาน ระบบจะโชว์โฆษณาเมื่อมีคนค้นหาที่มี ความหมายตรงกับวลี ที่เรากำหนดไว้ โดยอาจจะมีคำอื่นมาขยายหน้าหรือหลังก็ได้ แต่ใจความสำคัญต้องยังอยู่ ตัวอย่าง…
