LEGO Turnaround จากเกือบล้มละลาย สู่แบรนด์ของเล่นอันดับ 1 ของโลก
เมื่อพูดถึง LEGO (เลโก้) ภาพจำของทุกคนคือตัวต่อพลาสติกสีสันสดใสที่ครองใจเด็กๆ และผู้ใหญ่ทั่วโลก เป็นแบรนด์ที่ดูมั่นคง แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในปี 2003 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้เคยเข้าใกล้คำว่า “ล้มละลาย” จนเกือบต้องขายกิจการมาแล้ว อะไรที่ทำให้ LEGO หลงทางจนเกือบปิดตำนาน? และพวกเขาใช้วิธีไหนพลิกฟื้นธุรกิจจากที่มีหนี้สินมหาศาล กลับมาผงาดเป็นบริษัทของเล่นที่มีมูลค่าแบรนด์สูงที่สุดในโลก (แซงหน้า Barbie ของ Mattel)? บทความนี้ พี่แว่น จะพาไปถอดรหัสกลยุทธ์ “The Great Turnaround” ฉบับ LEGO ครับ วิกฤตการณ์ปี 2003 เมื่อนวัตกรรมกลายเป็นกับดัก ในช่วงปลายยุค 90s ถึงต้นปี 2000 LEGO ประสบปัญหาการเติบโตหยุดชะงัก (Stagnation) ผู้บริหารในยุคนั้นพยายามแก้เกมด้วยแนวคิดที่ว่าตัวต่อพลาสติกกำลังจะตาย ในตอนที่วิดีโอเกมเริ่มรุ่งเรือง พวกเขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด คือการ “Diversify” (กระจายความเสี่ยง) มากเกินไป LEGO พยายามทำทุกอย่างที่ไม่ใช่ LEGO ทำสวนสนุก LEGOLAND เองทั่วโลก ทำวิดีโอเกมเอง ผลิตเสื้อผ้า นาฬิกา และจิวเวลรี่ ออกสินค้าใหม่แปลกๆ เช่น Galidor หรือ Jack Stone ซึ่งแทบไม่ต้องต่อตัวต่อเลย ผลลัพธ์ ต้นทุนพุ่งกระฉูด แต่ยอดขายกลับดิ่งลงเหว ในปี 2003 LEGO ขาดทุนมหาศาล ยอดขายตกต่ำถึง 30% และมีหนี้สินกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทในค่าเงินปัจจุบัน) สถานการณ์วิกฤตจนถึงขั้นที่มีข่าวลือว่าบริษัทของเล่นคู่แข่งเตรียมเข้าซื้อกิจการ จุดเปลี่ยนสำคัญ การมาของ Jørgen Vig Knudstorp ในปี 2004 บริษัทตัดสินใจเดิมพันครั้งสุดท้ายด้วยการแต่งตั้ง CEO คนใหม่ Jørgen Vig Knudstorp อดีตที่ปรึกษาจาก…

