E-E-A-T ปัจจัยความน่าเชื่อถือที่ SEO ยุคใหม่เลี่ยงไม่ได้

E-E-A-T ปัจจัยความน่าเชื่อถือที่ SEO ยุคใหม่เลี่ยงไม่ได้

ย้อนกลับไปเมื่อก่อน ถ้าคุณอยากให้เว็บน่าเชื่อถือในสายตา Google คุณอาจจะแค่หา Backlink จากเว็บใหญ่ๆ สักหน่อยก็พอแล้ว

แต่ปัจจุบันนี้… ไม่พอแล้วค่ะ Google รู้ดีว่าผู้ใช้งานกำลังเผชิญกับ Fake News, ข้อมูลสุขภาพผิดๆ และรีวิวสินค้าปลอมๆ ที่เกลื่อนเมือง Google จึงต้องยกระดับมาตรฐานการคัดกรองเนื้อหาให้เข้มข้นขึ้น โดยใช้เกณฑ์ที่เรียกว่า E-E-A-T

E-E-A-T คืออะไร?

ต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะว่า E-E-A-T ไม่ใช่ “คะแนน” (Ranking Score) ที่มีตัวเลขบอกชัดเจนว่าเว็บคุณได้ 8/10 คะแนน

แต่มันคือ “กรอบแนวคิด” (Framework) ที่ Google ใช้สอนทีมงานคุณภาพ (Quality Raters) ที่เป็นมนุษย์จริงๆ นับหมื่นคนทั่วโลก ให้ช่วยกันประเมินว่า “ผลการค้นหานี้มีคุณภาพและน่าเชื่อถือพอไหม?”

ซึ่งผลการประเมินเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้ปรับปรุงอัลกอริทึมหลักของ Google อีกที เพื่อให้มั่นใจว่าระบบอัตโนมัติจะเลือกเว็บที่ดีที่สุดมาแสดงผล

E-E-A-T ประกอบด้วย 4 เสาหลัก

Experience (ประสบการณ์)

ตัว E ตัวแรกนี้เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาล่าสุด (เมื่อก่อนมีแค่ E-A-T) เพื่อตอบโจทย์ยุคที่ข้อมูลท่วมท้น Google ต้องการรู้ว่า “ผู้เขียนคนนี้เคยสัมผัสเรื่องนี้ด้วยตัวเองจริงๆ หรือเปล่า?”

  • ไม่ใช่แค่ทฤษฎี: ไม่ใช่แค่ไปอ่านงานวิจัยมาสรุป แต่ต้องเคยลงมือทำ
  • ตัวอย่างที่ชัดเจน:
    • บทความรีวิวที่พัก ไม่ใช่แค่เอารูปจากเว็บโรงแรมมาแปะแล้วเขียนชมกว้างๆ แต่ต้องมีรูปถ่ายเองที่เห็นมุมมองจริง เล่าถึงความนุ่มของเตียง รสชาติอาหารเช้า หรือการบริการของพนักงานที่ได้เจอมากับตัว
    • บทความการเงิน คนเขียนเคยลงทุนในสนามจริง เจ็บจริง รวยจริง ไม่ใช่แค่นักวิชาการที่อ่านแต่ตำรา

สิ่งที่คุณต้องทำ: ใส่ความเป็นมนุษย์ลงไป เล่าเรื่องราวส่วนตัว (Storytelling) ใช้รูปภาพ Original ที่ถ่ายเอง หรือวิดีโอสาธิตการใช้งานจริง เพื่อพิสูจน์ว่า “ฉันเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆ”

Expertise (ความเชี่ยวชาญ) – รู้ลึก รู้จริง

ตัว E ตัวที่สอง คือความรู้ในเชิงลึก หรือทักษะเฉพาะทางในเรื่องนั้นๆ

  • ความเชี่ยวชาญทางการ (Formal Expertise) เช่น แพทย์เขียนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ, ทนายความเขียนเรื่องกฎหมาย, หรือมีใบรับรองวิชาชีพ
  • ความเชี่ยวชาญจากความสนใจ (Everyday Expertise) เช่น คุณแม่ลูกสามที่เชี่ยวชาญเรื่องการเลี้ยงลูก (แม้จะไม่ได้จบหมอเด็ก), หรือเกมเมอร์ที่เล่นเกมนั้นมาพันชั่วโมงจนรู้ทะลุปรุโปร่ง

สิ่งที่คุณต้องทำ: แสดงให้เห็นว่าคุณ “รู้จริง” ในเรื่องที่เขียน เนื้อหาต้องลึกซึ้ง ไม่ผิวเผิน ตอบคำถามยากๆ ได้ และมีความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล

Authoritativeness (อำนาจหน้าที่/การเป็นที่ยอมรับ) – ใครๆ ก็ยกให้เป็น “ตัวแม่”

ข้อนี้คือการมองจากสายตาคนภายนอกค่ะ ว่าในอุตสาหกรรมของคุณ คุณคือ “ผู้มีอิทธิพล” หรือ “แหล่งอ้างอิงหลัก” หรือไม่?

  • การถูกพูดถึง เว็บไซต์อื่น, สื่อมวลชน หรือผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ในวงการ พูดถึงแบรนด์หรือผู้เขียนของคุณในแง่บวกหรือไม่?
  • การถูกอ้างอิง (Backlinks) บทความของคุณถูกนำไปใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในงานวิจัย หรือบทความคุณภาพอื่นๆ หรือไม่?

สิ่งที่คุณต้องทำ: สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ทำคอนเทนต์คุณภาพสูงจนคนอื่นต้องเอาไปแชร์ต่อ หรือไปออกงานสัมมนา เป็นวิทยากร เพื่อสร้างชื่อเสียงในวงกว้าง

Trustworthiness (ความน่าเชื่อถือ) – หัวใจสำคัญที่สุด

ตัว T คือจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง ถ้าขาดข้อนี้ไป อีก 3 ข้อที่เหลือก็ไร้ความหมาย

นี่คือความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และความปลอดภัยของเว็บไซต์

  • ใครเป็นคนรับผิดชอบ? เว็บนี้เป็นของใคร? มีหน้า “เกี่ยวกับเรา” (About Us) ที่ชัดเจนไหม? มีที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริงหรือเปล่า?
  • ผู้เขียนมีตัวตนไหม? บทความนี้ใครเขียน? มีประวัติผู้เขียน (Author Bio) ที่ตรวจสอบได้ไหม?
  • ความปลอดภัย เว็บไซต์ใช้ HTTPS หรือไม่? ถ้าเป็นเว็บขายของ ระบบชำระเงินปลอดภัยแค่ไหน? นโยบายความเป็นส่วนตัวชัดเจนไหม?

สิ่งที่คุณต้องทำ เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสที่สุด อย่าทำตัวลึกลับ ใส่ข้อมูลติดต่อให้ครบถ้วน และดูแลความปลอดภัยของเว็บให้ดี

ทำไม E-E-A-T ถึงสำคัญมากในยุค AI?

ในวันที่ AI สามารถผลิตบทความเรื่อง “วิธีรักษามะเร็ง” ได้ใน 1 นาที… คุณคิดว่า Google จะกล้าเอาบทความของ AI ที่ไม่มีที่มาที่ไป ขึ้นอันดับ 1 ไหมคะ?

คำตอบคือ “ไม่กล้าแน่นอน” ค่ะ โดยเฉพาะในกลุ่มเนื้อหาประเภท YMYL (Your Money or Your Life) ซึ่งหมายถึงเนื้อหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การเงิน หรือความปลอดภัยในชีวิตของผู้คน (เช่น เว็บหมอ เว็บลงทุน เว็บกฎหมาย)

Google ต้องการ “หลักประกัน” ว่าข้อมูลเหล่านี้มาจากคนที่มีตัวตน มีความรู้ และรับผิดชอบได้ E-E-A-T จึงเป็นเสมือน “ยันต์กันผี” ที่ Google ใช้คัดกรองเนื้อหาขยะออกจากเนื้อหาคุณภาพค่ะ

5 วิธีเพิ่มพลัง E-E-A-T ให้เว็บไซต์ของคุณ

ถ้าคุณไม่ใช่หมอ ไม่ใช่ด็อกเตอร์ จะสร้าง E-E-A-T ได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ! เริ่มจากสิ่งเหล่านี้:

1. สร้างหน้า เกี่ยวกับเรา

อย่าเขียนแค่ว่า “เราคือผู้นำด้าน…” แต่ให้เล่า Story ของแบรนด์ แนะนำทีมงานผู้ก่อตั้ง ใส่รูปถ่ายจริง โชว์วิสัยทัศน์ และพันธกิจ เพื่อให้คนอ่านรู้สึกเชื่อมโยงและเชื่อใจ

2. ต้องมี “กล่องผู้เขียน” (Author Bio) ในทุกบทความ

อย่าใช้ชื่อ “Admin” ในการโพสต์บทความเด็ดขาด! ให้ใช้ชื่อ-นามสกุลจริง ใส่รูปโปรไฟล์ และเขียนบรรยายสั้นๆ ว่าคนนี้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในเรื่องที่เขียนอย่างไร (ถ้ามีลิงก์ไป LinkedIn หรือ Social Media ส่วนตัวด้วยจะดีมาก)

3. โชว์หลักฐานความสำเร็จ

ถ้าคุณบอกว่าเก่งเรื่องการตลาด อย่าพูดลอยๆ แต่จงโชว์ Case Study ว่าคุณช่วยลูกค้าเพิ่มยอดขายได้อย่างไร มีรีวิวจากลูกค้าตัวจริง (Testimonials) หรือโลโก้ลูกค้าที่คุณเคยร่วมงานด้วย

4. อ้างอิงแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ

หากในบทความมีการอ้างถึงสถิติ หรืองานวิจัย ให้ใส่ลิงก์กลับไปยังต้นฉบับ (เช่น เว็บหน่วยงานรัฐ, มหาวิทยาลัย, หรือสำนักข่าวที่เชื่อถือได้) สิ่งนี้แสดงถึงความใส่ใจในการตรวจสอบข้อมูล

5. บริหารชื่อเสียงภายนอก

E-E-A-T ไม่ได้อยู่แค่ในเว็บเราค่ะ Google จะแอบไปดูรีวิวของคุณใน Google Maps, Pantip หรือ Facebook ด้วย ถ้าข้างนอกมีแต่คนด่า ต่อให้เว็บสวยแค่ไหน E-E-A-T ก็ตกได้ ดังนั้น ต้องดูแลลูกค้าให้ดี และหมั่นตอบคอมเมนต์ทั้งดีและร้ายอย่างมืออาชีพ

การทำ E-E-A-T ไม่ใช่การทำเพื่อเอาใจ Google Bot แต่คือการทำเพื่อเอาใจ “คนอ่าน” ที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของคุณค่ะ

เมื่อคุณสร้างเว็บไซต์ที่มีความโปร่งใส รู้ลึกรู้จริง และมอบประสบการณ์ที่จริงใจให้กับผู้อ่าน… Google ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่รักเว็บไซต์ของคุณ ในยุคที่ AI กำลังครองเมือง “ความเป็นมนุษย์ที่น่าเชื่อถือ” ทำให้คุณยืนหนึ่งในวงการได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"