Bid Strategy เลือกแบบไหนให้คุ้ม ไม่ชนะคลิกแต่แพ้กำไร
จุดปราบเซียนอีก 1 อย่างของการทำ Google Ads คือการเลือก Bid Strategy หรือ กลยุทธ์การเสนอราคา ค่ะ หลายคนเข้าใจผิดว่า เป้าหมายของการประมูลโฆษณาคือการเอาชนะคู่แข่งเพื่อให้อยู่อันดับ 1 เสมอ แต่ในโลกธุรกิจจริงๆ การชนะประมูลด้วยราคาที่แพงเกินไป จนกำไรต่อชิ้นไม่เหลือหรือเข้าเนื้อนั้น เรียกว่า ชนะศึกแต่แพ้สงคราม วันนี้จะมากางตำรา Bid Strategy แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้เหมาะกับเป้าหมายธุรกิจ เน้นความคุ้มค่า และรักษาผลกำไรไว้ให้ได้มากที่สุดค่ะ เข้าใจก่อนว่า AI ของ Google คิดเงินอย่างไร Google Ads มีระบบการเสนอราคาหลายแบบ ตั้งแต่แบบที่เรากำหนดเองทุกบาททุกสตางค์ไปจนถึงแบบที่ใช้ AI คำนวณให้ทั้งหมดซึ่งแต่ละแบบมีความฉลาด และ เป้าหมาย ที่ต่างกัน เรามาดูกันว่า 4 กลยุทธ์หลักที่นิยมใช้ มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร และแบบไหนที่เหมาะกับคุณ 1. เน้นจำนวนคลิกสูงสุด เป้าหมาย ฉันมีงบเท่านี้ หาคนเข้าเว็บให้ได้เยอะที่สุด เท่าที่จะทำได้ เหมาะกับใคร แบรนด์ใหม่ที่ต้องการสร้างการรับรู้หรือต้องการคนเข้าเว็บจำนวนมากเพื่อเก็บข้อมูล ในช่วงแรก ข้อดี ได้ Traffic เข้าเว็บเยอะและเร็ว ข้อเสีย AI จะไปกวาดใครก็ได้ที่ค่าคลิกถูกเข้ามา ซึ่งอาจไม่ใช่ลูกค้าที่มีกำลังซื้อเสมอไป คำเตือน ถ้าคุณเน้นยอดขาย การใช้กลยุทธ์นี้อาจทำให้งบหมดไวโดยได้แต่ คนดูแต่ไม่มีคนซื้อ 2. เน้นจำนวนลูกค้าสูงสุด เป้าหมาย ฉันไม่สนยอดคลิก แต่ฉันต้องการคนซื้อให้ได้มากที่สุด ภายใต้งบที่มี เหมาะกับใคร ธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขายหรือยอดผู้ติดต่อและมีการติดตั้ง Conversion Tracking ไว้อย่างถูกต้องแล้ว ข้อดี AI จะเลือกแสดงโฆษณาเฉพาะกับคนที่มีแนวโน้มจะซื้อสูง ช่วยคัดกรองลูกค้าคุณภาพ ข้อเสีย ค่าคลิกอาจจะแพงกว่าปกติมาก เพราะ AI ยอมจ่ายแพงเพื่อแย่งคนซื้อมาให้คุณ คำเตือน ต้องมีข้อมูล Conversion ในอดีตให้ AI เรียนรู้อย่างน้อย 15-30 รายการต่อเดือน ถึงจะทำงานได้แม่นยำ…

