Broad Match ดาบสองคมที่กินงบเยอะที่สุด ต้องใช้อย่างระวัง
ประเภทการจับคู่คีย์เวิร์ดทั้งหมดของ Google Ads ไม่มีตัวไหนที่ทำให้นักการตลาดรู้สึก รักพี่เสียดายน้อง ได้เท่ากับ Broad Match หรือ การจับคู่แบบกว้าง อีกแล้วค่ะ รัก… เพราะมันช่วยหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้อย่างมากแต่ก็เกลียด… เพราะถ้าดูแลไม่ดี มันคือตัวสูบงบประมาณที่น่ากลัวที่สุดจนทำให้กระเป๋าฉีกได้ในชั่วข้ามคืนเลยล่ะค่ะ วันนี้เราจะมาดูการทำงานของ Broad Match กันแบบเจาะลึก ว่าทำไมมันถึงถูกเรียกว่าดาบสองคมและจะมีวิธีควบคุมมันอย่างไรเพื่อให้คุณใช้ประโยชน์จากมันได้สูงสุดโดยไม่เจ็บตัว Broad Match คืออะไรและทำงานอย่างไร Broad Match คือค่าเริ่มต้นที่ Google กำหนดมาให้ทุกครั้งที่เราสร้างคีย์เวิร์ดใหม่ หลักการทำงานของมันคือ ความอิสระ เมื่อคุณเลือกใช้ Broad Match ระบบของ Google จะไม่ได้ดูแค่ตัวอักษรที่คุณพิมพ์ลงไป แต่จะดูที่บริบทและความหมายโดยรวมของคำนั้น รวมถึงประวัติการค้นหาของผู้ใช้งานด้วย ตัวอย่างเช่น: หากคุณซื้อคีย์เวิร์ดคำว่า รองเท้าวิ่ง แบบ Broad Match โฆษณาอาจแสดงเมื่อมีคนค้นหาว่า: รองเท้ากีฬา, ซื้อ adidas, รองเท้าใส่สบาย, หรือแม้กระทั่ง ถุงเท้าวิ่ง หลักการคิดของระบบ: Google มองว่าคนที่หา ถุงเท้าวิ่ง หรือ รองเท้ากีฬา น่าจะมีความสนใจเกี่ยวเนื่องกับ รองเท้าวิ่ง ที่คุณขายอยู่ จึงดึงโฆษณาไปแสดง จากภาพจะเห็นได้ชัดเจนเลยค่ะว่า Broad Match (วงกลมวงใหญ่ที่สุด) มีรัศมีการหาลูกค้าที่กว้างและครอบคลุมที่สุด เมื่อเทียบกับ Phrase Match หรือ Exact Match ที่จะแคบลงมาตามลำดับ ทำไม Broad Match ถึงถูกเรียกว่าดาบสองคม ความกว้างของมันนี่แหละค่ะ คือที่มาของทั้งโอกาสและความเสี่ยง 1. โอกาสในการขยายการเข้าถึง ข้อดีที่สุดคือมันช่วย ถมช่องว่าง ที่เรานึกไม่ถึง บางครั้งลูกค้าอาจใช้คำศัพท์แปลกๆ หรือคำแสลงใหม่ๆ ในการค้นหาสินค้า ซึ่งเราไม่มีทางเดาถูกและตั้งค่าไว้ได้หมด Broad Match จะทำหน้าที่เป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่กวาดคนเหล่านี้เข้ามาให้เรา 2. ความเสี่ยงด้านงบประมาณที่ควบคุมยาก นี่คือด้านคมที่บาดมือผู้ประกอบการมานักต่อนัก การที่ระบบ …

