อันตรายของ Keyword Stuffing เทคนิคเก่าที่ทำให้เว็บโดนแบน

อันตรายของ Keyword Stuffing เทคนิคเก่าที่ทำให้เว็บโดนแบน

คนทำเว็บไซต์ทุกคน การได้เห็นเว็บของตัวเองขึ้นไปอยู่อันดับ 1 บนหน้าแรกของ Google ใช่ไหมคะ ความอยากนี้มักนำไปสู่การหาวิธีลัด และหนึ่งในวิธีที่คนสมัยก่อนนิยมทำกันมากที่สุดก็คือ Keyword Stuffing

เมื่อก่อนเทคนิคนี้อาจจะเคยพาเว็บไซต์ไปอยู่ในอันดับที่สูงได้จริง แต่ปัจจุบันสถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เพราะ Google ได้พัฒนาสมองกลให้ฉลาดขึ้นจนสามารถจับผิดการโกงแบบนี้ได้แม่นยำ หากคุณกำลังพยายามยัดคำค้นหาเดิมๆ ซ้ำๆ ลงไปในบทความ โดยหวังว่าจะให้บอทของ Google ชอบ บทความนี้ขอเตือนให้หยุดทันทีค่ะ เพราะนอกจากอันดับจะไม่ขึ้นแล้ว เว็บไซต์ของคุณอาจจะถูกลงโทษขั้นรุนแรงจนกู้ไม่กลับเลยทีเดียว

Keyword Stuffing คืออะไร

Keyword Stuffing คืออะไร

Keyword Stuffing คือการพยายามใส่คีย์เวิร์ดเป้าหมายลงไปในหน้าเว็บให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนทำให้อ่านไม่รู้เรื่อง หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ เพื่อหลอก Search Engine ว่าหน้านี้มีความเกี่ยวข้องกับคำนั้นสูงมาก

ตัวอย่างประโยคที่มีการ Stuffing

เราขาย รองเท้าวิ่งราคาถูก ถ้าคุณกำลังมองหา รองเท้าวิ่งราคาถูก ร้านเรามี รองเท้าวิ่งราคาถูก ให้เลือกมากมาย สั่งซื้อ รองเท้าวิ่งราคาถูก วันนี้ ส่งฟรีทั่วไทย

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนหุ่นยนต์คุยกับเราไหมคะ นี่แหละค่ะคือลักษณะของการยัดเยียดคีย์เวิร์ด ซึ่งนอกจากจะใส่ในเนื้อหาแล้ว บางคนยังแอบไปซ่อนไว้ในส่วนที่มองไม่เห็น เช่น การใช้ตัวหนังสือสีขาวบนพื้นหลังสีขาว หรือซ่อนไว้ใน Code ซึ่งถือเป็นเทคนิคสายดำที่อันตรายมาก

ทำไมวิธีนี้ถึงเคยได้ผลในอดีต

ทำไมวิธีนี้ถึงเคยได้ผลในอดีต

ต้องย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของ Search Engine ค่ะ ตอนนั้นอัลกอริทึมยังทำงานแบบตรงไปตรงมา โดยใช้วิธี นับคำ เป็นหลัก ระบบจะคิดง่ายๆ ว่า ถ้าหน้าเว็บ A มีคำว่า รองเท้า อยู่ 50 คำ น่าจะเกี่ยวข้องกว่าหน้าเว็บ B ที่มีคำว่า รองเท้า แค่ 5 คำ คนทำเว็บสมัยนั้นเลยแข่งกันยัดคำลงไปให้เยอะที่สุด เพื่อชนะอัลกอริทึมที่ยังไม่ฉลาดมากนัก

ผลเสียร้ายแรงเมื่อ Google เริ่มเอาจริง

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Google อัปเดตอัลกอริทึมที่มีชื่อว่า Panda และ Hummingbird ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อกำจัดคอนเทนต์ขยะและเว็บสแปมโดยเฉพาะ ผลกระทบที่ตามมาคือ

1. ประสบการณ์ผู้ใช้พังพินาศ 

เมื่อลูกค้าเข้ามาอ่านบทความที่เต็มไปด้วยคำซ้ำๆ เขาจะรู้สึกรำคาญและมองว่าเว็บนี้ไม่น่าเชื่อถือ ผลที่ตามมาคือเขากดปิดเว็บทันที ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอก Google ว่าเว็บนี้คุณภาพแย่

2. โดนลดอันดับ 

เมื่อ Google จับได้ว่าคุณจงใจสแปมคีย์เวิร์ด ระบบจะไม่นำเว็บคุณไปแสดงผลในอันดับดีๆ อีกต่อไป ต่อให้เนื้อหาส่วนอื่นจะดีแค่ไหนก็ตาม

3. โดนแบนออกจากสารบบ 

ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด หาก Google มองว่าเว็บของคุณมีเจตนาทุจริตและไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เว็บไซต์ของคุณอาจถูก ลบออกจากฐานข้อมูล ไปเลย นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะค้นหาด้วยคำอะไร ก็จะไม่เจอเว็บของคุณอีกต่อไป ซึ่งเท่ากับธุรกิจบนโลกออนไลน์ของคุณได้จบสิ้นลงแล้ว

ทางออกที่ถูกต้อง LSI Keywords

ทางออกที่ถูกต้อง LSI Keywords

แล้วเราจะทำ SEO อย่างไรถ้าใส่คีย์เวิร์ดเยอะไม่ได้ คำตอบคือการใช้ LSI Keywords หรือ คำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกัน ค่ะ  

Google ฉลาดพอที่จะเข้าใจบริบท ดังนั้นแทนที่จะใช้คำว่า ราคาถูก ซ้ำๆ ให้ลองเปลี่ยนไปใช้คำว่า ประหยัด, คุ้มค่า, ราคาย่อมเยา, โปรโมชั่น สลับกันไป

การเขียนแบบเป็นธรรมชาติ โดยเน้นให้ คนอ่านรู้เรื่อง เป็นอันดับแรก และ กระจายคีย์เวิร์ดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น หัวข้อ, ย่อหน้าแรก เพียงไม่กี่ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ Google เข้าใจและมอบอันดับที่ดีให้ โดยไม่ต้องเสี่ยงโดนแบนค่ะ

เลิกเขียนให้บอท แล้วหันมาเขียนให้คน

การทำ SEO ในปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่เรื่องของการหลอกล่ออัลกอริทึมด้วยเทคนิคพิสดารอีกต่อไปค่ะ แต่แก่นแท้คือการส่งมอบ คุณค่า ให้กับผู้อ่าน

การทำ Keyword Stuffing เปรียบเสมือนการตะโกนใส่หน้าลูกค้าซ้ำๆ ซึ่งมีแต่จะทำให้เขาเดินหนี การเขียนคอนเทนต์ที่ดีควรเหมือนการพูดคุยกับเพื่อน ที่มีความลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และจริงใจ หากคุณสามารถทำให้คนอ่านประทับใจและอยู่ในเว็บได้นาน Google ก็จะรับรู้ได้เองว่าเว็บของคุณมีคุณภาพ และรางวัลตอบแทนคืออันดับที่ยั่งยืนและปลอดภัยค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"