วิธีหาและแก้ไข Broken Link ที่ทำลายประสบการณ์ผู้ใช้งาน

วิธีหาและแก้ไข Broken Link ที่ทำลายประสบการณ์ผู้ใช้งาน

กำลังอ่านบทความเพลินๆ หรือกำลังจะกดสั่งซื้อสินค้า แต่พอกดคลิกที่ลิงก์ หน้าจอก็เด้งขึ้นมาว่า 404 Not Found หรือ ไม่พบหน้าที่ต้องการ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความหงุดหงิด และสิ่งต่อไปที่คนส่วนใหญ่ทำคือ กดปิดเว็บนั้นทันที แล้วไปหาเว็บอื่นแทน นี่คือตัวอย่างความเสียหายที่เกิดจาก Broken Link หรือ ลิงก์เสีย ค่ะ มันเปรียบเสมือนหลุมบ่อบนถนนที่ทำให้การเดินทางสะดุด หากเว็บไซต์ของคุณมีลิงก์เสียเยอะๆ ไม่เพียงแต่ลูกค้าจะหนีหาย แต่ Google เองก็จะมองว่าเว็บไซต์นี้ขาดการดูแล และลดอันดับความน่าเชื่อถือลงด้วย บทความนี้จะพาไปดูเครื่องมือตรวจจับลิงก์เสีย และวิธีซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ดี เพื่อให้ถนนสู่เว็บไซต์ของคุณราบรื่นที่สุดค่ะ

ทำไมลิงก์เสียถึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ทำไมลิงก์เสียถึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ลิงก์เสียเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ เช่น การลบหน้าเว็บทิ้งไปแล้ว, การเปลี่ยนชื่อ URL แต่ลืมทำ Redirect, หรือแม้แต่การพิมพ์ลิงก์ผิดตกหล่นไปตัวเดียว

ผลกระทบของมันรุนแรงกว่าที่เห็น

  1. ทำลาย User Experience ลูกค้ารู้สึกว่าเสียเวลาและไม่ประทับใจ
  2. เพิ่ม Bounce Rate เมื่อคนเข้ามาแล้วไม่เจอสิ่งที่หา เขาก็จะกดออกทันที ซึ่งเป็นสัญญาณลบในสายตา Google
  3. สิ้นเปลือง Crawl Budget หุ่นยนต์ของ Google มีเวลาจำกัดในการเก็บข้อมูลเว็บเรา ถ้ามันมัวแต่ไปวิ่งชนกำแพง มันก็จะไม่มีเวลาไปเก็บหน้าสำคัญอื่นๆ ทำให้หน้าใหม่ๆ ติดอันดับช้าลง
วิธีตามล่าหาลิงก์เสีย

วิธีตามล่าหาลิงก์เสีย 

เราไม่จำเป็นต้องจ้างคนมานั่งไล่คลิกทุกลิงก์ในเว็บค่ะ เพราะมีเครื่องมือช่วยทุ่นแรงมากมาย

1. Google Search Console 

นี่คือเครื่องมือสามัญประจำบ้านที่เจ้าของเว็บต้องมีค่ะ

  • เข้าไปที่เมนู Pages
  • มองหาหัวข้อ Not found 
  • Google จะลิสต์รายชื่อ URL ทั้งหมดที่บอทของเขาพยายามเข้าไปแล้วเจอทางตัน นี่คือข้อมูลที่สำคัญที่สุดที่ต้องรีบแก้ค่ะ

2. Broken Link Checker 

สำหรับเว็บที่มีหน้าไม่เยอะ หรืออยากเช็กเฉพาะหน้าใดหน้าหนึ่ง สามารถติดตั้ง Extension บน Chrome ชื่อ Check My Links หรือ Broken Link Checker

  • พอติดตั้งเสร็จ กดปุ่มเดียว ระบบจะสแกนทั้งหน้าแล้วไฮไลต์สีแดงให้เห็นทันทีว่าลิงก์ไหนเสียบ้าง สะดวกและรวดเร็วมากค่ะ

3. Screaming Frog SEO Spider 

โปรแกรมนี้จำลองการทำงานเหมือน Googlebot โดยจะวิ่งไปทุกลิงก์ในเว็บไซต์ของเรา แล้วรายงานผลออกมาเป็นตารางว่ามีลิงก์ไหนบ้างที่ขึ้นสถานะ 404 ซึ่งเหมาะมากสำหรับการทำ Big Cleaning เว็บไซต์ประจำปีค่ะ

เจอแล้วแก้ยังไง 3 วิธีจัดการให้ตรงจุด

เมื่อได้รายชื่อลิงก์เสียมาแล้ว อย่าเพิ่งลบทิ้งมั่วซั่วนะคะ เราต้องเลือกวิธีแก้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ดังนี้

1. ทำ 301 Redirect 

สถานการณ์ คุณเปลี่ยน URL หน้าสินค้าจาก /product-old เป็น /product-new หรือลบหน้าเก่าทิ้ง แต่มีหน้าใหม่ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

วิธีแก้ ตั้งค่า 301 Redirect เพื่อส่งคนที่เข้าลิงก์เก่า ให้กระเด้งไปที่หน้าใหม่โดยอัตโนมัติ วิธีนี้ดีที่สุดสำหรับ SEO เพราะคะแนนความน่าเชื่อถือจากหน้าเก่าจะถูกส่งต่อไปยังหน้าใหม่ด้วย

2. แก้ไขลิงก์ให้ถูกต้อง 

สถานการณ์ คุณพิมพ์ลิงก์ผิด หรือเว็บปลายทางเปลี่ยนที่อยู่

วิธีแก้ เข้าไปแก้โค้ดหรือข้อความในหน้าเว็บของเราให้ลิงก์ไปยัง URL ที่ถูกต้องโดยตรง

3. ลบลิงก์ออก 

สถานการณ์ หน้าปลายทางหายสาบสูญไปแล้ว และไม่มีหน้าอื่นมาทดแทน หรือเป็นลิงก์ภายนอกที่เว็บนั้นปิดตัวไปแล้ว

วิธีแก้ ลบ Hyperlink นั้นออกไปเลย ให้เหลือแต่ข้อความธรรมดา หรือลบข้อความส่วนนั้นทิ้งไป เพื่อไม่ให้คนกดแล้วไปเจอทางตันค่ะ

การซ่อมแซมคือการดูแลใส่ใจ

การซ่อมแซมคือการดูแลใส่ใจ

การหมั่นตรวจสอบและแก้ไข Broken Link เปรียบเสมือนการเก็บบ้านให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอค่ะ แม้จะเป็นจุดเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่สำหรับผู้ใช้งานที่กำลังค้นหาข้อมูลหรือต้องการซื้อสินค้า การเจอกับหน้า Error 404 คือสิ่งที่ทำลายความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ควรกำหนดตารางเวลาในการตรวจสอบสุขภาพเว็บไซต์ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่ออุดรอยรั่วเหล่านี้ การทำให้เว็บไซต์ไร้ทางตัน นอกจากจะทำให้ลูกค้าแฮปปี้แล้ว ยังช่วยให้ Google รักเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออันดับในระยะยาวอย่างแน่นอนค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"