27. Landing Page แบบไหนช่วยให้ Google Ads ปิดการขายได้มากขึ้น

Landing Page แบบไหนช่วยให้ Google Ads ปิดการขายได้มากขึ้น

ทำไมคู่แข่งที่ขายสินค้าเหมือนกัน ราคาพอๆ กัน ถึงขายดีกว่าเรา ทั้งที่เราก็ยิง Google Ads เหมือนกัน เผลอๆ จ่ายแพงกว่าด้วยซ้ำ? คำตอบมักจะไม่ได้อยู่ที่ตัวโฆษณา แต่อยู่ที่ Landing Page หรือหน้าเว็บไซต์ที่ลูกค้ารถทัวร์ไปลงจอดนั่นเองค่ะ

Google Ads มีหน้าที่แค่พาคนมาส่งที่หน้าร้าน แต่หน้าที่กล่อมให้ซื้อเป็นของ Landing Page 100% ถ้าหน้าร้านจัดไม่ดี ต่อให้ขนคนมาเป็นล้าน ก็ไม่มีใครควักเงินจ่าย วันนี้พี่แว่นจะพามาแกะสูตร Landing Page คุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อปิดการขายโดยเฉพาะ ให้คุณนำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณค่ะ

1. ต้องตรงปกตั้งแต่วินาทีแรก

1. ต้องตรงปกตั้งแต่วินาทีแรก

กฎเหล็กข้อแรกคือ โฆษณาพูดว่าอะไร หน้าเว็บต้องโชว์สิ่งนั้นทันที

ถ้าลูกค้าคลิกโฆษณาคำว่า โปรโมชั่นเครื่องฟอกอากาศ ลด 50% เมื่อเข้ามาในเว็บ สิ่งแรกที่เขาต้องเห็นคือรูปเครื่องฟอกอากาศตัวนั้น พร้อมป้ายลดราคา 50% ตัวใหญ่ๆ

ข้อห้าม ห้ามพาไปหน้าแรก ที่รวมสินค้าจับฉ่าย แล้วปล่อยให้ลูกค้าไปงมหาของเองเด็ดขาด เพราะเขาจะกดปิดหนีทันที

2. โหลดไวเหมือนสายฟ้า 

ปัจจุบันความอดทนของคนเท่ากับศูนย์ค่ะ ข้อมูลจาก Google ระบุว่า ถ้าเว็บโหลดช้าเกิน 3 วินาที ลูกค้ากว่า 53% จะกดออกทันที

ดังนั้น Landing Page ที่ดีต้องคลีน ไม่รกรุงรัง รูปภาพต้องถูกบีบอัดไฟล์มาแล้ว และตัดลูกเล่นกราฟิกที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้แสดงผลได้เร็วที่สุดบนมือถือ

3. ปุ่มสั่งซื้อต้องเด่น เห็นแล้วอยากกด 

อย่าเล่นซ่อนหากับปุ่มสั่งซื้อค่ะ ปุ่ม Call-to-Action เช่น สั่งซื้อทันที, แอดไลน์เพื่อรับส่วนลด, โทรปรึกษาฟรี ต้องมีขนาดใหญ่ สีสันตัดกับพื้นหลัง และวางอยู่ในตำแหน่งที่กดง่าย

เทคนิค ควรมีปุ่ม CTA วางดักไว้เป็นระยะๆ ทั้งส่วนบนสุด ส่วนกลาง และส่วนล่างสุดของหน้าเว็บ เพื่อให้ลูกค้ากดได้ทันทีเมื่อตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องเลื่อนกลับไปหา

4. ขจัดสิ่งรบกวนทิ้งให้หมด 

Landing Page สำหรับขายของ ต่างจากหน้าเว็บไซต์บริษัททั่วไปค่ะ เป้าหมายเราคือต้องการให้เขาซื้อหรือทักเท่านั้น

ดังนั้น เมนูบาร์ด้านบนที่ลิงก์ไปหน้า เกี่ยวกับเรา, บทความ, หรือ ร่วมงานกับเรา ควรเอาออกไปให้หมด เพื่อต้อนให้ลูกค้าโฟกัสอยู่กับข้อมูลสินค้าและปุ่มสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว เหมือนเราปิดประตูร้านคุยกับลูกค้า ไม่ให้เขาเดินวอกแวกไปดูอย่างอื่น

5. สร้างความมั่นใจด้วยหลักฐาน 

คนซื้อของออนไลน์กลัวโดนหลอกที่สุดค่ะ ในหน้า Landing Page จึงขาดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

  • รีวิวจากลูกค้าจริง แคปหน้าจอแชตที่ลูกค้าชม หรือรูปถ่ายสินค้าจริงที่ลูกค้าส่งมา
  • โลโก้รับรอง ถ้ามีใบเซอร์ อย. หรือรางวัลต่างๆ ให้ใส่ลงไป
  • การรับประกัน เช่น รับประกันคืนเงินใน 7 วัน หรือ มีบริการเก็บเงินปลายทาง เพื่อลดความกังวลใจในการจ่ายเงิน

6. ใช้โครงสร้าง ปัญหา -> วิธีแก้ -> ข้อเสนอ

อย่าเพิ่งรีบขายของ แต่ให้เริ่มด้วยการขยี้ปัญหาของลูกค้าก่อน เพื่อให้เขารู้สึกว่าสินค้านี้จำเป็นสำหรับเขา

  • ส่วนหัว พาดหัวที่โดนใจ บอกประโยชน์ชัดเจน
  • ส่วนเนื้อหา เล่าว่าสินค้าเราไปแก้ปัญหาชีวิตเขาได้อย่างไร
  • ส่วนท้าย ยื่นข้อเสนอพิเศษ ที่ปฏิเสธไม่ได้ เช่น แถมฟรี… เฉพาะ 20 ท่านแรก เพื่อกระตุ้นให้รีบตัดสินใจ
หน้าเว็บที่ดี คือพนักงานขายที่ไม่เคยหลับ

หน้าเว็บที่ดี คือพนักงานขายที่ไม่เคยหลับ

Landing Page ที่ดีไม่ใช่หน้าเว็บที่สวยที่สุด แต่เป็นหน้าเว็บที่ เข้าใจลูกค้าที่สุด ค่ะ

ลองกลับไปสำรวจหน้าเว็บไซต์ที่คุณใช้ยิงแอดดูนะคะ ว่ามีครบตาม 6 ข้อนี้หรือยัง ถ้ายังขาดข้อไหน ให้รีบปรับปรุงด่วน เพราะทุกจุดที่คุณแก้ไข คือโอกาสในการเปลี่ยนยอดคลิกให้กลายเป็นยอดเงินที่เพิ่มขึ้นค่ะ

อย่าปล่อยให้หน้าบ้านพัง จนตังค์ค่าแอดสูญเปล่า

อย่าปล่อยให้หน้าบ้านพัง จนตังค์ค่าแอดสูญเปล่า

สรุปง่ายๆ ให้เห็นภาพนะคะ Google Ads เปรียบเสมือนการแจกใบปลิว เพื่อเรียกคนเข้ามาที่ร้าน ส่วน Landing Page เปรียบเสมือนพนักงานขาย ที่คอยต้อนรับลูกค้า

ต่อให้คุณทำใบปลิวสวยหรูแค่ไหน หรือจ้างคนแจกไปทั่วเมืองจ่ายค่าแอดแพง แต่ถ้าลูกค้าเดินเข้ามาในร้านแล้วเจอพนักงานที่ไม่สนใจลูกค้า พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือร้านรกสกปรก เว็บโหลดช้า ข้อมูลสับสน ลูกค้าก็พร้อมจะเดินหนีไปร้านข้างๆ ทันที

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจอัดงบโฆษณาเพิ่ม ลองหันกลับมาเช็กความพร้อมของ Landing Page ดูก่อนนะคะ ถ้าคุณปรับปรุงหน้าบ้านให้ดี รองรับลูกค้าได้เยี่ยม นอกจากยอดขายจะเพิ่มขึ้นแล้ว ค่าโฆษณาของคุณก็จะถูกลงด้วย เพราะ Google จะมองว่าร้านของคุณมีคุณภาพน่าแนะนำนั่นเองค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"