30. Budget Google Ads ควรตั้งงบยังไงให้ธุรกิจไม่เจ็บตัวช่วงทดลอง

Budget Google Ads ควรตั้งงบยังไงให้ธุรกิจไม่เจ็บตัวช่วงทดลอง

คำถามแรกที่เจ้าของธุรกิจทุกคนถามเมื่อคิดจะเริ่มทำ Google Ads คือ ต้องใช้เงินเท่าไหร่? หรือ ตั้งงบวันละ 300 บาทพอไหม?

ความจริงก็คือ ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจค่ะ เพราะค่าโฆษณาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ย่อมแพงกว่าร้านขายเสื้อผ้าแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ความกลัวว่าจะขาดทุน ในช่วงเริ่มต้น

วันนี้พี่แว่นจะมาแจกสูตรการตั้งงบประมาณสำหรับช่วงทดลองเพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่เพียงพอมาวิเคราะห์ต่อ โดยที่กระเป๋าไม่ฉีก และไม่เจ็บตัวหนักหากผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิดค่ะ

สูตรการตั้งงบประมาณสำหรับช่วงทดลอง

สูตรการตั้งงบประมาณสำหรับช่วงทดลอง

1. เข้าใจหลักการซื้อข้อมูลก่อนซื้อยอดขาย

ก่อนจะควักเงินจ่าย ต้องปรับ Mindset ก่อนค่ะว่า ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เงินที่เราจ่ายไปไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อเอากำไรทันที แต่คือการจ่ายเพื่อซื้อข้อมูล

เราต้องการรู้ว่า

  • Keyword คำไหนที่มีคนคลิกจริง?
  • โฆษณาข้อความไหนที่คนชอบ?
  • ราคาต่อคลิกของตลาดตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่?

ดังนั้น งบประมาณก้อนแรกคืองบเพื่อการเรียนรู้ ที่คุณต้องยอมรับความเสี่ยงได้ว่าอาจจะไม่ได้ทุนคืนครบ 100% ในทันที แต่ข้อมูลที่ได้มาจะทำกำไรให้คุณในระยะยาวค่ะ

2. สูตรลับ กฎ 100 คลิก

ถ้าคุณไม่รู้จะเริ่มตั้งงบเท่าไหร่ดี ให้ใช้หลักการทางสถิติเบื้องต้นที่เรียกว่า กฎ 100 คลิก ค่ะ

เหตุผลคือ การจะวัดผลว่า Keyword คำนี้ดีหรือแย่เราควรจะมีคนคลิกเข้ามาอย่างน้อย 100 คนถึงจะตัดสินได้ ถ้ามีคนคลิกแค่ 5-10 คนแล้วไม่ซื้อ เรายังสรุปไม่ได้ว่าสินค้าไม่ดี แต่อาจจะเป็นแค่ความบังเอิญ

วิธีคำนวณ

  1. หาค่าเฉลี่ยราคาคลิก ใช้เครื่องมือ Keyword Planner ของ Google เพื่อดูราคาประเมินว่า Keyword ธุรกิจของคุณราคาประมาณกี่บาท สมมติว่าเฉลี่ย 10 บาท
  2. คูณด้วย 100 นำ 10 บาท x 100 คลิก = 1,000 บาท
  3. ผลลัพธ์ คุณควรเตรียมงบประมาณไว้ 1,000 บาท ต่อ 1 สินค้า หรือ 1 กลุ่ม Keyword เพื่อใช้ในการทดสอบ

ถ้างบ 1,000 บาทนี้หมดไป แล้วได้มา 100 คลิก แต่ขายไม่ได้เลยสักชิ้นเดียว คุณจะได้มั่นใจและปิด Keyword นั้นทิ้งไปได้อย่างไม่เสียดายค่ะ

3. การตั้งงบรายวันต้องระวังอะไร?

Google Ads จะให้เรากำหนดงบเป็นรายวันค่ะ สิ่งที่คุณต้องรู้คือ Google มีระบบที่เรียกว่า Overdelivery

สมมติคุณตั้งงบวันละ 500 บาท บางวันที่คนค้นหาเยอะ Google อาจจะรันโฆษณาไปถึง 1,000 บาท เกินมา 2 เท่า เพื่อเก็บลูกค้าให้คุณ แต่ Google การันตีว่าเมื่อรวมทั้งเดือนแล้ว คุณจะจ่ายไม่เกิน งบรายวัน x 30.4 วัน แน่นอน

คำแนะนำสำหรับมือใหม่

ให้คำนวณงบที่ยอมเสียได้ทั้งเดือน แล้วหารด้วย 30.4 จะได้ตัวเลขที่ปลอดภัยที่สุด เช่น มีงบเดือนละ 15,000 บาท ก็ให้ตั้งงบวันละ 500 บาทค่ะ

4. เทคนิคจำกัดขอบเขตเพื่อเซฟงบ

ถ้างบคุณน้อย แต่อยากให้โฆษณามีประสิทธิภาพสูงสุด ห้ามยิงหว่านเด็ดขาด แต่ให้ใช้เทคนิคการตัดส่วนเกินออกดังนี้ค่ะ

  • จำกัดพื้นที่ แทนที่จะยิงทั่วประเทศไทยให้เลือกเฉพาะจังหวัด หรือรัศมี 5-10 กิโลเมตรรอบร้านค้าของคุณก่อน
  • จำกัดเวลา ถ้าร้านคุณเปิด 9 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น และไม่มีแอดมินตอบนอกเวลา ให้ตั้งเวลาโฆษณาเฉพาะช่วงเวลาทำการ เพื่อไม่ให้เสียเงินกับลูกค้าที่ทักมาตอนตี 2 แล้วเราไม่ได้ตอบ
  • จำกัดอุปกรณ์ ธุรกิจส่วนใหญ่ลูกค้ามาจากมือถือ 90% คุณอาจจะเลือกปิดการแสดงผลบนแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ไปก่อนในช่วงแรก

5. เริ่มน้อย แล้วค่อยเร่ง

ความผิดพลาดของเศรษฐีใหม่ คือการทุ่มงบวันละหลายพันบาทตั้งแต่วันแรก เพราะหวังรวยเร็ว สุดท้ายระบบยังไม่ทันเรียนรู้ เงินก็หมดไปกับคลิกขยะ

กลยุทธ์ที่ถูกต้องคือ

  1. เริ่มตั้งงบขั้นต่ำที่พอให้เกิดการมองเห็น เช่น วันละ 300-500 บาท
  2. รันโฆษณาไป 3-7 วัน แล้วเข้าไปดูคำค้นหาจริงเพื่อลบคำที่ไม่ใช่ออก 
  3. เมื่อเริ่มเห็นว่า Keyword คำไหนทำเงิน หรือได้กำไรค่อยๆ เพิ่มงบเข้าไปที่คำนั้นทีละ 20% ทุกๆ 3-4 วัน
เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

การตั้งงบ Google Ads ในช่วงทดลอง ไม่ใช่การเดิมพันค่ะ แต่เป็นการวางแผนทางการเงิน

หัวใจสำคัญคือ “อย่ากลัวที่จะเริ่มด้วยงบน้อย” แต่ต้องเริ่มด้วยความเข้าใจ

ให้จำไว้ว่า การจ่ายเงินช่วงแรกคือค่าเทอมที่คุณจ่ายให้ Google เพื่อเรียนรู้ตลาด เมื่อคุณปรับแต่งโฆษณาจนแม่นยำแล้ว วันนั้นแหละค่ะที่คุณจะสามารถอัดงบเพิ่มได้อย่างสบายใจ เพราะรู้ว่าใส่เงินไป 100 บาท จะได้กลับมามากกว่าเดิมแน่นอน

คาถาตั้งงบ รู้เขารู้เรา

คาถาตั้งงบ รู้เขารู้เรา

การตั้งงบช่วงแรกให้คิดจาก ราคาคลิกของตลาด เป็นหลัก ไม่ใช่คิดจากเงินในกระเป๋าเราอย่างเดียวโดยใช้กฎ 100 คลิก เพื่อหาจุดคุ้มทุนในการทดสอบและที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยให้งบไหลโดยไม่ตีกรอบ ให้จำกัดพื้นที่และเวลาที่ลูกค้าของคุณอยู่จริงๆ เท่านั้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณประหยัดงบไปได้กว่า 50% และทำให้ช่วงทดลองของคุณ เป็นช่วงเวลาที่เจ็บตัวน้อยที่สุดแต่ได้ความรู้มากที่สุด เพื่อต่อยอดสู่กำไรในอนาคตค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"