อย่าดูแค่ Search Volume เทคนิคการเลือกคีย์เวิร์ดที่ทำเงินได้จริง

อย่าดูแค่ Search Volume เทคนิคการเลือกคีย์เวิร์ดที่ทำเงินได้จริง

กับดักที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนเริ่มทำ SEO หรือยิงโฆษณา Google Ads คือการยึดติดกับตัวเลข Search Volume มากจนเกินไปค่ะ เรามักจะคิดว่า ต้องเลือกคำที่มีคนหาเยอะๆ ไว้ก่อน ยิ่งคนเข้าเว็บเยอะ เดี๋ยวเขาก็ซื้อเอง แต่ความเป็นจริงในโลกธุรกิจกลับสวนทางกัน หลายเว็บไซต์มีคนเข้าเป็นแสนแต่ขายของไม่ได้เลย ในขณะที่บางเว็บคนเข้าหลักร้อยแต่ปิดการขายได้แทบทุกคน

สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เพราะคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาเยอะ ส่วนใหญ่มักเป็นคำกว้างๆ ที่คนแค่ อยากรู้ แต่ไม่ได้ อยากซื้อ บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีเลือก Money Keyword หรือคีย์เวิร์ดทำเงิน ที่แม้ตัวเลขการค้นหาจะน้อย แต่เปลี่ยนเป็นกำไรได้เน้นๆ ค่ะ

เข้าใจ Search Intent เขาค้นหาเพื่อรู้ หรือ เพื่อซื้อ

เข้าใจ Search Intent เขาค้นหาเพื่อรู้ หรือ เพื่อซื้อ

หัวใจสำคัญของการเลือกคีย์เวิร์ดไม่ใช่จำนวน แต่คือ เจตนา ค่ะ เราสามารถแบ่งเจตนาการค้นหาออกเป็น 4 ระดับ แต่จะมีแค่ 2 ระดับท้ายเท่านั้นที่เป็นกลุ่มลูกค้าที่พร้อมจ่ายเงิน

  1. Informational เช่น วิธีซ่อมแอร์ -> Search Volume สูง แต่ขายยาก
  2. Navigational เช่น Facebook, Pantip 
  3. Commercial เช่น แอร์ยี่ห้อไหนดี, รีวิวช่างแอร์ -> โอกาสขายปานกลาง-สูง
  4. Transactional เช่น ราคาแอร์ ติดตั้งฟรี, จ้างล้างแอร์ ใกล้ฉัน -> Search Volume ต่ำ แต่ปิดการขายง่ายมาก
พลังของ Long-Tail Keyword ยาวกว่า แม่นกว่า กำไรดีกว่า

พลังของ Long-Tail Keyword ยาวกว่า แม่นกว่า กำไรดีกว่า

คีย์เวิร์ดสั้นๆ อย่างคำว่า รองเท้า อาจมีคนค้นหาเดือนละ 100,000 ครั้ง แต่คนที่ค้นหาคำนี้อาจจะเป็นเด็กนักเรียนที่หารูปไปทำการบ้าน หรือคนแค่อยากดูแฟชั่นเฉยๆ แต่ถ้าเราขยายคำให้ยาวขึ้นเป็น Long-Tail Keyword เช่น รองเท้าวิ่งมาราธอน มือใหม่ ราคาไม่เกิน 3000

  • Search Volume อาจเหลือแค่ 100 ครั้งต่อเดือน
  • Conversion Rate สูงมาก เพราะคนที่พิมพ์เจาะจงขนาดนี้ คือคนที่มีความต้องการชัดเจนและรู้ว่าตัวเองกำลังมองหาอะไร

การโฟกัสที่ Long-Tail Keyword นอกจากจะทำให้เจอคนที่ใช่แล้ว คู่แข่งยังน้อยกว่า ทำให้เราติดหน้าแรก Google ได้ง่ายกว่าคำสั้นๆ มากค่ะ

วิธีสังเกต Money Keyword ดูยังไงว่าคำนี้ทำเงิน

ถ้าคุณกำลังใช้เครื่องมือ Keyword Research เช่น Google Keyword Planner, Ubersuggest หรือ Ahrefs ให้มองหาจุดสังเกตเหล่านี้ แทนที่จะดูแค่ช่อง Volume ค่ะ

1. ดูค่า CPC 

ค่า CPC คือราคาที่คนลงโฆษณาต้องจ่ายต่อการคลิก 1 ครั้ง ยิ่งค่านี้ แพง แปลว่าคีย์เวิร์ดนั้น ทำเงินได้ ค่ะ

  • ถ้าคำว่า สอนการตลาด มี CPC 5 บาท
  • แต่คำว่า รับทำการตลาดออนไลน์ มี CPC 50 บาท
  • แปลว่าคำหลังมีมูลค่าทางธุรกิจสูงกว่ามาก คู่แข่งถึงยอมจ่ายแพงเพื่อแย่งลูกค้ากัน

2. มองหาคำขยายที่แสดงความต้องการ 

คีย์เวิร์ดทำเงินมักจะมีคำเหล่านี้ประกอบอยู่เสมอ

  • คำบอกการซื้อ ราคา, ซื้อ, ขาย, โปรโมชั่น, ส่วนลด
  • คำบอกความเร่งด่วน ติดตั้งด่วน, ใกล้ฉัน, 24 ชั่วโมง
  • คำบอกบริการ รับทำ, บริษัท, จ้าง, บริการ
  • คำเจาะจงรุ่น/ประเภท iPhone 15 Pro Max 256GB, บ้านเดี่ยว พระราม 9
กลยุทธ์ ปลาเล็กกินปลาใหญ่

กลยุทธ์ ปลาเล็กกินปลาใหญ่

สำหรับธุรกิจ SME หรือแบรนด์ใหม่ การไปสู้รบปรบมือแย่งคีย์เวิร์ดคำว่า ครีมหน้าขาว หรือ รถมือสอง กับเจ้าตลาดอาจเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ทางรอดคือการยึดหัวหาดด้วย High Intent Keywords จำนวนมากๆ แทน

เช่น แทนที่จะทำ SEO คำว่า รับสร้างบ้าน คำเดียวให้เปลี่ยนไปทำคำว่า รับสร้างบ้านงบ 2 ล้าน โมเดิร์น, บริษัทรับสร้างบ้าน นนทบุรี หรือ ผู้รับเหมาสร้างบ้าน ไม่ทิ้งงาน

เมื่อรวมคีย์เวิร์ดเล็กๆ เหล่านี้เข้าด้วยกัน คุณจะได้ Traffic รวมที่มีคุณภาพ และเป็น Traffic ที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็นลูกค้าจริงๆ โดยไม่ต้องเผางบโฆษณาแข่งกับรายใหญ่เลยค่ะ

เลิกแมสแล้วเน้นแม่น

ตัวเลข Traffic บนหน้าปัด Google Analytics อาจดูสวยหรูเวลาเอาไปโชว์ แต่ตัวเลขในบัญชีธนาคารต่างหากคือของจริง การเลือกคีย์เวิร์ดที่ดี ต้องเริ่มจากการ รู้จักลูกค้า ไม่ใช่แค่รู้จัก Google ถามตัวเองเสมอว่า ถ้าฉันจะควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อสินค้านี้ ฉันจะพิมพ์คำว่าอะไร คำตอบนั้นแหละค่ะ คือคีย์เวิร์ดที่คุณควรโฟกัสที่สุดนอกจากนี้ อย่าลืมกลับมาตรวจสอบผลลัพธ์อยู่เสมอว่าคีย์เวิร์ดที่เราเลือกนั้นสร้างยอดขายได้จริงหรือไม่บางคำคนเข้าอาจจะน้อยแต่ปิดการขายได้ 100% ก็มีค่ามากกว่าคำที่คนเข้าเป็นล้านแต่ไม่มีใครซื้อเลยค่ะ จงให้ความสำคัญกับ Conversion Rate มากกว่า Traffic เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจจะอยู่รอดได้ด้วย กำไร ไม่ใช่แค่ ยอดวิว ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"