Shein โมเดล Ultra-Fast Fashion ที่เร็วกว่า Zara 10 เท่า เขาทำได้ไง?

Shein โมเดล Ultra-Fast Fashion ที่เร็วกว่า Zara 10 เท่า เขาทำได้ไง?

ถ้า Zara คือผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นในยุค 90s ด้วยโมเดล Fast Fashion

Shein (ชีอิน) ก็คือผู้ปฏิวัติยุค 2020s ด้วยโมเดลใหม่ที่เรียกว่าUltra-Fast Fashion หรือReal-Time Fashionค่ะ ขณะที่ Zara ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในการผลิตเสื้อผ้าจากดีไซน์สู่หน้าร้าน Shein ใช้เวลาเพียง 3-7 วัน เท่านั้น! แถมยังอัปเดตสินค้าใหม่ลงแอปฯ วันละ 6,000 รายการ (Zara ทำได้ประมาณปีละ 12,000 รายการ) ตัวเลขนี้มันบ้าคลั่งมากค่ะ คำถามคือบริษัทจากจีนเจ้านี้ทำลายกำแพงข้อจำกัดด้านการผลิตและการขนส่งได้อย่างไร?

วันนี้จะพาไปถอดรหัสความเร็วระดับแสงของ Shein กันค่ะ

C2M (Consumer to Manufacturer) ไม่ได้ขายสิ่งที่ผลิต แต่ผลิตสิ่งที่ขาย

C2M (Consumer to Manufacturer) ไม่ได้ขายสิ่งที่ผลิต แต่ผลิตสิ่งที่ขาย

โมเดลเดิมของแฟชั่นคือ B2C (Business to Consumer) คือแบรนด์เดาเทรนด์ > สั่งโรงงานผลิต > เอามาขายลูกค้า

แต่ Shein กลับหัวกลับหางเป็น C2M ค่ะ

  • Data Scraper Shein ไม่ได้พึ่งพาดีไซเนอร์นั่งเทียนเขียนแบบ แต่ใช้ AI กวาดข้อมูลจาก Google Trends, Social Media, และเว็บคู่แข่งทั่วโลก เพื่อดูว่าคนกำลังค้นหาอะไร?
  • Result ทันทีที่ AI เห็นว่าเสื้อครอปสีเขียวนีออน กำลังมาแรงใน TikTok ระบบจะส่งข้อมูลไปให้ทีมดีไซน์ขึ้นแบบทันที โดยไม่ต้องรอกระแสยืนยัน

Small Batch Production กฎเหล็ก100 ตัว

จุดตายของธุรกิจแฟชั่น คือ Deadstock (ของเหลือขายไม่ออก) Zara แก้เรื่องนี้ได้ดีแล้ว แต่ Shein ทำได้โหดกว่าด้วยโมเดล “Test and Repeat”

  • สั่งผลิตแค่ 100 ตัว สำหรับดีไซน์ใหม่ Shein จะสั่งโรงงานผลิตแค่ 100 ชิ้นเท่านั้น เพื่อโยนหินถามทาง
  • ถ้าขายไม่ดี หยุดผลิตทันทีเจ็บตัวน้อยมาก
  • ถ้าขายดี ระบบอัตโนมัติจะสั่งโรงงานเพิ่มกำลังการผลิตทันที (Scale up)
  • ผลลัพธ์ Shein มีอัตราสินค้าเหลือทิ้งน้อยมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม เพราะผลิตตามดีมานด์จริงเกือบ 100% ค่ะ
TheUberof Factories คุมโรงงานด้วยซอฟต์แวร์

TheUberof Factories คุมโรงงานด้วยซอฟต์แวร์

Shein ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงงานเอง แต่ใช้วิธีรวบรวมโรงงานเย็บผ้าขนาดเล็ก (Ghost Factories) ในกวางโจวกว่า 6,000 แห่ง เข้ามาอยู่ในระบบของตัวเอง

  • Shein’s Supply Chain Management (SCM) โรงงานทุกแห่งต้องใช้ซอฟต์แวร์ของ Shein ซึ่งจะเห็นยอดขายแบบ Real-time เจ้าของโรงงานจะรู้ทันทีว่าต้องตัดเย็บเสื้อแบบไหน กี่ตัว และต้องส่งเมื่อไหร่
  • จ่ายเงินไวแลกความเร็ว ปกติแบรนด์แฟชั่นจะจ่ายเงินโรงงานแบบเครดิต 90 วัน แต่ Shein จ่ายเร็วมาก บางทีรายวันหรือรายสัปดาห์ ทำให้โรงงานเล็กๆ ยอมทำงานให้ Shein ก่อนเจ้าอื่นค่ะ

No Physical Stores ตัดต้นทุนหน้าร้านทิ้งให้เกลี้ยง

Zara มีค่าใช้จ่ายในการเช่าที่หรูๆ ใจกลางเมือง และจ้างพนักงานขาย แต่ Shein เป็น Digital-First 100% ค่ะ

  • ลดต้นทุน ไม่มีค่าเช่า ไม่มีค่าพนักงานหน้าร้าน ไม่มีค่าตกแต่ง
  • ส่งตรงจากจีน สินค้าถูกส่งออกจากโกดังในจีนตรงถึงหน้าบ้านลูกค้าทั่วโลก (Cross-border Logistics) โดยใช้ช่องโหว่ทางภาษีศุลกากร (De Minimis) ในหลายประเทศที่ยกเว้นภาษีสินค้าราคาต่ำ ทำให้ขายได้ในราคาถูกจนน่าตกใจ (เสื้อตัวละ 100-200 บาท)
Gen Z Marketing & TheShein Haul

Gen Z Marketing & TheShein Haul

Shein เข้าใจพฤติกรรม Gen Z ที่ขี้เบื่อและเสพติดโซเชียล

  • TikTok Marketing Shein แจกเสื้อผ้าให้ Micro-Influencers ฟรี แลกกับการให้เขาทำคลิป #SheinHaul ลองชุดให้ดู

เกิดกระแส Viral ที่ดูจริงใจเพราะเป็นคนธรรมดารีวิว และกระตุ้นให้คนอยากซื้อตามมากขึ้นจนแอปฯ Shein มียอดดาวน์โหลดแซงหน้า Amazon ในสหรัฐฯ ได้สำเร็จ

ดาบสองคม ความเร็ว vs ความยั่งยืน

แม้จะประสบความสำเร็จถล่มทลาย แต่ Shein ก็โดนวิจารณ์หนักที่สุดในเรื่อง สิ่งแวดล้อม (Sustainability) และ แรงงาน ค่ะ

  • เสื้อผ้าคุณภาพต่ำ ใส่ไม่กี่ครั้งก็ทิ้ง กลายเป็นขยะ
  • การก๊อปปี้ดีไซน์จากศิลปินรายย่อย
  • สภาพการทำงานในโรงงานที่เร่งรีบ

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ Shein ต้องแก้ต่อไป หากต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนในวันที่โลกเริ่มตระหนักเรื่องภาวะโลกร้อนค่ะ

ความเร็วคือสกุลเงินใหม่

กรณีศึกษาของ Shein บอกเราว่าBig Data และAgile Supply Chain สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดมานานได้ Shein ไม่ได้ชนะเพราะเสื้อผ้าสวยกว่า แต่ชนะเพราะตอบสนองความต้องการได้เร็วกว่าในราคาที่ปฏิเสธไม่ได้ ธุรกิจในยุคต่อไป ใครที่มีข้อมูลและปรับตัวได้ไวกว่า คนนั้นคือผู้ชนะค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"