วิธีตรวจสอบ Backlink Profile เพื่อวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของเว็บ

วิธีตรวจสอบ Backlink Profile เพื่อวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของเว็บ

การทำ SEO โดยไม่ดู Backlink Profile เราจะไม่รู้เลยว่าตอนนี้เว็บเราวิ่งเร็วแค่ไหน น้ำมันใกล้หมดหรือยัง หรือเครื่องยนต์กำลังจะพังเพราะสิ่งแปลกปลอม Backlink Profile คือภาพรวมของลิงก์ทั้งหมดที่ส่งมายังเว็บไซต์ของคุณค่ะ มันคือตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือที่ Google ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ถ้าโปรไฟล์ดี อันดับก็พุ่ง แต่ถ้าโปรไฟล์แย่มีแต่ลิงก์ขยะ เว็บก็อาจร่วงได้ง่ายๆ

วันนี้จะพาไปดูวิธีตรวจสอบและวิเคราะห์ Backlink Profile แบบมือโปร เพื่อดูว่าเว็บของคุณแข็งแกร่งพอจะสู้คู่แข่งได้หรือยังค่ะ

ทำไมต้องเช็ก Backlink Profile

ทำไมต้องเช็ก Backlink Profile?

ไม่ใช่แค่ดูว่ามีลิงก์เยอะไหม แต่เราเช็กเพื่อ

  1. วัดพลังเว็บไซต์ ดูค่าความน่าเชื่อถือ (Authority) ว่าเราสู้คู่แข่งไหวไหม
  2. หาจุดอ่อน ตรวจหาลิงก์สแปมที่อาจทำให้โดน Google ลงโทษ
  3. ขโมยไอเดียคู่แข่ง ดูว่าคู่แข่งได้ลิงก์มาจากไหน แล้วเราไปทำบ้าง
4 จุดสำคัญที่ต้องดูเมื่อวิเคราะห์ Backlink Profile

4 จุดสำคัญที่ต้องดูเมื่อวิเคราะห์ Backlink Profile

1. Referring Domains (จำนวนโดเมนต้นทาง)

Total Backlinks จำนวนลิงก์ทั้งหมด (อาจจะมี 10,000 ลิงก์)

Referring Domains จำนวนเว็บที่ไม่ซ้ำกัน (อาจจะมีแค่ 500 เว็บ)

วิเคราะห์ ถ้าคุณมี 10,000 ลิงก์ แต่มาจากแค่ 10 เว็บ Google จะมองว่าผิดปกติค่ะ (Spammy) ตัวเลขที่ดีคือ Referring Domains ต้องเยอะและกระจายตัวค่ะ

2. Authority Score (DR / DA / AS)

แต่ละเครื่องมือจะเรียกไม่เหมือนกัน (Ahrefs = DR, Moz = DA, Semrush = AS) แต่ความหมายเดียวกันคือ คะแนนความน่าเชื่อถือ (เต็ม 100)

วิเคราะห์ ยิ่งคะแนนสูง ยิ่งดี แสดงว่ามีเว็บคุณภาพสูงลิงก์มาหาเราเยอะ ถ้าคะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แปลว่าต้องเร่งสร้างลิงก์คุณภาพเพิ่มค่ะ

3. Anchor Text (ข้อความที่เป็นลิงก์)

Google ดูข้อความที่คนคลิกเพื่อมาหาเราค่ะ

วิเคราะห์ สัดส่วนต้องดูเป็นธรรมชาติ

Brand Name (60-70%) เป็นชื่อแบรนด์ของคุณ 

Keywords (10-20%) คำค้นหา (เช่น รับทำ SEO, สอนการตลาด)

Spam ถ้ามีคำแปลกๆ เช่น Buy Viagra, เว็บพนัน โผล่มาเยอะๆ แสดงว่าโดนยิงสแปมใส่แล้วค่ะ

4. Dofollow vs Nofollow Ratio

Dofollow ส่งพลัง SEO มาให้ (Google ชอบ)

Nofollow ไม่ส่งพลัง แต่ได้ Traffic (Google เฉยๆ)

วิเคราะห์ ควรมีผสมๆ กันให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าจะเน้นดันอันดับ ต้องมีสัดส่วน Dofollow ที่มากกว่าค่ะ

เครื่องมือเช็ก Backlink

เครื่องมือเช็ก Backlink 

  1. Ahrefs (เสียเงิน / ดีที่สุด) ข้อมูลละเอียดมาก อัปเดตไวที่สุดในโลก เหมาะกับมืออาชีพ
  2. Ubersuggest (ฟรีวันละ 3 ครั้ง / ราคาถูก) เหมาะสำหรับมือใหม่ ใช้งานง่าย ภาษาไทยรองรับดี
  3. Google Search Console (ฟรี 100%) ดูข้อมูลของเว็บตัวเองได้แม่นยำที่สุด (แต่ดูคู่แข่งไม่ได้)

ขั้นตอนการวิเคราะห์ (Step-by-Step)

  1. ใส่ URL เว็บไซต์ ลงในเครื่องมือ (เช่น Ahrefs หรือ Ubersuggest)
  2. ดูภาพรวม (Overview) กราฟ Backlink เป็นขาขึ้นหรือขาลง?

กราฟพุ่งขึ้นชันๆ อาจโดนยิงสแปม หรือซื้อลิงก์คุณภาพต่ำมา กราฟค่อยๆ ขึ้น ดีมาก เป็นธรรมชาติ และ กราฟดิ่งลง เว็บที่เคยลิงก์มาหาเราหายไป (Link Lost) ต้องรีบเช็ก

  1. ส่องลิงก์ใหม่ (New Backlinks) ดูว่าล่าสุดใครพูดถึงเราบ้าง เป็นเว็บพนันหรือเว็บโป๊หรือไม่ ถ้าใช่ต้องรีบ Disavow (ปฏิเสธลิงก์) ทันที
  2. เทียบกับคู่แข่ง เอา URL คู่แข่งไปใส่ แล้วดูว่าเขามี Referring Domains เยอะกว่าเราแค่ไหน ถ้าเขาเยอะกว่า เราต้องขยันหาเพิ่มค่ะ

การหมั่นตรวจสอบ Backlink Profile อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยให้คุณรู้ทันสุขภาพของเว็บไซต์ และปรับกลยุทธ์ SEO ได้ทันท่วงทีค่ะ จำไว้ว่า คุณภาพ สำคัญกว่า ปริมาณ ลิงก์เดียวจากเว็บข่าวชั้นนำ มีค่ามากกว่าพันลิงก์จากเว็บขยะ อย่าหลงทางไปปั๊มลิงก์มั่วซั่วจนโปรไฟล์พังนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"