มีรูปสินค้าสวยมาก ถ่ายมาอย่างดี แต่นั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มาเป็นชั่วโมงแล้วก็ยังพิมพ์ไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มประโยคแรกว่าอะไร หรือพอโพสต์ไปแล้วก็เงียบกริบ ไม่มีคนกดไลก์ ไม่มีคนทักแชต
ในโลกของ Facebook ที่คนไถหน้าฟีดกันด้วยความเร็วสูง รูปภาพ อาจทำหน้าที่หยุดสายตา แต่ แคปชั่น คือตัวปิดการขายที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายเงินค่ะ
แคปชั่นที่ดี ไม่จำเป็นต้องยาวเหยียดเป็นเรียงความ แต่ต้อง หยุดคนอ่านได้ตั้งแต่บรรทัดแรก วันนี้พี่แว่นสรุปสูตรลับการเขียนแคปชั่นขายของให้น่าอ่านมาฝากกันค่ะ
1. เปิดหัวด้วย ปัญหา หรือ คำถาม ที่แทงใจดำ
พื้นที่ทองคำของแคปชั่นคือ 3 บรรทัดแรก ก่อนที่จะโดนตัดด้วยคำว่า ดูเพิ่มเติม ค่ะ
ดังนั้น ห้ามเริ่มด้วยคำทักทายที่น่าเบื่อ เช่น สวัสดีค่ะ วันนี้ร้านเรามี หรือเริ่มด้วยชื่อสินค้าทื่อๆ แต่ให้เปิดด้วยสิ่งที่ลูกค้ากำลังกังวลใจ หรือปัญหาที่เขาเจออยู่ เช่น
แบบเดิม ขายครีมหน้าใส ผสมวิตามินซีเข้มข้น
แบบใหม่ รอยสิว รอยดำ ใช้อะไรก็ไม่จางลงสักที ใช่ไหม?
แบบใหม่ เบื่อไหม? ซื้อเสื้อผ้ามาแล้วใส่ไม่สวยเหมือนในรูป
การจี้จุดเจ็บ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า โพสต์นี้พูดเรื่องของฉันอยู่ และยอมหยุดอ่านต่อทันทีค่ะ
2. ชู ประโยชน์ ก่อนขายอย่าเพิ่งรีบขายของ
ลูกค้าไม่ได้อยากรู้ว่าสินค้าเราทำมาจากอะไรแต่เขาอยากรู้ว่าใช้แล้วชีวิตเขาจะดีขึ้นยังไงค่ะ
แทนที่จะบอกสเปกสินค้าแบบหุ่นยนต์ ให้ลองเปลี่ยนมาขายผลลัพธ์ก่อน เช่น
แบบเดิม พาวเวอร์แบงก์ ความจุ 20,000 mAh ชาร์จเร็ว 18W
แบบใหม่ ดูซีรีส์จบ 3 เรื่อง แบตก็ยังไม่หมด! ชาร์จไว ไม่ต้องพกสายรุงรัง
ทำให้เขาเห็นภาพปลายทางก่อน แล้วค่อยบอกทีหลังว่าสินค้าเราคืออะไร จะช่วยกระตุ้นความอยากได้มากกว่าค่ะ
3. ใช้ภาษาพูด เหมือนคุยกับเพื่อน
Facebook คือพื้นที่โซเชียล คนเข้ามาเพื่อผ่อนคลาย ไม่ได้มานั่งฟังเลกเชอร์วิชาการค่ะ
ดังนั้น การใช้คำศัพท์เทคนิคยากๆ หรือภาษาที่ทางการเกินไป จะทำให้ร้านดูเข้าถึงยาก ลองเปลี่ยนมาใช้ ภาษาพูด ที่อ่านแล้วลื่นไหล เหมือนเพื่อนมาป้ายยาเพื่อนดูสิคะ
ใช้คำง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ
ใส่อารมณ์ลงไปในตัวอักษรได้ เช่น ใช้เครื่องหมาย ! หรือ ?
แทนตัวเองว่า แอดมิน เรา หรือชื่อเล่น เพื่อสร้างความสนิทสนม
4. เว้นบรรทัดสั้นๆ เพื่อให้อ่านสบายตาบนมือถือ
จำไว้เสมอว่าลูกค้า 90% อ่านผ่านมือถือจอเล็กๆ ค่ะ การพิมพ์แคปชั่นยาวเป็นพรืดติดกัน 10 บรรทัด คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้คนเลื่อนผ่าน
เทคนิคการจัดหน้าให้น่าอ่าน
1 ย่อหน้า ไม่ควรเกิน 2-3 บรรทัด แล้วเคาะ Enter ขึ้นบรรทัดใหม่ทันที
ใช้ Emojis มาช่วยคั่นหัวข้อหรือใช้แทน Bullet Points จะช่วยนำสายตาให้อ่านง่ายขึ้น
เว้นช่องว่างระหว่าง ส่วนเกริ่นนำส่วนเนื้อหา และ ส่วนสรุป ให้ชัดเจน
5. ปิดท้ายด้วยคำชวน
เขียนมาดีแทบตาย แต่ตอนจบไม่บอกลูกค้าว่าต้องทำอะไรต่อ ลูกค้าก็ไปไม่ถูกนะคะ
อย่าปล่อยให้โพสต์จบดื้อๆ ต้องมี Call to Action ที่ชัดเจนเสมอ เพื่อกระตุ้นให้เกิด Action อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
อยากได้ยอดขาย ทักแชตรับโปรโมชั่นพิเศษ / พิมพ์ สนใจ ใต้คอมเมนต์
อยากได้ยอด Reach ใครเคยเจอแบบนี้บ้าง เล่าให้ฟังหน่อย / แท็กเพื่อนที่ชอบกินสิ่งนี้
สูตรลับอยู่ที่ความใส่ใจ
การเขียนแคปชั่นขายของ ไม่มีกฎตายตัว 100% ค่ะ แต่หัวใจสำคัญคือการ เอาใจลูกค้ามาใส่ใจเรา ถ้าเราเป็นลูกค้า เราอยากอ่านอะไร? เรามีปัญหาอะไร?
ลองนำเทคนิค เปิดด้วยปัญหา-ภาษาเพื่อน-เว้นวรรคให้อ่านง่าย ไปปรับใช้กับโพสต์ของคุณดูนะคะ รับรองว่านิ้วโป้งของลูกค้าจะหยุดอยู่ที่โพสต์ของคุณแน่นอนค่ะ
ผู้เชี่ยวชาญวางกลยุทธ์ SEO และ Business Strategy เพื่อเพิ่มโอกาสทางรายได้ ลดต้นทุนการตลาด สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเน้นเนื้อหาที่อ่านง่าย เข้าใจจริง