หน้า Feed Facebook ของลูกค้าเต็มไปด้วยสงครามแย่งชิงสายตา (Attention War) การยิงโฆษณาแบบเดิมๆ ที่โพสต์รูปสินค้าแล้วตะโกนว่า “ซื้อสิ! ลดราคาอยู่นะ!” แทบจะกลายเป็นเสียงนกเสียงกาที่ไม่มีใครสนใจ
ถ้าคุณไม่อยากเป็นหนึ่งในคนที่ “เผาเงินค่าแอดทิ้ง” คุณต้องเข้าใจกฎข้อแรกของ Sales Funnel ยุคใหม่: “อย่าเพิ่งขาย ถ้าเขายังไม่รู้จักคุณ”
เราจะพาคุณเจาะลึก 2 ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดของ Full Funnel Model นั่นคือ Awareness (สร้างการรับรู้) และ Interest (สร้างความน่าสนใจ) เราจะมาดูกันว่าทำอย่างไรให้ “คนแปลกหน้า” หยุดนิ้วโป้งดูคอนเทนต์ของคุณ และเปลี่ยนสถานะกลายเป็น “ว่าที่ลูกค้า” ที่พร้อมจะรับฟังสิ่งที่คุณนำเสนอ
Awareness คือ อะไร
เป้าหมายของขั้นตอนนี้ไม่ใช่ยอดขาย (Zero Sales Expectation) แต่คือการ “ดึงคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า เข้ามาเก็บไว้ในฐานข้อมูล” หน้าที่ของคุณคือการทำตัวเป็น “แมวมอง” ที่กวาดสายตาหาคนที่มี “ปัญหา” ที่สินค้าคุณแก้ได้
ทำไมต้อง Awareness?
เป้าหมายของขั้นตอนนี้ไม่ใช่ยอดขายแต่คือการ “ดึงคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า เข้ามาเก็บไว้ในฐานข้อมูล” หน้าที่ของคุณคือการทำตัวเป็น “แมวมอง” ที่กวาดสายตาหาคนที่มี “ปัญหา” ที่สินค้าเราแก้ได้
กลยุทธ์หลัก Viral Content & Problem Agitation
อ้างอิงจากกลยุทธ์ Full Funnel ที่เราใช้ สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในขั้นนี้คือ Viral Content ที่ดึงดูดสายตา เน้นการชี้ให้เห็นปัญหา (Pain Point)
คำว่า “Viral” ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าต้องตลกโปกฮาหรือเต้น Cover เสมอไป แต่มันคือคอนเทนต์ที่ “กระแทกใจ” คนที่มีปัญหาเดียวกันจนต้องหยุดดู
3 องค์ประกอบของ Awareness Ads ที่ดี
The Hook (เบ็ดตกปลา) 3 วินาทีแรกคือความเป็นความตาย ภาพหรือประโยคเปิดต้องแรง ต้องขัดจังหวะการเลื่อนนิ้ว (Pattern Interrupt)
The Pain (ขยี้แผล) พูดเรื่องปัญหาของลูกค้า 80% (อย่าเพิ่งพูดเรื่องสินค้าเยอะ) ทำให้เขารู้สึกว่า “เฮ้ย! นี่มันฉันเลย”
The Hope (ฉายแสง) บอกใบ้ว่า “ปัญหานี้มีทางออก” แต่ยังไม่ต้องบอกละเอียด ให้เขาสงสัยและจดจำแบรนด์ได้
ตัวอย่างการทำคอนเท้นต์ Awareness
สมมติสินค้า หมอนยางพาราแก้ปวดคอ
รูปแบบสื่อ Video Short (Reels / TikTok Style) ความยาว 15-30 วินาที
วินาทีที่ 0-3 (The Hook)
ภาพ ชายหนุ่มตื่นนอนมาแล้วทำหน้าเหยเก เอามือกุมคอ บิดคอจนมีเสียง “ก๊อบ!” ดังๆ (Sound Effect สำคัญมาก)
ข้อความพาดหัว (Text Overlay) “ตื่นมาก็ปวด… เหมือนคนนอนไม่พอตลอดชีวิต!” (ตัวหนังสือสีแดง พื้นหลังขาว ใหญ่ๆ)
วินาทีที่ 4-15 (The Pain)
ภาพ ตัดสลับภาพการใช้ชีวิตประจำวันที่ทรมาน นั่งทำงานก็ปวด หันซ้ายก็เจ็บ พยายามเปลี่ยนหมอนมา 10 ใบก็ไม่หาย
เสียงบรรยาย “เคยไหม? นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมาเพลียกว่าเดิม… คอเคล็ด บ่าตึง ลามขึ้นหัวจนไมเกรนกิน”
วินาทีที่ 16-30 (The Hope)
ภาพ ภาพกราฟิก X-ray กระดูกคอที่นอนผิดท่า vs นอนถูกท่า แล้วตัดจบที่โลโก้แบรนด์ พร้อมประโยคสั้นๆ
เสียงบรรยาย “รู้ไหมค่ะ? ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คุณ… แต่อยู่ที่ ‘องศา’ การนอน… หยุดทรมานตัวเอง แล้วมาดูวิธีแก้ที่ถูกต้องกัน”
Call to Action “ใครเป็นแบบนี้อยู่ คอมเมนต์บอกกันหน่อย หรือกดติดตามไว้ เดี๋ยวคลิปหน้ามาเฉลยวิธีแก้!”
เทคนิคการตั้งค่า Facebook Ads
Objective Video Views (จำนวนการรับชมวิดีโอ) หรือ Engagement
Targeting Broad Targeting (เปิดกว้าง) หรือ Interest กว้างๆ เช่น สุขภาพ, พนักงานออฟฟิศ เพื่อให้ AI ของ Facebook นำส่งคลิปไปหาคนที่มีปัญหาจริงๆ
Interest (สร้างความน่าสนใจ) เกมแห่งการ “คัดกรอง”
เปลี่ยนคนมุง ให้เป็นคนมอง
เมื่อเราได้คนดูวิดีโอจากขั้นแรกแล้ว คนเหล่านั้นยังเป็นแค่ “ไทยมุง” หน้าที่ของขั้น Interest คือการ “คัดกรองคนที่ไม่ใช่ออกไป” และเปลี่ยนคนที่สนใจจริงให้เริ่ม “อยากได้”
กลยุทธ์หลัก Retargeting & Education
หัวใจของขั้นตอนนี้คือการ ยิงโฆษณาไปหากลุ่มคนที่เคยดูวิดีโอในขั้นแรก (Custom Audience) ด้วยคอนเทนต์ที่ ให้ความรู้ หรือนำเสนอจุดเด่นของสินค้า
ทำไมต้องทำแบบนี้? เพราะคนที่ดูคลิปแรก (Awareness) จบ หรือดูเกิน 50% แสดงว่าเขามีปัญหาจริงๆ และตอนนี้เขากำลังต้องการ “ฮีโร่” มาช่วยแก้ปัญหา เราจึงต้องเริ่มขายความเป็นผู้เชี่ยวชาญและโชว์สินค้า
สิ่งที่ต้องสื่อสารในขั้น Interest
Educate (ให้ความรู้) อธิบายว่าทำไมปัญหาถึงเกิด และสินค้าเราเข้าไปแก้ที่ต้นเหตุได้อย่างไร
Highlight USP (จุดขาย) สินค้าเราต่างจากท้องตลาดอย่างไร?
Trust (ความน่าเชื่อถือ) เริ่มโชว์ความเป็นมืออาชีพ กราฟิกต้องสวย ข้อมูลต้องแน่น
ตัวอย่างการทำสื่อ
สมมติสินค้า หมอนยางพาราแก้ปวดคอ (ต่อจากตัวอย่างแรก)
รูปแบบสื่อ Album Photo (Carousel) หรือ Single Image (Infographic)
กลุ่มเป้าหมาย (Target) Custom Audience คนที่ดูคลิป Video ตัวแรก 50% ขึ้นไป
ภาพที่ 1 (Headline)
ภาพ รูปหมอนยางพาราของแบรนด์ ผ่าครึ่งให้เห็นโครงสร้างข้างใน
พาดหัว “ทำไมหมอนใบนี้… ถึงทำให้คุณลืมอาการปวดคอไปตลอดกาล?”
ภาพที่ 2 (Education – How it works)
ภาพ กราฟิกเปรียบเทียบ “หมอนทั่วไป (คอพับ)” vs “หมอนเรา (รองรับ S-Curve)”
ข้อความ “ดีไซน์เว้าโค้งตามหลักสรีรศาสตร์ ล็อคคอให้อยู่ในท่าที่กระดูกสันหลังผ่อนคลายที่สุด”
ภาพที่ 3 (USP – จุดเด่นสินค้า)
ภาพ ซูมเนื้อยางพารา ชี้ให้เห็นรูระบายอากาศ
ข้อความ “ยางพาราแท้ 100% ฉีดขึ้นรูป (ไม่ใช่อัดก้อน) เด้ง คืนตัวไว ระบายอากาศดี ไม่สะสมไรฝุ่น”
ภาพที่ 4 (Call to Action แบบนุ่มนวล)
ภาพ รูปคนนอนหลับหน้าตาฟินๆ
ข้อความ “เริ่มต้นเช้าวันใหม่… แบบไม่ปวดอีกต่อไป อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม ทักแชทสอบถามผู้เชี่ยวชาญได้เลย”
เคล็ดลับการตั้งค่า Facebook Ads
การตั้งค่า Facebook ads สำหรับการเพิ่มการรับรู้ แนะนำ
Objective Engagement หรือ Traffic (คลิกเข้าเว็บ/ส่งข้อความ)
Audience Custom Audience -> Video Views (เลือกคลิปจากขั้น Awareness / เลือกคนที่ดู 3s, 15s หรือ 25% ขึ้นไป) สำคัญมาก ต้อง Exclude (ยกเว้น) คนที่เคยซื้อแล้วออกไป
ความลับของการเชื่อมต่อ Awareness สู่ Interest
สิ่งที่คุณทำใน 2 ขั้นตอนนี้ ไม่ใช่แค่การยิงแอด แต่มันคือการ “ปูพรมแดง ” ต้อนรับลูกค้า
Awareness คุณโยนก้อนหินลงน้ำ (Viral Video) เพื่อดูว่าปลาตัวไหนตื่นตัว (คนที่มีปัญหา) โดยใช้คอนเทนต์ที่ชี้ให้เห็นปัญหา เป็นตัวล่อ
Interest คุณหว่านอาหารเม็ดเฉพาะจุด (Educational Content) ไปให้ปลาฝูงนั้น เพื่อให้เขาคุ้นเคยและมั่นใจว่าอาหารของคุณอร่อยและปลอดภัย
เมื่อลูกค้าผ่าน 2 ด่านนี้ไปได้ เขาจะไม่ได้มองคุณเป็นแค่ “ร้านขายของ” อีกต่อไป แต่มองคุณเป็น “ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจปัญหาของเขา” ซึ่งจะทำให้ในขั้นตอนถัดไป (Consideration & Intent) คุณจะปิดการขายได้ง่ายขึ้นมหาศาล และค่าโฆษณาโดยรวม (CAC) จะลดลงอย่างน่าตกใจ
เฟรม ผู้ชื่นชอบศาสตร์การทำการตลาดและการพัฒนาด้านธุรกิจ เป็น Digital Marketing ด้านการทำ SEO ให้กับธุรกิจตั้งแต่ ON-PAGE และ OFF-PAGE คลั่งการทำงานที่มีกลยุทธ์ และชอบการนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน