Zapier คืออะไร? สอนเชื่อมแอพให้ทำงานอัตโนมัติ (Automation) ฉบับจับมือทำ
เคยรู้สึกไหมครับว่าวันหนึ่งทำงานหมดไปกับการย้ายข้อมูลไปมา เช็กอีเมลแล้วต้องมากรอกลง Excel หรือพอลูกค้าทักมาทาง Facebook ก็ต้องก๊อปปี้เบอร์โทรไปบันทึกในโทรศัพท์อีกที งานพวกนี้ดูเหมือนเล็กน้อย แต่พอทำซ้ำๆ เป็นร้อยรอบ มันกินเวลาชีวิตเราไปมหาศาลเลยนะครับ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้พี่แว่น จะพาไปรู้จักกับฮีโร่ที่จะมาช่วยกู้เวลาคืนให้พวกเรา สิ่งนั้นคือ Zapier เครื่องมือตัวเก่งที่ช่วยสร้างระบบอัตโนมัติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าระบบ Automation นั่นเองครับ สำหรับใครที่เขียนโปรแกรมไม่เป็นไม่ต้องกลัว เพราะเครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อคนทั่วไปโดยเฉพาะครับ เจาะลึกการทำงานของ Zapier เครื่องมือเชื่อมแอปพลิเคชันอัจฉริยะ ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด Zapier เปรียบเสมือน “ล่าม” หรือ “ตัวกลาง” ที่คอยคุยกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ แทนเราครับ ปกติแล้วแอปพลิเคชันแต่ละตัวมักจะพูดคนละภาษา เช่น Facebook เก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ส่วน Google Sheets ก็เก็บอีกแบบหนึ่ง ทำให้สองแอปนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง เราเลยต้องเป็นคนคอยก๊อปปี้ข้อมูลข้ามไปมาเอง แต่ Zapier จะเข้ามาทำหน้าที่นี้แทน โดยมันสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทั่วโลกได้มากกว่า 5,000 แอป ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Slack, Trello, Facebook Lead Ads หรือแม้แต่ LINE Notify ทีเคยเป็นที่นิยมมากในบ้านเราถึงจะ หยุดให้บริการสำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วในวันที่ 31 มี.ค 2568 ก็ตามครับ หลักการทำงานแบบ If This Then That หัวใจสำคัญของ Zapier ทำงานบนตรรกะที่เรียบง่ายมากครับ คือ “ถ้าเกิดสิ่งนี้… ให้ทำสิ่งนั้น” ลองจินตนาการว่าเราสั่งลูกน้องคนหนึ่งไว้ว่า “ถ้ามีลูกค้าใหม่อีเมลเข้ามา (If This) ให้ช่วยบันทึกชื่อเขาลงในสมุดบัญชีให้หน่อย (Then That)” เจ้า Zapier ก็ทำงานแบบเดียวกันเป๊ะเลยครับ เพียงแต่ทำให้เราอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด 3 คำศัพท์เทคนิคต้องรู้ก่อนเริ่มใช้งาน เวลาเข้าไปใช้งานจริง เราจะเจอศัพท์เฉพาะอยู่ไม่กี่คำ พี่แว่นย่อยมาให้แล้วครับ รับรองว่าจำแค่ 3 คำนี้ก็ใช้งานได้คล่องปรื๋อ…
