เมื่อคุณแบ่งงบประมาณออกเป็นก้อนเล็กๆ กระจายไปหลาย Ad Set จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ข้อมูลกระจัดกระจาย ระบบ AI ของ Facebook ต้องการข้อมูลคอนเวอร์ชันประมาณ 50 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อหนึ่ง Ad Set เพื่อให้ผ่านช่วงการเรียนรู้ หากงบประมาณของคุณถูกซอยจนเหลือน้อยในแต่ละก้อน ระบบจะเรียนรู้ไม่จบสักที ทำให้โฆษณาของคุณติดอยู่ในสถานะLearning Limited ซึ่งส่งผลให้การนำส่งไม่เสถียรและต้นทุนแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น
ความสำคัญของโครงสร้างแบบใหม่
แนวคิดหลักของการลดต้นทุนในระยะยาวคือการทำ Simplified Account Structure หรือการทำให้โครงสร้างบัญชีเรียบง่ายที่สุด เพื่อให้ AI มีข้อมูลมากพอที่จะเรียนรู้และเก่งขึ้น ยิ่งเราให้อิสระกับระบบมากเท่าไหร่และป้อนข้อมูลที่มีคุณภาพมากเท่านั้น ระบบก็จะยิ่งหาลูกค้าให้เราได้ในราคาที่ถูกลง
งบประมาณ เลือกใช้ Ad Set Budget Optimization คือกำหนดงบที่ระดับ Ad Set เพื่อบังคับให้เงินวิ่งไปที่โฆษณาตัวใหม่ที่เราต้องการเทสอย่างทั่วถึง ไม่ให้ AI ลำเอียงไปหาตัวเก่า
วิธีการ เมื่อเจอโฆษณาตัวไหนที่ทำกำไรได้ดีในแคมเปญนี้ ให้คัดลอก Post ID ของโฆษณานั้น ไปใส่ในแคมเปญหลัก แล้วปิดตัวในแคมเปญเทสทิ้งไป วิธีนี้จะทำให้แคมเปญหลักมีตัวเทพอยู่เสมอ
แคมเปญที่ 3 The Retargeting Campaign
AI จะเก่งแค่ไหน แต่การตามเก็บตกคนที่ยังไม่ซื้อก็ยังจำเป็นค่ะ แต่เราจะไม่ใช้งบเยอะกับส่วนนี้
โครงสร้าง รวมกลุ่มเป้าหมาย Custom Audience ทั้งหมดไว้ใน Ad Set เดียว (เช่น คนเข้าเว็บ + คนทักแชท + คนมีส่วนร่วม 30-180 วัน) ไม่ต้องแยกย่อย เพราะกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มักจะมีขนาดเล็ก
ข้อควรระวัง อย่าใช้งบประมาณเกิน 10-15% ของงบรวมทั้งหมด เพราะการยิงซ้ำคนกลุ่มเดิมถี่เกินไป Frequency สูง จะทำให้ลูกค้าเกิดความรำคาญ และกลายเป็นผลลบต่อแบรนด์ได้