ตามคนหายกลับมาโอน เทคนิค Facebook Ads Retargeting เจาะกลุ่มเคยเข้าเว็บให้ปิดจ๊อบด้วย Dynamic Ads

ตามคนหายกลับมาโอน เทคนิค Facebook Ads Retargeting เจาะกลุ่มเคยเข้าเว็บให้ปิดจ๊อบด้วย Dynamic Ads

เคยเปิดดูหลังบ้านเว็บไซต์แล้วรู้สึกใจหายไหมคะ คนเข้าเว็บวันละเป็นพัน มีคนกดดูสินค้า มีคนหยิบใส่ตะกร้าวันละเป็นร้อย แต่พอถึงยอดโอนจริงกลับเหลือแค่หลักสิบ เคสแบบนี้ไม่ได้เกิดกับร้านคุณร้านเดียว แต่เป็นสิ่งที่แทบทุกธุรกิจออนไลน์ต้องเจอ สิ่งที่น่าเสียดายไม่ใช่ยอดขายที่หายไปอย่างเดียว แต่คือเงินค่าโฆษณาที่เราเคยจ่ายไปเพื่อพาคนเหล่านั้นเข้ามาแล้วกลับไม่ได้อะไรต่อเลย

ลูกค้ากลุ่มที่เคยเข้าเว็บ เคยดูสินค้า หรือเคยใส่ตะกร้า คือกลุ่มที่มีโอกาสซื้อสูงกว่าคนแปลกหน้าแบบเทียบไม่ติด เพราะเขารู้จักแบรนด์แล้ว สนใจสินค้าแล้ว เหลือแค่จังหวะสุดท้ายให้ตัดสินใจ เครื่องมือที่ช่วยดึงคนกลุ่มนี้กลับมาได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือเทคนิค Facebook Ads Retargeting ด้วยฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Dynamic Ads นั่นเองค่ะ

ทำไมลูกค้าเข้าเว็บแต่ยังไม่ซื้อ และเราควรทำอย่างไรต่อ

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เราต้องเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าก่อนค่ะ เวลาที่เราเองช้อปออนไลน์ ไม่ได้เกิดจากไม่อยากซื้อ แต่เป็นเพราะถูกขัดจังหวะ บางคนเปิดเว็บดูของตอนพักเที่ยง เจองานด่วนเข้ามา บางคนดูตอนก่อนนอนแล้วหลับไป บางคนอยากซื้อแต่ขอเวลาเปรียบเทียบอีกนิด

ลูกค้าไม่ได้ปฏิเสธเรา เขาแค่ยังไม่พร้อมตัดสินใจในตอนนั้น Retargeting มีหน้าที่เหมือนเพื่อนที่คอยเตือน ว่าสินค้าที่คุณเคยสนใจยังรออยู่ และตอนนี้มีเงื่อนไขที่น่าสนใจกว่าเดิม แค่การเตือนถูกเวลา ก็สามารถเปลี่ยนคนที่เกือบหลุดมือให้กลายเป็นยอดขายได้จริง

Dynamic Ads คืออะไร และทำไมถึงปิดการขายได้ดีกว่าแอดทั่วไป

การทำ Retargeting แบบเดิมคือใช้โฆษณาเดียว ยิงไปหาทุกคนที่เคยเข้าเว็บ ซึ่งผลลัพธ์อาจไม่แย่ แต่ไม่แม่นพอ Dynamic Ads คือการยกระดับไปอีกขั้น เพราะระบบจะดึงสินค้าที่ลูกค้า เคยดูจริง มาแสดงให้เขาเห็นอีกครั้งโดยอัตโนมัติ

  • ลูกค้าที่ดูรองเท้า ระบบก็โชว์รองเท้าคู่นั้น
  • ลูกค้าที่ดูลิปสติก ระบบก็โชว์ลิปสติกสีเดิม

ทั้งหมดเกิดขึ้นแบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องสร้างโฆษณาแยกเป็นสิบ ๆ ชุด ความแม่นยำระดับนี้เองที่ทำให้ Dynamic Ads มีอัตราปิดการขายสูงกว่าการยิงแอดทั่วไปอย่างชัดเจน

เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มยิง Dynamic Ads

ก่อนจะยิงโฆษณาแบบนี้ ระบบหลังบ้านต้องพร้อมก่อน มีสองส่วนหลักที่ขาดไม่ได้

Catalog สินค้า

ต้องเชื่อมข้อมูลสินค้าจากเว็บไซต์เข้าสู่ระบบของ Facebook เพื่อให้ระบบรู้ว่าร้านคุณขายอะไร ราคาเท่าไหร่ และใช้รูปไหน

Facebook Pixel

ต้องติดตั้งให้ครบทุกหน้าที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน้าดูสินค้า หน้าหยิบใส่ตะกร้า และหน้าซื้อสำเร็จ Pixel คือหัวใจของ Retargeting เพราะมันบอก Facebook ว่าลูกค้าคนไหนทำอะไรบนเว็บคุณ

เทคนิคเจาะกลุ่มเป้าหมาย ตามยังไงให้ไม่ดูน่ารำคาญ

การตามลูกค้าต้องรู้จังหวะ ถ้าตามถี่เกินไปจะน่ารำคาญ ถ้าตามช้าเกินไปลูกค้าอาจลืมเราไปแล้ว

ระยะ 0 ถึง 3 วัน กระตุ้นกลุ่ม Hot Prospect ที่เพิ่งทิ้งตะกร้า

กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ร้อนแรงที่สุด หรือที่เรียกว่า Hot Prospect คือคนที่เพิ่งดูสินค้าหรือหยิบใส่ตะกร้าไปเมื่อ 1 ถึง 3 วันที่ผ่านมา ความอยากได้ของเขายังพุ่งอยู่ แต่อาจจะแค่ลืม ให้เรายิง Dynamic Ads ไปหาคนกลุ่มนี้ด้วยข้อความเตือนความจำแบบน่ารักๆ เช่น “สินค้าในตะกร้ารออยู่นะคะ” หรือ “รีบเช็กเอาต์ก่อนของหมดน้า” ช่วงเวลานี้มีโอกาสปิดการขายได้ง่ายที่สุดค่ะ

ระยะ 7 ถึง 14 วัน งัดโปรโมชันสู้ความลังเล

ถ้าผ่านไปอาทิตย์นึงแล้วเขายังไม่กลับมา แสดงว่าเขาเริ่มลังเล หรืออาจจะกำลังเปรียบเทียบราคากับร้านอื่นอยู่ กลยุทธ์ช่วงนี้เราต้องงัด “โปรโมชัน” มาสู้ค่ะ ลองยิงแอดไปหาคนที่เข้าชมสินค้าในช่วง 7 ถึง 14 วันที่ผ่านมา แล้วเสนอสิทธิพิเศษ เช่น “ซื้อสินค้าวันนี้ รับส่วนลด 5% ทันที” หรือ “ส่งฟรีให้เลยเฉพาะคุณ” เพื่อขจัดความลังเลในใจเขาออกไป

ระยะ 30 วัน Cross selling สินค้าใหม่ให้ลูกค้าเดิม

สำหรับคนที่หายไปนานเป็นเดือน โอกาสที่เขาจะลืมเรามีสูงมากค่ะ การจะดึงเขากลับมาต้องใช้ สินค้าตัวใหม่ หรือ คอลเลกชันใหม่ เข้าช่วย โดยใช้ Dynamic Ads แสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาเคยดู หรือ Cross-selling เช่น ถ้าเขาเคยดูรองเท้าวิ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ลองยิงแอดถุงเท้าวิ่งรุ่นใหม่ไปหาเขาดูสิคะ อาจจะจุดไฟความสนใจขึ้นมาใหม่ได้

เขียนแคปชั่น Dynamic Ads ยังไงให้ดูใส่ใจ ไม่ใช่สะกดรอยตาม

จุดที่หลายแบรนด์พลาดคือการพูดตรงเกินไป การบอกว่ารู้ว่าลูกค้าดูอะไรมาอาจทำให้รู้สึกอึดอัด ควรใช้ภาษาที่ดูเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คนแอบตาม

ข้อความที่ดีควรโฟกัสที่ประโยชน์ เช่น ของยังมีพร้อมส่ง โปรโมชันจำกัดเวลา หรือความสะดวกในการสั่งซื้อ มากกว่าการย้ำว่ารู้พฤติกรรมลูกค้า

ข้อควรระวังในการทำ Facebook Dynamic Ads

เพื่อให้การทำ Dynamic Ads ของเราสมบูรณ์แบบที่สุด ยังมีจุดเล็กๆ ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดค่ะ ไม่อย่างนั้นงบอาจจะบานปลายได้

อย่าลืม Exclude คนที่ซื้อไปแล้ว

เคยไหมคะ ซื้อของไปแล้ว แต่โฆษณาชิ้นเดิมยังตามมาหลอนอยู่เป็นอาทิตย์ มันน่ารำคาญมากและทำให้แบรนด์ดูไม่เป็นมืออาชีพ ตอนตั้งค่าโฆษณา อย่าลืมกด Exclude หรือยกเว้นคนที่ Purchase หรือซื้อสำเร็จ ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาออกไปด้วยนะคะ เราจะได้ไม่เสียเงินยิงแอดหาคนที่โอนเงินแล้ว เอาเงินส่วนนั้นไปหาลูกค้าใหม่ดีกว่าค่ะ

ปรับแต่งกรอบรูป Overlay

ปรับแต่งกรอบรูป Overlay เพิ่มความด่วน

Facebook มีฟีเจอร์ให้เราใส่กรอบ หรือ Frame สติกเกอร์ลงไปบนรูปสินค้าแบบอัตโนมัติได้ด้วยนะคะ เช่น ใส่ป้าย ขายดี ใส่ป้าย ลด 20% หรือใส่ราคาลงไปเลย การทำแบบนี้จะช่วยให้รูปสินค้าดูสะดุดตาขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจได้เร็วกว่ารูปสินค้าลอยๆ ธรรมดาค่ะ

ลูกค้าที่เคยเข้าเว็บ เคยดูสินค้า หรือเคยใส่ตะกร้า คือกลุ่มที่มีโอกาสซื้อสูงที่สุด แต่หลายครั้งพวกเขาหายไปไม่ใช่เพราะไม่สนใจ แค่ถูกขัดจังหวะหรือยังไม่พร้อมตัดสินใจในตอนนั้น Facebook Ads Retargeting โดยเฉพาะ Dynamic Ads จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพาคนกลุ่มนี้กลับมาอย่างแม่นยำ ด้วยการแสดงสินค้าที่ลูกค้าเคยสนใจจริง ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม หากวางระบบ Pixel และ Catalog ให้ครบ ตั้งกลุ่มเป้าหมายให้ถูกช่วงเวลา และสื่อสารอย่างใส่ใจไม่คุกคาม Dynamic Ads จะไม่ใช่แค่การตามขาย แต่คือการดูแลลูกค้าอย่างชาญฉลาด และเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยกู้ยอดขายที่เกือบหลุดมือให้กลับมาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"