ให้เริ่มจากคำกว้าง ๆ ก่อน แล้วค่อยใช้ Google Search ช่วยแตกออกเป็นคำที่เฉพาะขึ้น เช่น “WordPress SEO คืออะไร”, “ปลั๊กอิน SEO WordPress ตัวไหนดี”, “ทำเว็บ WordPress ให้ติด Google ต้องทำยังไง”
ขั้นตอนที่ 2 ใช้ Google Autocomplete หาไอเดียที่คนค้นจริง
Google Autocomplete คือคำแนะนำที่ขึ้นมาเมื่อเราพิมพ์คำค้นในช่อง Search ซึ่งมักสะท้อนคำที่คนค้นหาบ่อยหรือมีแนวโน้มสนใจ
ขั้นตอนที่ 4 ดู Related Searches ด้านล่างหน้า Google
เมื่อเลื่อนลงไปด้านล่างของหน้า Google มักจะเจอส่วนที่เรียกว่า Related Searches หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยให้เห็นคีย์เวิร์ดใกล้เคียงที่คนสนใจ
ตัวอย่างจากคำว่า “ทำ SEO”
อาจเจอคำที่เกี่ยวข้อง เช่น
รับทำ SEO
เรียน SEO
SEO สายขาว
SEO คืออะไร
SEO ราคา
วิธีทำ SEO ด้วยตัวเอง
จากตรงนี้สามารถแยกประเภทคอนเทนต์ได้ เช่น
คอนเทนต์ให้ความรู้: SEO คืออะไร
คอนเทนต์สอนทำ: วิธีทำ SEO ด้วยตัวเอง
คอนเทนต์เชิงพาณิชย์: รับทำ SEO ราคาเท่าไหร่
คอนเทนต์เปรียบเทียบ: ทำ SEO เองหรือจ้างบริษัทดี
ขั้นตอนที่ 5 วิเคราะห์หน้าแรกของ Google
หน้าแรกของ Google คือคำใบ้สำคัญว่า Google มองว่าเนื้อหาแบบไหนตอบโจทย์ผู้ค้นหามากที่สุด ให้ดูเว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรก แล้ววิเคราะห์ว่าแต่ละบทความมีรูปแบบอย่างไร
Google Search เป็นเครื่องมือหาไอเดียคอนเทนต์ SEO ที่ใช้งานง่ายและทรงพลังมาก เพราะช่วยให้เห็นคำค้น คำถาม และพฤติกรรมของผู้ใช้งานจริง เพียงเริ่มจาก Seed Keyword แล้วใช้ Autocomplete, People Also Ask, Related Searches, Search Operator และการวิเคราะห์หน้าแรกของ Google ก็สามารถแตกไอเดียบทความออกมาได้จำนวนมาก
หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่หาให้ได้หลายหัวข้อ แต่ต้องเลือกหัวข้อที่ตรงกับ Search Intent จัดกลุ่มเป็น Content Cluster และเขียนให้ตอบคำถามผู้ค้นหาได้ดีกว่าคู่แข่ง เมื่อทำอย่างเป็นระบบ Google Search จะกลายเป็นเครื่องมือวางแผนคอนเทนต์ SEO ที่ช่วยให้เว็บไซต์เติบโตได้อย่างยั่งยืน
FREE E-BOOK
คู่มือหาไอเดียคอนเทนต์ SEO ด้วย Google Searchรับลิงก์ดาวน์โหลดทางอีเมล
FREE E-BOOK · ส่งให้ทางอีเมล
กรอกข้อมูลเพื่อรับ E-Book ฟรี
รับ “คู่มือหาไอเดียคอนเทนต์ SEO ด้วย Google Search” พร้อมลิงก์ดาวน์โหลดที่ส่งตรงไปยังอีเมลของคุณ
ผู้เชี่ยวชาญวางกลยุทธ์ SEO และ Business Strategy เพื่อเพิ่มโอกาสทางรายได้ ลดต้นทุนการตลาด สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และเน้นเนื้อหาที่อ่านง่าย เข้าใจจริง
ตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกเดือนมักเป็นภาพความสำเร็จที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต่างปรารถนา แต่ภายใต้กราฟสีเขียวที่พุ่งทะยานนั้น อาจมีสัญญาณอันตรายบางอย่างซ่อนอยู่หากเราไม่ได้แยกแยะประเภทของผู้เข้าชมให้ชัดเจน เปรียบเสมือนการเปิดร้านอาหารที่มีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน แต่เราไม่รู้เลยว่าคนเหล่านั้นคือลูกค้าหน้าใหม่ที่หลงเข้ามา หรือเป็นลูกค้าประจำที่ติดใจในรสชาติอาหาร การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง User (ผู้ใช้งานรวม) และ New User (ผู้ใช้งานใหม่) คือพื้นฐานสำคัญของการวางกลยุทธ์การตลาดที่ยั่งยืน เพราะข้อมูลสองชุดนี้บอกเล่าเรื่องราวที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ชุดหนึ่งบอกถึงความเก่งในการหาคนเข้าบ้าน แต่อีกชุดหนึ่งบอกถึงความสามารถในการรักษาคนให้อยู่กับเรา พี่แว่น อยากชวนทุกคนมาเจาะลึกความหมายของตัวเลขเหล่านี้ใน Google Analytics เพื่อให้คุณมองเห็นสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาจากยอดวิวรวมครับ New Users และ Users ต่างกันอย่างไรในมุมมอง Data ก่อนจะไปถึงการวิเคราะห์กลยุทธ์ เราต้องทำความเข้าใจนิยามศัพท์ทางเทคนิคของ Google Analytics ให้แม่นยำก่อนครับ เพราะความสับสนเพียงเล็กน้อยอา