พลังของ Social Proof และการถูกพูดถึงในแง่บวกคือกุญแจสำคัญ
AI Overviews ทำงานโดยการกวาดข้อมูลจากทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตมาประมวลผล ไม่ใช่แค่ข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง รีวิวใน Google Maps, กระทู้ใน Pantip, โพสต์ใน Social Media และข่าวสารต่างๆ
AI เชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดถึงคุณ
หากผู้ใช้ถาม AI ว่า “แนะนำครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย ยี่ห้อไหนดี” AI จะไม่ได้เลือกจากเว็บที่ทำ SEO เก่งที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่จะเลือกจากแบรนด์ที่มี Social Proof หรือได้รับการพูดถึงในแง่บวกจากหลายๆ แหล่งข้อมูล
ถ้าเว็บคุณบอกว่าสินค้าคุณดี แต่ในรีวิวมีแต่คนด่า AI อาจจะไม่หยิบสินค้าคุณมาแนะนำ
ถ้าเว็บคุณข้อมูลน้อย แต่มี Blogger และ Influencer พูดถึงเยอะ AI จะมองว่าแบรนด์คุณน่าเชื่อถือ
ดังนั้น การทำ SEO ยุค AI จึงทำแค่ในเว็บตัวเอง (On-page) ไม่พออีกต่อไป แต่ต้องทำ Off-page SEO และ Digital PR ควบคู่กันไป เพื่อสร้างชื่อเสียงในภาพรวม (Brand Sentiment) ให้ AI รับรู้ว่าคุณคือตัวจริงในวงการนั้น
ทีมเว็บไซต์จำนวนไม่น้อยเพิ่งเคลียร์งาน Technical SEO ชุดหนึ่งเสร็จ ก็มีเช็กลิสต์ใหม่ส่งต่อกันมาว่าต้องสร้างไฟล์ llms.txt ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเว็บไซต์อาจเสียโอกาสใน AI Search ความรู้สึกว่าต้องรีบตามให้ทันเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะชื่อไฟล์ดูเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อระบบ AI โดยตรง แต่คำชี้แจงของ Google ทำให้ประเด็นนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างสิ่งที่เป็นกระแสกับสิ่งที่ Google Search ใช้จริง สำหรับ Google Search และฟีเจอร์ AI ของ Google ไฟล์ดังกล่าวไม่ได้เป็นทางลัดสู่อันดับหรือการถูกอ้างอิง สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่รีบเพิ่มไฟล์ตามกัน แต่เป็นการตรวจพื้นฐานที่ทำให้ Google เข้าถึง เข้าใจ และเลือกนำเสนอเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง llms.txt คืออะไร และ Google Search ใช้หรือไม่ llms.txt เป็นชื่อไฟล์ข้อความที่มีแนวคิดให้เว็บไซต์จัดข้อมูลสำคัญในรูปแบบที่ระบบภาษาหรือเครื่องมือ AI อ่านต่อได้สะดวก ชื่อไฟล์มาตรฐานเขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กและมีจุดคั่น แม้ชื่อเรื่องจะใช้คำว่า LLMS TXT ตามที่กำหนดไว้ก็ตาม จุดประสงค์ของแนวคิดนี้มักเกี่ยวข้องกับการชี้ไปยังหน้าหลัก เอกสาร หรือเนื้อหาที่เจ้าของเว็บไซต์อยากให้ระบบเข้าใจ แต่การมีร