Line Us

ตั้งช่วงราคาโปรโมชันใน Product Schema ให้ Google แสดงราคาสินค้าได้ถูกต้อง

ลูกค้าเห็นราคาลดบน Google แล้วคลิกเข้ามาซื้อ แต่หน้าสินค้ากลับแสดงราคาเต็ม ความคลาดเคลื่อนเพียงจุดเดียวอาจทำให้โปรโมชันที่เตรียมไว้น่าสนใจน้อยลงทันที ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ข้อความบนหน้าเว็บเสมอไป เพราะข้อมูลราคาหลังบ้านและช่วงเวลาที่ส่งผ่าน Product Schema อาจยังไม่ตรงกัน การดูแล Product Schema sale price จึงควรครอบคลุมทั้งราคาที่ซื้อได้จริง เวลาเริ่มและสิ้นสุด รวมถึงจังหวะอัปเดตข้อมูลหลังจบโปรโมชัน เพื่อให้ทุกจุดอธิบายข้อเสนอเดียวกันได้ชัดเจนที่สุด

แยกราคาที่ขายจริงออกจากราคาอ้างอิงก่อน

Product อธิบายตัวสินค้า ส่วน Offer อธิบายข้อเสนอขายซึ่งรวมถึงราคาและสกุลเงิน สำหรับข้อมูล Merchant listing ตามแนวทาง Google ราคาที่กำลังใช้งานอาจอยู่ใน Offer.price หรือใน UnitPriceSpecification ที่เหมาะสมได้ สิ่งสำคัญคือราคานั้นต้องเป็นข้อเสนอที่ตรงกับหน้าและเงื่อนไขซื้อจริง ไม่ใช่ราคาเริ่มต้นของสินค้าคนละรุ่นหรือราคาที่ลูกค้าทั่วไปเข้าถึงไม่ได้

หากต้องการระบุราคาเดิมแบบขีดฆ่าร่วมด้วย Google มีแนวทางให้ใช้ UnitPriceSpecification แยกต่างหากและกำหนด priceType เป็น StrikethroughPrice ส่วนราคาที่ขายจริงไม่ต้องติด priceType แบบเดียวกัน การนำราคาเดิมกับราคาลดไปสลับช่องกันอาจทำให้ข้อมูลดูครบแต่สื่อความหมายผิด ควรตกลงกับทีมร้านค้าให้ชัดว่าราคาใดเป็นราคาปัจจุบัน และราคาใดใช้เปรียบเทียบโดยมีที่มาจริง

ตัวอย่างการตั้งราคาอย่างง่าย

ตัวอย่างเชิงสมมติคือสินค้าราคาอ้างอิง 1,200 บาท ลดเหลือ 990 บาทในช่วงที่กำหนด ราคาขายปัจจุบันต้องสะท้อน 990 บาทเมื่อข้อเสนอนั้นเริ่มใช้จริง พร้อมสกุลเงินที่ถูกต้อง ส่วน 1,200 บาทจึงเป็นข้อมูลราคาอ้างอิง ไม่ควรสร้างราคาอ้างอิงขึ้นมาเพียงเพื่อให้ส่วนลดดูสูง และไม่ควรรับประกันว่า Google จะนำราคาขีดฆ่าไปแสดงทุกครั้ง

ต้องใส่เวลาเริ่มและสิ้นสุดให้ตรงตำแหน่งของราคา

แนวทางปัจจุบันของ Google รองรับ validFrom สำหรับจุดเริ่มต้นของช่วงราคา และ validThrough หรือ priceValidUntil สำหรับจุดสิ้นสุดตามชนิดข้อมูลที่ใช้งาน ความต่างสำคัญคือจะวางพร็อพเพอร์ตีเหล่านี้ไว้ที่ไหน ไม่ใช่คัดลอกชื่อช่องเดียวกันไปใส่ทุกระดับแล้วถือว่าทำงานเหมือนกันทั้งหมด

เมื่อราคาลดอยู่ที่ Offer

ถ้า Offer.price เป็นราคาลดที่ใช้งานอยู่ สามารถกำหนด validFrom และเลือก validThrough หรือ priceValidUntil ที่ Offer เพื่ออธิบายช่วงเวลานั้น ควรระบุเวลาและเขตเวลาให้ชัดตามรูปแบบ ISO 8601 รวมถึงตรวจว่าจุดเริ่มไม่อยู่หลังจุดสิ้นสุด รายละเอียดนี้ช่วยลดความสับสนเมื่อระบบร้านค้า เซิร์ฟเวอร์ และทีมแคมเปญอ้างอิงเวลาต่างกัน

เมื่อราคาลดอยู่ใน PriceSpecification

ถ้าเก็บราคาลดใน PriceSpecification เช่น UnitPriceSpecification ให้ใส่ validFrom และ validThrough ลงในโหนดราคาที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ใช้ priceValidUntil ที่ PriceSpecification เพราะพร็อพเพอร์ตีนี้ไม่ใช้กับชนิดข้อมูลดังกล่าวตามแนวทาง Google และต้องระวังไม่ใส่ช่วงเวลาของราคาลดไปไว้ที่ชุดราคาอ้างอิงแทน

ระบบ ร้านค้าออนไลน์ ควรมีแหล่งกำหนดราคาและเวลาเดียวกันสำหรับหน้าเว็บกับ Structured Data เพื่อลดการแก้มือหลายจุด หากใช้ Offer.price และ priceSpecification ระบุราคาปัจจุบันพร้อมกัน ต้องตรวจลำดับที่ Google ใช้ข้อมูลด้วย โดยแนวทางระบุว่าจะใช้ Offer.price และไม่ใช้ราคาใน priceSpecification สำหรับราคาปัจจุบันนั้น จึงควรออกแบบให้ไม่เหลือค่าที่ขัดกัน

ตรวจสามช่วงของโปรโมชัน ไม่ใช่เฉพาะวันเปิดขาย

  1. ก่อนเริ่มโปรโมชัน หน้าสินค้าและข้อมูลราคาไม่ควรทำให้เข้าใจว่าซื้อได้ในราคาที่ร้านยังไม่เปิดใช้ 
  2. ระหว่างโปรโมชันต้องตรวจว่าราคาตรงกันตั้งแต่หน้ารายละเอียดไปจนถึงขั้นตอนชำระเงิน 
  3. และเมื่อหมดเวลา ระบบต้องกลับไปใช้ข้อเสนอที่ถูกต้อง 

การมีวันสิ้นสุดใน Schema ไม่ได้หมายความว่าระบบหน้าร้านจะเปลี่ยนราคาทุกจุดแทนให้เอง

จุดที่ควรนำเข้ารายการทดสอบมีดังนี้ โดยใช้สินค้าตัวอย่างที่ครอบคลุมรูปแบบร้านจริงก่อนขยายไปทั้งแคตตาล็อก

  • สินค้ารุ่นเดียวที่มีราคาและช่วงลดชัดเจน
  • สินค้าหลายขนาดหรือหลายรุ่นที่ราคาไม่เท่ากัน
  • หน้าที่มีแคชและอาจแสดงข้อมูลเก่าหลังเปลี่ยนราคา
  • โปรโมชันที่จบลงแล้วแต่ยังมีผู้ใช้เข้าจากลิงก์เดิม
  • ข้อเสนอสำหรับสมาชิกหรือมีเงื่อนไขเพิ่มเติมซึ่งต้องแยกจากราคาทั่วไป

หากมี Merchant Center หรือช่องทางส่งข้อมูลอื่น ให้ตรวจว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้ใช้ราคาและเวลาอีกชุดที่ขัดกับเว็บไซต์ด้วย ทีมควรระบุผู้รับผิดชอบให้ชัดเมื่อราคาไม่ตรงกัน เพราะการแก้เฉพาะ JSON-LD แต่ไม่แก้ต้นทางของฟีดหรือระบบตะกร้า อาจทำให้ความผิดพลาดกลับมาอีกครั้งในรอบอัปเดตถัดไป

ทดสอบข้อมูลจริงและเตรียมวิธีรับมือราคาเก่า

เริ่มด้วยการตรวจ Structured Data ของหน้าที่แสดงผลจริง ใช้ Rich Results Test ตรวจเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง แล้วเปิดดูราคาจากมุมผู้ซื้อโดยไม่อาศัยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ หากมีส่วนลดที่ใช้ได้เฉพาะหลังเข้าสู่ระบบ ต้องแยกให้ได้ว่าราคาในข้อมูลแบบมีโครงสร้างสะท้อนข้อเสนอใดและตรงกับเงื่อนไขที่ประกาศไว้หรือไม่ การผ่านเครื่องมือทดสอบเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าราคาซื้อจริงถูกต้อง

ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบหลังการปรับ

หาก Google ยังแสดงข้อมูลเก่า ให้ตรวจราคาบนหน้า แหล่งข้อมูลที่ส่งออก เวลาแก้ไข และการเข้าถึงของระบบค้นหาก่อน ข้อมูลที่เห็นในผลค้นหาไม่ได้อัปเดตพร้อมฐานข้อมูลร้านค้าทันทีเสมอไป จึงไม่ควรเปลี่ยนหลายส่วนโดยไม่มีหลักฐานว่าจุดใดผิด หรือสัญญากับทีมขายว่าจะเห็นราคาใหม่ภายในเวลาตายตัว

งาน SEO สำหรับหน้าสินค้า ควรมีบันทึกการตรวจทั้งก่อนเริ่ม ระหว่างใช้งาน และหลังจบข้อเสนอ พร้อมเก็บตัวอย่างหน้าและข้อมูลที่ส่งออก วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าราคาผิดจากต้นทาง แคช เทมเพลต หรือช่องทางส่งข้อมูล และทำให้โปรโมชันรอบต่อไปใช้ขั้นตอนเดิมที่ตรวจสอบได้ แทนการไล่แก้เฉพาะเมื่อมีลูกค้าทักเรื่องราคา

Product Schema sale price ต้องทำให้ถูกต้องก่อนเปิดใช้

Product Schema sale price ที่ดูแลได้ดีต้องระบุราคาปัจจุบัน ราคาอ้างอิง และช่วงเวลาให้ถูกทั้งความหมายและตำแหน่ง ใช้ validFrom คู่กับช่องสิ้นสุดที่ชนิดข้อมูลรองรับ แล้วทดสอบเทียบกับหน้าสินค้าและขั้นตอนซื้อจริงทุกช่วงของโปรโมชัน ข้อมูลที่สอดคล้องกันช่วยลดโอกาสสื่อราคาผิด แต่ไม่ได้รับประกันรูปแบบการแสดงผลของ Google จึงควรมีระบบติดตามและผู้รับผิดชอบแก้ไขต้นทางควบคู่กัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เตือนภัย! เพจปลอม/เว็บปลอม


แจ้งเตือนเพจปลอม/เว็บปลอม แว่น Talk Marketing

This will close in 20 seconds