Line Us

อัปเดต VideoObject ให้ Google รู้ว่าใครเป็นผู้สร้างวิดีโอบนเว็บไซต์

วิดีโอหนึ่งชิ้นอาจถูกนำไปใช้ทั้งบนช่องของแบรนด์ หน้าสินค้า และบทความในเว็บไซต์ เมื่อคนเปิดดูยังพอรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของผลงาน แต่ข้อมูลที่ส่งให้ระบบค้นหาอาจมีเพียงชื่อคลิปกับภาพตัวอย่าง การเพิ่ม VideoObject creator จึงเป็นโอกาสจัดข้อมูลผู้สร้างให้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิดีโอใหม่ทั้งชุด สิ่งสำคัญคือระบุบุคคลหรือองค์กรให้ตรงกับผลงานจริง พร้อมตรวจข้อมูลวิดีโอส่วนอื่นด้วย เพราะชื่อผู้สร้างอย่างเดียวไม่ได้ทำให้คลิปถูกค้นพบหรือแสดงผลพิเศษโดยอัตโนมัติ

VideoObject creator คืออะไรและควรใช้กับใคร

VideoObject เป็นข้อมูลแบบมีโครงสร้างสำหรับอธิบายวิดีโอให้ระบบเข้าใจรายละเอียด เช่น ชื่อ ภาพตัวอย่าง และวันเผยแพร่ ส่วน creator ใช้ระบุบุคคลหรือองค์กรที่สร้างหรือเผยแพร่วิดีโอนั้นตามแนวทางปัจจุบันของ Google ซึ่งรองรับ author เป็นอีกชื่อของพร็อพเพอร์ตีนี้ด้วย ในทางปฏิบัติควรกำหนดรูปแบบหลักให้ชัดเพื่อให้ทีมดูแลข้อมูลต่อได้ง่าย ไม่ต้องเพิ่มสองชื่อซ้ำกันโดยไม่มีเหตุผล

หน้าที่ควรพิจารณาอัปเดตคือหน้าดูวิดีโอ บทเรียน การสาธิตสินค้า หรือเนื้อหาที่มีคลิปซึ่งข้อมูลผู้สร้างตรวจสอบได้ หากเว็บไซต์เพียงฝังวิดีโอจากแหล่งอื่น ไม่ควรใส่ชื่อเว็บไซต์ตัวเองเป็นผู้สร้างโดยอัตโนมัติ ต้องแยกผู้สร้างวิดีโอ ผู้เขียนบทความ และเจ้าของหน้าที่ฝังคลิปออกจากกันก่อน เพราะสามบทบาทนี้อาจไม่ใช่คนหรือองค์กรเดียวกัน

เลือก Person หรือ Organization ให้ตรงกับผลงาน

  • วิดีโอที่นำเสนอภายใต้ตัวตนของผู้สร้างรายบุคคลอาจใช้ Person 
  • ส่วนวิดีโอที่สร้างหรือเผยแพร่ในนามบริษัทอาจใช้ Organization 

โดยพิจารณาจากเครดิตและข้อมูลที่ยืนยันได้ ไม่ใช่เลือกตามชื่อคนที่อัปโหลดไฟล์เข้าระบบครั้งล่าสุด หากงานเป็นของแบรนด์ที่มีพิธีกรหรือผู้ให้สัมภาษณ์ บุคคลที่ปรากฏในภาพก็ไม่จำเป็นต้องเป็น creator ของผลงานเสมอไป

เมื่อระบุบุคคลหรือองค์กร ต้องมี name หรือ alternateName ตามเงื่อนไขของ Google และควรใช้ชื่อที่ผู้ชมเห็นแล้วเชื่อมโยงกับแหล่งต้นทางได้ ส่วน url มีไว้เชื่อมไปยังหน้าที่ระบุตัวตนนั้นอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น โปรไฟล์ผู้สร้างหรือหน้าเว็บไซต์ขององค์กร ไม่ใช่นำลิงก์หน้าดูวิดีโอมาวางแทนทุกครั้งเพียงเพราะเป็น URL ที่มีอยู่แล้ว

ตัวอย่างเชิงสมมติคือบริษัทอุปกรณ์ครัวทำวิดีโอสาธิตสินค้าของตนเอง สามารถจัดข้อมูลผู้สร้างเป็นองค์กรและเชื่อมไปยังหน้าที่อธิบายบริษัทได้ แต่ถ้านำคลิปรีวิวของผู้สร้างอิสระมาใช้ ควรตรวจเครดิตและสิทธิ์ก่อน รวมถึงระบุข้อมูลให้ตรงกับความสัมพันธ์จริง การตั้ง Schema เป็นงานอธิบายข้อมูล ไม่ใช่วิธีเปลี่ยนเจ้าของหรือยืนยันสิทธิ์ในผลงาน

ตรวจข้อมูลหลักของวิดีโอให้พร้อมควบคู่กัน

creator อยู่ในกลุ่มข้อมูลที่ Google แนะนำ ไม่ได้แทนข้อมูลจำเป็นของ VideoObject เช่น name, thumbnailUrl และ uploadDate ทีมควรตรวจว่าชื่อคลิปตรงกับสิ่งที่ผู้ชมดู ภาพตัวอย่างเข้าถึงได้ และวันอัปโหลดไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นวันแก้หน้าเว็บทุกครั้งโดยไม่มีเหตุผล หากมี description และ duration ควรสะท้อนเนื้อหาและความยาวจริงของคลิปเช่นกัน

URL ของวิดีโอแต่ละประเภทมีหน้าที่ต่างกัน จึงไม่ควรใช้ลิงก์เดียวใส่ทุกช่องโดยไม่ตรวจความหมาย โดยเฉพาะเว็บที่ใช้แพลตฟอร์มฝากวิดีโอภายนอกและไม่ได้ถือ URL ของไฟล์วิดีโอโดยตรง

ข้อมูล URLหน้าที่
contentUrlชี้ไปยังไฟล์เนื้อหาวิดีโอที่ระบบเข้าถึงได้ ไม่ใช่หน้าบทความ
embedUrlชี้ไปยังตัวเล่นของคลิปนั้น โดย Google แนะนำเป็นทางเลือกเมื่อไม่มี contentUrl ที่เหมาะสม
creator.urlชี้ไปยังหน้าที่ระบุตัวผู้สร้างหรือองค์กร
URL ของหน้าดูวิดีโอคือหน้าที่ผู้ชมเปิดเพื่อดูเนื้อหา ไม่ใช่สิ่งเดียวกับสามรายการข้างต้น

ในงาน พัฒนาเว็บไซต์ที่มีวิดีโอ ควรออกแบบช่องข้อมูลเหล่านี้แยกกันตั้งแต่ระบบหลังบ้าน เพื่อไม่ให้ผู้ดูแลต้องจดจำความหมายทุกครั้งที่เพิ่มคลิป เมื่อเลือกผู้สร้างจากข้อมูลกลางได้และกรอกลิงก์ตามประเภทอย่างชัดเจน โอกาสคัดลอกข้อมูลผิดจากคลิปก่อนหน้าก็ลดลง

อัปเดตอย่างไรโดยไม่สร้าง Schema ซ้ำ

เริ่มจากดูว่าหน้าปัจจุบันสร้าง VideoObject มาจากที่ใด อาจเป็นปลั๊กอิน ระบบ CMS หรือโค้ดในเทมเพลต แล้วเลือกแก้ที่แหล่งนั้นก่อน การวางสคริปต์อีกชุดทับลงไปโดยไม่ตรวจของเดิมอาจทำให้คลิปเดียวมีชื่อ วันที่ หรือผู้สร้างหลายชุดที่ขัดกัน ควรเก็บตัวอย่างก่อนแก้และเลือกหน้าทดลองที่เป็นตัวแทนของแต่ละรูปแบบวิดีโอ

ลำดับงานที่เหมาะสมคือ

  1. รวบรวมชื่อกับหน้าโปรไฟล์ของผู้สร้าง 
  2. ตรวจความสัมพันธ์กับคลิป 
  3. เติมข้อมูลในต้นทาง 
  4. แล้วทดสอบหน้าที่แสดงผลจริงด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เช่น Rich Results Test สำหรับข้อกำหนดของ Google พร้อมตรวจโครงสร้างข้อมูลที่ระบบส่งออก 

การผ่านการทดสอบไม่ได้รับประกันการแสดงผล แต่ช่วยค้นหาช่องบังคับที่ขาดหรือรูปแบบที่ไม่ตรงข้อกำหนดก่อนขยายไปหลายหน้า

ควรมีกรณีทดสอบสำหรับหน้าที่มีหลายคลิปด้วย โดยตรวจว่าข้อมูล creator อยู่กับ VideoObject ที่ถูกต้อง ไม่ใช่ดึงผู้สร้างคนเดียวไปใช้ทุกคลิป หากข้อมูลต้นทางยังยืนยันไม่ได้ ให้บันทึกเป็นรายการรอตรวจแทนการเติมชื่อจากการคาดเดา ความครบถ้วนที่ไม่ตรงความจริงสร้างปัญหาต่อการดูแลมากกว่าการรู้ชัดว่าช่องใดยังขาดหลักฐาน

วัดผลจากความพร้อมและการค้นพบ ไม่ใช่สัญญาเรื่องอันดับ

หลังอัปเดต ให้ตรวจว่าหน้ายังเล่นวิดีโอได้บนอุปกรณ์หลัก ภาพตัวอย่างและทรัพยากรเข้าถึงได้ และข้อมูลที่เผยแพร่ตรงกับสิ่งที่ผู้ชมเห็น สำหรับหน้าที่มุ่งการค้นหาวิดีโอโดยเฉพาะ ควรมีคลิปเป็นเนื้อหาหลักที่เห็นได้ชัด ไม่ใช่ซ่อนวิดีโอไว้จนต้องผ่านหลายขั้นตอน ข้อมูลแบบมีโครงสร้างไม่สามารถชดเชยหน้าที่ระบบค้นหาเข้าถึงหรือเข้าใจเนื้อหาหลักไม่ได้

การติดตามงาน SEO ของเว็บไซต์ ควรแยกความสำเร็จด้านข้อมูลออกจากผลการค้นหา เช่น ช่องข้อมูลถูกต้องและไม่ซ้ำเป็นเกณฑ์ตรวจรับทางเทคนิค ส่วนการค้นพบวิดีโอและแนวโน้มการเข้าชมเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อ อย่าสรุปว่าอันดับหรือยอดดูที่เพิ่มเกิดจาก creator เพียงพร็อพเพอร์ตีเดียว หากมีการเปลี่ยนชื่อคลิป เนื้อหา หรือช่องทางเผยแพร่พร้อมกัน

สรุปแล้ว VideoObject ช่วยได้อย่างไรบ้าง

VideoObject creator ช่วยให้ข้อมูลผู้สร้างหรือผู้เผยแพร่วิดีโอมีตัวตนที่ชัดขึ้นในโครงสร้างของหน้า งานที่ควรทำคือเลือก Person หรือ Organization ให้ตรง ใส่ชื่อและลิงก์ระบุตัวตนที่ตรวจสอบได้ แล้วตรวจข้อมูลวิดีโอทั้งชุดร่วมกัน เมื่อแก้จากต้นทางเดียวและทดสอบหน้าจริง ทีมจะดูแลคลังวิดีโอได้เป็นระบบขึ้น โดยไม่ตีความว่าการเติม Schema เป็นการรับประกันอันดับ ยอดดู หรือสิทธิ์ในผลงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เตือนภัย! เพจปลอม/เว็บปลอม


แจ้งเตือนเพจปลอม/เว็บปลอม แว่น Talk Marketing

This will close in 20 seconds