Platform Business Model ทำไม Uber/Airbnb ถึงโตเร็วโดยไม่มีสินทรัพย์
บริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ Uber แต่กลับไม่มีรถเป็นของตัวเองเลยสักคัน และโรงแรมที่มีห้องพักเยอะที่สุดในโลกคือ Airbnb แต่กลับไม่ได้เป็นเจ้าของตึกเลยสักตึกในขณะที่ธุรกิจทั่วไปต้องกู้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างโรงงาน สร้างตึก หรือซื้อรถ แต่บริษัทพวกนี้กลับขยายธุรกิจไปได้ทั่วโลกภายในเวลาไม่กี่ปี แถมยังมีมูลค่าบริษัทสูงกว่าธุรกิจดั้งเดิมหลายเท่าตัว ความลับของพวกเขาคือโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า Platform Business Model ค่ะ วันนี้จะมาย่อยเรื่องนี้ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าทำไมการไม่มีของถึงทำให้รวยกว่าและโตไวกว่าการมีของค่ะ Platform คืออะไร? ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดที่สุด ธุรกิจดั้งเดิม เหมือน ร้านขายของ เจ้าของต้องผลิตของเอง สต็อกของเอง แล้วค่อยเอามาวางขาย ลูกค้ามาซื้อก็จบกันไป แบบนี้รวยช้า เพราะต้องลงทุนเยอะ ธุรกิจแพลตฟอร์ม เหมือน เจ้าของตลาดนัด ค่ะ เจ้าของตลาดไม่ได้ขายหมูปิ้งหรือขายเสื้อผ้าเอง แต่มีหน้าที่ สร้างพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้ามาเจอกับคนเดินตลาด หน้าที่ของ Uber หรือ Airbnb ก็คือการเป็นพ่อสื่อแม่ชักในโลกออนไลน์ที่คอยจับคู่คนสองกลุ่มให้มาเจอกัน Uber จับคู่คนที่มีรถว่างกับคนที่อยากไปธุระ Airbnb จับคู่คนที่มีห้องเหลือกับนักท่องเที่ยว รายได้ของพวกเขาจึงไม่ได้มาจากการขายสินค้า แต่มาจาก ค่าธรรมเนียม ที่หักจากการจับคู่สำเร็จนั่นเองค่ะ ทำไมไม่มีสินทรัพย์ถึงโตเร็วกว่า? เหตุผลที่โมเดลนี้ขยายตัวได้ไวเหมือนติดจรวด เพราะพวกเขาปลดล็อกข้อจำกัด 3 ข้อนี้ค่ะ 1. เอาของคนอื่นมาทำเงิน สมมติเครือโรงแรม Hilton อยากเปิดสาขาใหม่ ต้องหาที่ดิน จ้างคนงานสร้างตึก ซื้อเฟอร์นิเจอร์ ใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะเปิดได้ แต่ Airbnb คิดต่างค่ะ เขามองว่าในโลกนี้มีบ้านหรือห้องว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อยู่เต็มไปหมดแค่ชวนเจ้าของบ้านเหล่านั้นเอารูปมาลงเว็บ ก็สามารถเพิ่มห้องพัก 1,000 ห้องได้ภายในวันเดียว โดยไม่ต้องเสียเงินค่าปูนค่าอิฐสักบาท 2. ยิ่งลูกค้าเยอะ ต้นทุนยิ่งถูก ถ้าเราเปิดโรงงานผลิตเสื้อ ยิ่งลูกค้าสั่งเยอะ เรายิ่งต้องซื้อผ้าเพิ่ม จ้างคนงานเพิ่ม ต้นทุนเพิ่มตามยอดขาย แต่สำหรับ Platform ไม่ว่าจะมีคนใช้แอปฯ 1,000 คน หรือ 1,000,000 คน ตัวแอปฯ ก็ยังทำงานเหมือนเดิม ไม่ต้องสร้างอะไรเพิ่ม ต้นทุนแทบจะเป็นศูนย์ในขณะที่กำไรพุ่งขึ้นเรื่อยๆ 3. ไปได้ทั่วโลกแค่ปลายนิ้ว…
