Competitive Advantage วิธีสร้าง “คูเมือง” (Moat) ป้องกันคู่แข่ง
การลงทุน ปู่ Warren Buffett มักเปรียบเทียบธุรกิจที่ยอดเยี่ยมว่าเหมือนกับปราสาท (Castle) ที่มีความมั่งคั่งอยู่ด้านใน แต่ปราสาทที่รวยแค่ไหนก็ไร้ความหมาย ถ้าวันหนึ่งถูกข้าศึกบุกยึดได้ง่ายๆ สิ่งที่ปู่ Buffett มองหาจึงไม่ใช่แค่ตัวปราสาท แต่คือคูเมือง (Moat) ที่กว้างและลึก ซึ่งล้อมรอบปราสาทไว้ เพื่อกันไม่ให้คู่แข่งข้ามมาตีเมืองได้ง่ายๆ เราเรียกสิ่งนี้ว่า Economic Moat หรือ ความได้เปรียบในการแข่งขัน วันนี้ พี่แว่น จะพาคุณไปดูวิธีขุดคูเมือง 5 รูปแบบ ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณแกร่งจนคู่แข่งต้องถอดใจค่ะ Intangible Assets (สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้) ของที่ใครก็ก๊อปปี้ไม่ได้ คูเมืองที่เห็นบ่อยที่สุดแต่สร้างยากที่สุด มันคือสิ่งที่คุณมีแต่คู่แข่งไม่มี และไม่สามารถสร้างเลียนแบบได้ในเร็ววัน แบ่งเป็น แบรนด์ (Brand) ทำไมคนยอมซื้อกระเป๋า Hermes ใบละแสน หรือกิน Coke ทั้งที่น้ำอัดลมยี่ห้ออื่นถูกกว่า? เพราะแบรนด์คือความไว้ใจ และภาพลักษณ์ ที่ฝังในหัวลูกค้า สิทธิบัตร (Patents) บริษัทยาที่คิดค้นสูตรยาได้เจ้าเดียวในโลก จะสามารถตั้งราคาเท่าไหร่ก็ได้จนกว่าสิทธิบัตรจะหมดอายุ ใบอนุญาต (Licenses) ธุรกิจที่ต้องได้รับสัมปทานจากรัฐ เช่น รถไฟฟ้า หรือเหมืองแร่ ซึ่งไม่ใช่ใครจะมีเงินแล้วเดินเข้าไปทำได้เลย Switching Costs (ต้นทุนการเปลี่ยนใจ) อยากย้ายค่าย แต่มันยุ่งยากจัง เคยไหมครับ? อยากเปลี่ยนโปรแกรมที่ใช้อยู่ไปใช้ของเจ้าอื่นที่ถูกกว่า แต่พอคิดถึงความวุ่นวายที่ต้องย้ายข้อมูล ต้องเรียนรู้ระบบใหม่ หรือต้องจ่ายค่าปรับ ก็เลยทนใช้ของเดิมต่อไป นี่คือ Switching Costs ครับ ธุรกิจที่มีคูเมืองนี้จะทำให้ลูกค้าติดหนึบ (Lock-in) ไม่ใช่เพราะรักมาก แต่เพราะขี้เกียจเปลี่ยน ตัวอย่าง บริษัทที่ใช้ Microsoft Office หรือ Adobe ทั้งองค์กร การจะเปลี่ยนไปใช้ซอฟต์แวร์อื่นหมายถึงต้องเทรนนิ่งพนักงานใหม่ยกแผง ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมาก Network Effect (พลังเครือข่าย) ยิ่งคนใช้เยอะ ยิ่งมีค่า สุดยอดคูเมืองของยุคดิจิทัล เป็นสภาวะที่สินค้านั้นจะมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น Facebook/LINE ถ้าคุณเป็นคนเดียวในโลกที่เล่น…
