เคยไหมครับ? ตื่นเช้ามาเปิดดูคอมเมนต์ในเว็บ แล้วเจอคอมเมนต์ประหลาดๆ ที่ไม่ได้มาจากคนพิมพ์ แต่เป็นข้อความสั้นๆ ที่ก๊อปปี้มาจากเว็บอื่น พร้อมลิงก์กลับไปหาเว็บนั้น? หรือบางทีเขียนบทความอยู่ดีๆ แล้วลิงก์หาบทความเก่าของตัวเอง (Internal Link) ระบบดันแจ้งเตือนว่า “มีคนลิงก์หาคุณ!” (ซึ่งก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ)
ยินดีต้อนรับสู่โลกยุคดึกดำบรรพ์ของ Pingback และ Trackback ครับ ฟีเจอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระเอกในยุค Web 2.0 (สมัยที่บล็อกเกอร์ยังคอมเมนต์คุยกันข้ามบล็อก) แต่ในยุค 2024 นี้ มันได้กลายร่างเป็น “ซอมบี้” ที่นำพาแต่สแปมและความเสี่ยงมาให้เว็บคุณ
วันนี้ผมจะพาคุณไปทำความรู้จักมันเป็นครั้งสุดท้าย… แล้วปิดมันซะ!
Pingback & Trackback คืออะไร? (ฉบับเข้าใจง่าย)
อธิบายแบบง่ายที่สุด มันคือระบบ “แจ้งเตือนการอ้างอิง” ระหว่างเว็บไซต์ครับ
- Pingback (อัตโนมัติ) เมื่อเว็บ A เขียนบทความแล้วใส่ลิงก์ไปหาเว็บ B -> ระบบ WordPress ของเว็บ A จะส่งสัญญาณ (Ping) ไปบอกเว็บ B ว่า “เฮ้! ฉันพูดถึงเธอนะ” -> เว็บ B จะรับทราบและสร้างคอมเมนต์ลิงก์กลับไปหาเว็บ A โดยอัตโนมัติ
- Trackback (Manual) คล้ายกัน แต่เก่ากว่าและต้องใส่ลิงก์แจ้งเตือนเอง (สมัยนี้แทบไม่เจอแล้ว)
เปรียบเทียบ เหมือนการ Tag เพื่อนใน Facebook ครับ พอเรา Tag เพื่อน เพื่อนก็รู้ตัว และโพสต์ของเราก็อาจจะไปโผล่หน้า Wall เพื่อน ฟังดูดีใช่ไหมครับ? เป็นการสร้าง Networking ช่วยกันดัน SEO… แต่นั่นมันเรื่องเมื่อ 10 ปีก่อนครับ
ทำไมยุคนี้ถึงต้อง “ปิด” เดี๋ยวนี้? (3 เหตุผลอันตราย)
1. มันคือประตูเมืองของกองทัพสแปม (Spam Magnet)
นี่คือเหตุผลหลักครับ 99% ของ Pingback ที่คุณได้รับในปัจจุบัน “ไม่ใช่บล็อกเกอร์คุณภาพ” ที่มาอ้างอิงบทความคุณ แต่มันคือ Bot Spam ที่พยายามยิง Ping มาเป็นแสนๆ ครั้ง เพื่อหวังจะให้ลิงก์เว็บพนัน เว็บขายยา หรือเว็บโป๊ของพวกมัน มาโผล่ในช่องคอมเมนต์บนเว็บคุณ (เพื่อหวัง Backlink ฟรีๆ) ถ้าคุณไม่ปิด คุณจะต้องมานั่งลบคอมเมนต์ขยะพวกนี้จนมือหงิก
2. ปัญหา Self-Ping (น่ารำคาญสุดๆ)
WordPress ซื่อบื้อกว่าที่คุณคิดครับ เวลาคุณเขียนบทความใหม่ แล้วทำ Internal Link ลิงก์ไปหาบทความเก่าในเว็บตัวเอง WordPress ก็ดันส่ง Pingback หาตัวเองด้วย! ผลคือ ในช่องคอมเมนต์ของคุณจะเต็มไปด้วยลิงก์บทความตัวเอง รกสายตาคนอ่าน และดูไม่เป็นมืออาชีพ
3. เปลืองทรัพยากร Server และเสี่ยง DDoS
ในเชิงเทคนิค Pingback ทำงานผ่านไฟล์ที่ชื่อ xmlrpc.php แฮกเกอร์ฉลาดๆ สามารถใช้ช่องโหว่นี้ระดมยิงคำสั่ง Pingback จำนวนมหาศาลใส่เว็บคุณพร้อมกัน ทำให้ Server ทำงานหนักจนเว็บล่มได้ (DDoS Attack)
How-to วิธีปิดตาย Pingback/Trackback (ทำตามได้เลย)
การปิดมี 2 ระดับครับ คือ “ปิดสำหรับบทความในอนาคต” และ “ปิดบทความเก่าที่เคยโพสต์ไปแล้ว”
ระดับที่ 1 ปิดสำหรับบทความใหม่ (Future Posts)
- ไปที่หลังบ้าน WordPress
- ไปที่ Settings (ตั้งค่า) > Discussion (การสนทนา)
- ติ๊กออก (Uncheck) ตรงช่องที่เขียนว่า
- “Attempt to notify any blogs linked to from the post” (พยายามแจ้งเตือนบล็อกอื่น…)
- “Allow link notifications from other blogs (pingbacks and trackbacks) on new posts” (อนุญาตให้ลิงก์แจ้งเตือนจากบล็อกอื่น…)
- เลื่อนลงมาล่างสุด กด Save Changes
ระดับที่ 2 ปิดบทความเก่าๆ ที่เคยโพสต์ไปแล้ว (Existing Posts)
การตั้งค่าในข้อ 1 ไม่มีผลย้อนหลังครับ คุณต้องมาไล่ปิดของเก่าด้วย วิธีที่เร็วที่สุดคือ Bulk Edit
- ไปที่ Posts > All Posts
- ติ๊กถูกที่ช่องสี่เหลี่ยมบนสุด (หน้าคำว่า Title) เพื่อเลือกบทความทั้งหมดในหน้านั้น
- ตรงเมนู Bulk Actions (การกระทำเป็นชุด) เลือก Edit (แก้ไข) แล้วกด Apply
- จะมีแผงเมนูเลื่อนลงมา หาช่องที่เขียนว่า Pings
- เปลี่ยนสถานะเป็น “Do not allow” (ไม่อนุญาต)
- กด Update
(ทำซ้ำแบบนี้จนครบทุกหน้าของบทความคุณครับ)
จากมือใหม่สู่ “WordPress Master”
ยินดีด้วยครับ! ถ้าคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ และทำตามมาตั้งแต่บทความแรก คุณไม่ใช่แค่มือใหม่ที่ “พอทำเว็บเป็น” อีกต่อไปแล้ว แต่คุณมีความรู้ความเข้าใจระดับ Intermediate ถึง Advanced ในการจัดการ WordPress ให้ถูกหลัก SEO และ Performance
เราเดินทางกันมาไกลมากครับ
- เริ่มจากเข้าใจโครงสร้าง CMS ว่าทำไมเราถึงเลือก WordPress
- วางรากฐานข้อมูลให้สะอาดด้วย Database Optimization
- เลือกหน้าตาบ้าน (Theme) ที่โครงสร้างแข็งแรง
- ใส่เกราะป้องกันเว็บพังด้วย Child Theme
- จัดวางเฟอร์นิเจอร์ (Widget) ให้ดักคนอ่านอยู่หมัด
- เลือกเครื่องมือทุ่นแรง (Plugin) อย่างชาญฉลาด ไม่ให้เว็บอืด
- สร้างคอนเทนต์สวยๆ ด้วย Gutenberg
- ใช้เวทมนตร์ทางลัดด้วย Shortcode
- ตั้งชื่อเลขที่บ้าน (Permalinks) ให้ Google หาง่าย
- จัดหมวดหมู่สินค้า (Taxonomy) ให้เป็นระเบียบแบบ Silo
- และสุดท้าย ปิดช่องโหว่สแปมด้วยการจัดการ Pingback
What’s Next? (ก้าวต่อไปของคุณ) ความรู้ทั้ง 11 ข้อนี้คือ “รากฐาน” ที่แข็งแกร่งครับ จากนี้ไป คือเวลาที่คุณจะสร้างสรรค์ “Content คุณภาพ” ลงไปบนรากฐานนี้ จำไว้เสมอว่า เทคนิค SEO ช่วยให้คน เห็น เว็บคุณ แต่ Content ที่ดีจะทำให้คน รัก และ ซื้อ สินค้าของคุณครับ
ขอให้สนุกกับการทำเว็บไซต์ และขอให้เว็บของคุณติดหน้าแรก Google ในทุก Keyword ที่ตั้งใจไว้ครับ!
ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing & SEO ที่มีประสบการณ์มากกว่า 4 ปี
ในการสร้างและบริหารกลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างครบวงจร มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการขับเคลื่อน Organic Growth และการสร้าง SEO Content Strategy ที่เน้น Conversion โดยมีผลงานที่พิสูจน์ได้ เช่น การเพิ่ม Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์