ลองจินตนาการว่าคุณกำลังค้นหาข้อมูลใน Google แล้วเจอลิงก์ 2 อันนี้ คุณจะเลือกคลิกอันไหนครับ?
- www.yoursite.com/?p=123
- www.yoursite.com/how-to-make-money
ผมเชื่อว่า 100% เลือกคลิก อันที่ 2 ทำไมน่ะเหรอครับ? เพราะอ่านแล้วรู้เรื่องทันทีว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร แถมดูน่าเชื่อถือกว่าอันแรกที่เป็นรหัสตัวเลขมั่วๆ
เจ้ารูปแบบลิงก์ถาวรที่อยู่หลังโดเมนเนมนี่แหละครับ คือสิ่งที่เราเรียกว่า “Permalinks” วันนี้ผมจะมากางสูตรลับ (ที่ไม่ลับ) ว่าต้องตั้งค่ายังไงให้ Google รัก และคนอ่านอยากคลิก พร้อมคำเตือนระดับสีแดงสำหรับคนที่มีเว็บอยู่แล้ว!
Permalinks คืออะไร?
Permalinks ย่อมาจาก Permanent Links (ลิงก์ถาวร) คือที่อยู่ (URL) ของหน้าเว็บหรือบทความแต่ละหน้าบนเว็บไซต์ของคุณ มันเปรียบเสมือน “เลขที่บ้าน” ครับ ซึ่งควรจะมีแค่เลขเดียว ถาวรตลอดไป เพื่อให้ไปรษณีย์ (Google Bot) และแขกที่มาเยี่ยม (คนอ่าน) หาบ้านคุณเจอเสมอ
ทำไมค่าเริ่มต้น (Default) ถึงเป็นยาพิษสำหรับ SEO?
สมัยก่อน WordPress มักจะตั้งค่าเริ่มต้นมาเป็นแบบ Plain คือ ?p=123 (ใช้ ID ของโพสต์) ซึ่งในมุมมอง SEO นี่คือ “หายนะ” ครับ เพราะ
- Google ไม่รู้บริบท ตัวเลข 123 ไม่ได้บอก Google เลยว่าเนื้อหาข้างในเกี่ยวกับ “รองเท้าวิ่ง” หรือ “อาหารแมว” ทำให้เราเสียโอกาสใส่ Keyword ใน URL
- ไม่น่าคลิก (Low CTR) คนเห็นแล้วไม่มั่นใจ นึกว่าเป็นลิงก์ไวรัสหรือ Error
- จำยาก ไม่มีใครจำเลข 123 ได้ แต่คนจำคำว่า best-seo-plugin ได้
สูตรลับ ตั้งค่าแบบไหนดีที่สุด? (The Golden Rule)
ไปที่หลังบ้าน WordPress ของคุณ Settings (ตั้งค่า) > Permalinks (ลิงก์ถาวร) คุณจะเห็นตัวเลือกเยอะแยะไปหมด สูตรที่เทพ SEO ทั่วโลกฟันธงว่าดีที่สุดคือ…
เลือก “Post name” (ชื่อเรื่อง) โครงสร้าง https//yoursite.com/sample-post/
เหตุผล
- สั้น กระชับ ตัดส่วนเกินที่ไม่จำเป็นออก
- Keyword เน้นๆ ชื่อบทความมักมีคีย์เวิร์ดอยู่แล้ว (เช่น how-to-install-wordpress) ซึ่งตรงใจ Google สุดๆ
- เป็นอมตะ (Evergreen) ไม่มีวันที่กำกับ ทำให้บทความดูสดใหม่เสมอ (ต่างจากแบบ Day and name ที่มีวันที่ /2023/01/ แปะอยู่ พอข้ามปีปุ๊บ บทความดูเก่าทันที คนไม่อยากคลิก)
Pro Tip ปัญหาโลกแตกของ “ลิงก์ภาษาไทย”
สำหรับคนทำเว็บไทย ข้อนี้สำคัญมาก! ถ้าคุณเลือกแบบ Post name แล้วตั้งชื่อบทความภาษาไทย เวลาคุณก๊อปปี้ลิงก์ไปแปะใน Facebook หรือ Line มันจะกลายเป็นภาษาต่างดาวแบบนี้ครับ www.yoursite.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B5…
ยาวเป็นหางว่าว ดูน่ากลัวและเหมือนสแปมสุดๆ!
วิธีแก้ (Best Practice) ถึงแม้ชื่อบทความ (Title) จะเป็นภาษาไทย แต่ตรง URL Slug (ส่วนท้ายของลิงก์) “ควรตั้งเป็นภาษาอังกฤษเสมอ” ครับ
- ชื่อบทความ วิธีเลี้ยงแมวสำหรับมือใหม่
- URL Slug how-to-raise-cat-beginner
ทำแบบนี้ลิงก์จะสั้น สวยงาม แชร์ง่าย และ Google เข้าใจ Keyword ภาษาอังกฤษได้แม่นยำด้วยครับ
คำเตือนระดับวิกฤต สำหรับคนที่มีเว็บอยู่แล้ว
ถ้าเว็บคุณเพิ่งสร้างใหม่… เปลี่ยน Permalinks ได้เลยตามใจชอบ แต่! ถ้าเว็บคุณเปิดมานานแล้ว และมีคนเข้าเว็บอยู่แล้ว…
“ห้ามเปลี่ยน Permalinks เด็ดขาด!”
เพราะทันทีที่คุณเปลี่ยนโครงสร้างลิงก์ ลิงก์เก่าๆ ที่คุณเคยแชร์ลง Facebook หรือที่ Google เคยเก็บดัชนีไว้เป็นพันๆ หน้า จะกลายเป็น 404 Page Not Found (หาไม่เจอ) ทั้งหมด! เว็บคุณจะทราฟฟิกหายวูบ อันดับ SEO ร่วงกราวรูดทันที
ทางแก้ (ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ) คุณต้องทำ 301 Redirect (ย้ายบ้านถาวร) จากลิงก์รูปแบบเก่า ไปหาลิงก์รูปแบบใหม่ “ทุกบทความ” ซึ่งต้องใช้ปลั๊กอินอย่าง Redirection ช่วย แต่ถ้าทำไม่เป็น… อย่าเสี่ยงครับ ใช้แบบเดิมไปดีกว่า
เรื่องเล็กที่ส่งผลมหาศาล
Permalinks เปรียบเสมือน “ป้ายหน้าบ้าน” ครับ ถ้าเขียนชัดเจน สวยงาม ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็อยากแวะ และที่สำคัญคือ Google ชอบป้ายที่อ่านรู้เรื่อง ไม่ใช่ป้ายที่เป็นรหัสลับ
เมื่อเรามีบ้านเลขที่ที่สวยงาม (Permalinks) แล้ว ต่อไปเราต้องมาจัดหมวดหมู่ข้าวของในบ้านให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ Google เดินสำรวจง่ายที่สุด ด้วยระบบที่เรียกว่า “Taxonomy”
ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing & SEO ที่มีประสบการณ์มากกว่า 4 ปี
ในการสร้างและบริหารกลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างครบวงจร มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการขับเคลื่อน Organic Growth และการสร้าง SEO Content Strategy ที่เน้น Conversion โดยมีผลงานที่พิสูจน์ได้ เช่น การเพิ่ม Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์