Uniqlo เสื้อผ้าธรรมดาที่ไม่ธรรมดา กลยุทธ์ LifeWear ที่ครองโลก
Uniqlo (ยูนิโคล่) มีจุดยืนชัดเจนว่าพวกเขาไม่ใช่ Fast Fashion แต่พวกเขาคือผู้สร้างLifeWear เสื้อผ้าเรียบง่ายที่เน้นฟังก์ชันและการใช้งานจริง ทำไมเสื้อยืดสีพื้น กางเกงยีนส์ธรรมดา หรือเสื้อกันหนาวหน้าตาบ้านๆ ถึงสามารถสร้างธุรกิจระดับล้านล้านเยน และทำให้ผู้ก่อตั้ง กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นได้? บทความนี้จะพาคุณไปถอดรหัสกลยุทธ์ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้กัน
LifeWearเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้เป็นอุปกรณ์ใช้ชีวิต
Uniqlo ไม่ใช่การขายแฟชั่น (สิ่งที่ใส่แล้วดูทันสมัย) แต่คือการขายLifeWear (สิ่งที่ใส่แล้วชีวิตดีขึ้น) เสื้อผ้าเปรียบเสมือนชิ้นส่วน (Component) ของการแต่งตัว หน้าที่ของมันไม่ใช่การตะโกนใส่หน้าคนอื่นว่าฉันใส่แบรนด์อะไร แต่มีหน้าที่ส่งเสริมให้ ผู้สวมใส่ดูดีและใช้ชีวิตได้สะดวกสบายที่สุด
แนวคิดนี้ทำให้ Uniqlo ไม่สนใจเทรนด์ที่มาไวไปไว แต่ทุ่มเทให้กับการพัฒนา Basics(เสื้อผ้าพื้นฐาน) ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เช่น การทำเสื้อยืดสีขาวที่ไม่ย้วยง่าย หรือกางเกงที่ยืดหยุ่นจนใส่นั่งทำงานได้ทั้งวัน
Tech Company ที่ปลอมตัวมาขายเสื้อผ้า
สิ่งที่ทำให้ Uniqlo แตกต่างจาก Zara หรือ H&M อย่างสิ้นเชิง คือ Uniqlo มองตัวเองว่าเป็น Technology Company พอๆ กับที่เป็น Fashion Brand เคล็ดลับความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ดีไซน์เนอร์ แต่อยู่ที่วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์
1. นวัตกรรมเปลี่ยนโลก (HEATTECH & AIRism)
Uniqlo จับมือกับ Toray Industries บริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อวิจัยและพัฒนาเส้นใยผ้านานนับปี จนเกิดเป็นสินค้านวัตกรรม
- HEATTECH ผ้าบางเฉียบที่เปลี่ยนความชื้นจากร่างกายเป็นความอบอุ่น ทำให้คนไม่ต้องใส่เสื้อหนาเตอะเป็นหมีในหน้าหนาวอีกต่อไป
- AIRism ผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม แห้งไว เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบเอเชีย
2. โมเดล SPA (ควบคุมเองทุกกระบวนการ)
Uniqlo ใช้โมเดลธุรกิจแบบ SPA (Specialty store retailer of Private label Apparel) คือ คุมเองตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
- R&D วิจัยเส้นใยเอง
- Production สั่งผลิตกับโรงงานพันธมิตรในปริมาณมหาศาล (Economy of Scale) เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด
- Distribution มีระบบโลจิสติกส์ของตัวเอง
- Retail ขายผ่านหน้าร้านตัวเอง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
กลยุทธ์ Made for All ใครๆ ก็ใส่ได้
แบรนด์อื่นเลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะวัยรุ่น, สาวออฟฟิศแต่ Uniqlo เลือกเส้นทางที่ยากกว่าคือขายให้ทุกคน (Made for All) ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ เศรษฐี หรือนักศึกษา คุณก็สามารถเดินเข้า Uniqlo และหยิบเสื้อยืดคอกลมไปใส่ได้เหมือนกัน
- การตัดเย็บที่เป็นกลาง (Democratic Design) ดีไซน์ที่เรียบง่าย เข้าได้กับทุกรูปร่าง และทุกสไตล์
- ไซส์ที่ครอบคลุม ตั้งแต่ XS ไปจนถึง 3XL ในบางรุ่น
- ราคาที่เป็นมิตร ไม่แพงจนไม่กล้าซื้อ และไม่ถูกจนดูไม่มีคุณภาพ
Uniqloโฟกัสในสิ่งที่คนต้องใช้ ไม่ใช่สิ่งที่คนแค่อยากได้
ความสำเร็จของ Uniqlo สอนให้เรารู้ว่า การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องหวือหวาตามกระแสเสมอไป หากคุณสามารถหาสินค้าที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน แล้วพัฒนามันให้ดีกว่าท้องตลาดในระดับที่สัมผัสได้ คุณก็สามารถเป็นเจ้าตลาดได้เช่นกัน Uniqlo ไม่ได้ขายความเท่ แต่ขายความสบาย Uniqlo ไม่ได้ขายความหรูหรา แต่ขายคุณภาพชีวิต
และนี่คือเหตุผลที่แบรนด์นี้เข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าของคนค่อนโลกได้สำเร็จ