DaVinci Resolve โปรแกรมตัดต่อฟรีระดับฮอลลีวูด คอมสเปคไหนไหว

DaVinci Resolve โปรแกรมตัดต่อฟรีระดับฮอลลีวูด คอมสเปคไหนไหว?

ในวงการตัดต่อวีดีโอ ไม่มีใครไม่รู้จัก DaVinci Resolve ครับ โปรแกรมนี้คือเบื้องหลังความสวยงามในการปรับสีของภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง Avengers, Avatar และ La La Land ที่สำคัญคือผู้พัฒนาใจป้ำเปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันใช้งานทั่วไปได้ฟรี โดยตัดฟีเจอร์ออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับตัวเสียเงิน

แต่ของฟรีและดีมักมาพร้อมกับความต้องการที่สูงลิ่ว DaVinci Resolve ขึ้นชื่อว่าเป็นโปรแกรมที่รีดประสิทธิภาพเครื่องคอมพิวเตอร์ออกมาทุกหยด ต่างจากโปรแกรมอื่นที่เน้นใช้ CPU เป็นหลัก แต่ DaVinci เน้นการใช้ GPU หรือ การ์ดจอ ในการช่วยประมวลผลอย่างมหาศาล ทำให้คอมพิวเตอร์ทั่วไปที่สเปคไม่สูงพออาจจะเจออาการค้างหรือจอดำได้ง่ายๆ

เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ถูกต้อง พี่แว่นขอแบ่งระดับสเปคคอมพิวเตอร์ออกเป็น 3 ระดับ ตามลักษณะการใช้งานจริง พร้อมตัวเลือกทั้งค่ายเขียว (NVIDIA) และค่ายแดง (AMD) ครับ 

สเปคเริ่มต้น สำหรับตัดต่อ Full HD 1080p

หากคุณเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือ Youtuber มือใหม่ที่เน้นการตัดชนคลิป ใส่เพลง และทำสีนิดหน่อยโดยที่ความละเอียดไม่เกิน Full HD สเปคนี้เอาอยู่ครับ

  • CPU ควรเริ่มต้นที่ Intel Core i5 หรือ AMD Ryzen 5 (แนะนำ Gen 10 หรือ Ryzen 3000 ขึ้นไป)
  • RAM ขั้นต่ำต้อง 16 GB เท่านั้นครับ ถ้าต่ำกว่านี้โปรแกรมจะฟ้องเตือนทันทีและอาจเด้งหลุดได้
  • GPU (การ์ดจอ) หัวใจสำคัญคือ VRAM ต้องมีอย่างน้อย 4GB
    • ค่าย NVIDIA แนะนำ GTX 1660 Super หรือ RTX 3050
    • ค่าย AMD แนะนำ Radeon RX 6600
  • Storage ต้องเป็น SSD เท่านั้น อย่างน้อยต้องเป็น SSD Sata ขนาด 2.5 นิ้ว ห้ามใช้ Hard Disk จานหมุนลงโปรแกรมเด็ดขาด ไม่งั้นโหลดนานจนหลับครับ

2. สเปคคนทำงาน Content Creator สำหรับตัดต่อ 4K

นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่ต้องการครับ คือการตัดต่อไฟล์ 4K ได้ลื่นไหล ใส่ Effect ได้ และทำ Color Grading ได้แบบเรียลไทม์

  • CPU ขยับขึ้นมาเป็น Intel Core i7 หรือ AMD Ryzen 7
  • RAM ต้องยืนพื้นที 32 GB ครับ เพื่อให้เราสามารถเปิดโปรแกรมอื่นควบคู่ไปด้วยได้โดยไม่ค้าง
  • GPU (การ์ดจอ) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ VRAM ต้องมี 8GB ขึ้นไป เพราะไฟล์ 4K กินแรมการ์ดจอหนักมาก
    • ค่าย NVIDIA แนะนำ RTX 3060 (12GB) หรือ RTX 4060 Ti (เลือกตัว 16GB จะจบกว่า)
    • ค่าย AMD แนะนำ Radeon RX 6700 XT หรือ RX 7600 XT (สองตัวนี้ให้ VRAM มาเยอะจุใจ 12GB-16GB ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง)
  • Storage ควรมี SSD M.2 NVMe แยกกัน 2 ตัว ตัวแรกสำหรับลง Windows และโปรแกรม ตัวที่สองสำหรับเก็บไฟล์ Footage วีดีโอ เพื่อความเร็วสูงสุดในการดึงข้อมูล

3. สเปคเทพ Professional สำหรับงาน Motion Graphic และ RAW File

ระดับนี้เหมาะสำหรับคนที่รับงานโปรดักชันจริงจัง ต้องทำ Fusion (Effect ขั้นสูงเหมือน After Effects) หรือเกรดสีไฟล์ RAW หนักๆ

  • CPU ระดับ Intel Core i9 หรือ AMD Ryzen 9 ตัวท็อป
  • RAM จัดไปที่ 64 GB หรือ 128 GB
  • GPU (การ์ดจอ) ต้องเป็นตัวท็อปที่มี VRAM 16GB – 24GB ยิ่งเยอะยิ่งดี
    • ค่าย NVIDIA แนะนำ RTX 4080 หรือ RTX 4090 (สุดยอดเรื่องความเสถียรและฟีเจอร์ AI)
    • ค่าย AMD แนะนำ Radeon RX 7900 XT หรือ RX 7900 XTX (ตัวนี้แรงน้องๆ 4080 แต่ราคาเบากว่า และให้ VRAM มาเยอะถึง 24GB เหมาะกับงานความละเอียดสูงมาก)
  • Mac Option สำหรับฝั่ง Apple ชิป M2 Max หรือ M3 Max คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะ DaVinci Resolve ปรับแต่งมาให้ทำงานร่วมกับชิป Apple Silicon ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ (ดีกว่า Windows ในสเปคราคาเท่ากัน)

เจาะลึกกันอีกนิดกับ 3 หัวใจหลัก เลือกยังไงให้ DaVinci รัก

เพื่อไม่ให้เสียเงินเปล่า พี่แว่นขออธิบายหลักการทำงานของโปรแกรม เพื่อให้คุณเลือกอัปเกรดได้ถูกจุดครับ

1. GPU คือพระเอกตัวจริง โปรแกรมตัดต่ออื่นๆ อาจจะใช้ CPU เป็นหลัก แต่ DaVinci Resolve โยนภาระงานเกือบทั้งหมดไปให้การ์ดจอครับ โดยเฉพาะงานแต่งสี (Color Grading) และการใส่ Noise Reduction ดังนั้นถ้าคุณมีงบจำกัด “ให้ทุ่มงบไปที่การ์ดจอ” เป็นอันดับแรก เลือกตัวที่มี VRAM เยอะที่สุดเท่าที่จ่ายไหวและต้องไม่ใช้รุ่นที่เก่าเกินไปนะครับ

2. RAM คือโต๊ะทำงาน DaVinci กินแรมดุเดือดมาก มันจะจองแรมไว้ล่วงหน้าทันทีที่เปิดโปรแกรม ถ้าแรมคุณน้อย คอมจะไปดึงพื้นที่ SSD มาทำแรมเสมือน (Swap) ซึ่งทำให้เครื่องช้าลงทันตาเห็น ดังนั้น 16GB คือทางผ่าน แต่ 32GB คือระยะปลอดภัยสำหรับงาน สายนี้ครับ

3. SSD คือทางด่วนข้อมูล ต่อให้คอมแรงแค่ไหน ถ้าคุณเก็บไฟล์วีดีโอไว้ใน Hard Disk จานหมุนเก่าๆ CPU และ GPU จะต้องนั่งตบยุงรอข้อมูลส่งมาให้ประมวลผล ทำให้เกิดอาการกระตุกเวลาเลื่อนไทม์ไลน์ แนะนำให้ใช้ SSD แบบ NVMe ในการเก็บไฟล์งานที่กำลังตัดต่อเสมอ หรืออย่างน้อย ก็ต้องใช้ SSD Sata ขนาด 2.5 นิ้ว

ทางรอดสำหรับคอมสเปคต่ำ (Proxy Mode)

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าคอมเราไม่ไหวแน่ๆ อย่าเพิ่งถอดใจครับ DaVinci Resolve มีฟีเจอร์ไม้ตายที่ชื่อว่า Proxy Media

หลักการคือ โปรแกรมจะทำการแปลงไฟล์วีดีโอต้นฉบับที่ใหญ่ยักษ์ ให้กลายเป็นไฟล์เล็กๆ ความละเอียดต่ำ เพื่อให้เราใช้ตัดต่อ จัดวาง และใส่ลูกเล่นได้ลื่นๆ แม้ใช้คอมเก่า พอกด Render (Export) โปรแกรมจะกลับไปดึงไฟล์ต้นฉบับคุณภาพสูงมาใช้เองอัตโนมัติ ทำให้เราตัดต่อ 4K บนโน้ตบุ๊กธรรมดาๆ ได้สบายครับ

เลือกเครื่องให้เหมาะกับงาน แล้วงานจะเดินได้ไม่สะดุด

การเลือกคอมพิวเตอร์สำหรับ DaVinci Resolve ไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด แต่ต้อง “สมดุล” ที่สุดครับ

ใครที่อยากลองใช้งานเวอร์ชั่นฟรีก่อนสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.blackmagicdesign.com/products/davinciresolve

จำไว้เสมอว่าโปรแกรมนี้รัก GPU และ VRAM มากครับ หากคุณเน้นตัดต่อคลิปทั่วไป สเปคระดับกลางก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณจะก้าวเข้าสู่โลกของ Professional Colorist การลงทุนกับเครื่อง Workstation แรงๆ คือสิ่งที่คุ้มค่า เพราะมันแลกมาด้วยเวลาที่คุณจะได้คืนมามหาศาลครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"