HTTP Status Code 403 (Forbidden) เข้าเว็บไม่ได้ เกิดจากอะไรและแก้ยังไง

HTTP Status Code 403 (Forbidden) เข้าเว็บไม่ได้ เกิดจากอะไรและแก้ยังไง

คุณกำลังจะกดเข้าลิงก์อ่านบทความหรือซื้อของ จู่ๆ หน้าจอก็ขึ้นข้อความตัวสีแดงหรือสีดำว่า 403 Forbidden หรือ Access Denied ความรู้สึกแรกคือความงุนงงว่า เว็บล่มหรือเปล่า หรือ เน็ตเราหลุดไหม แต่ความจริงแล้ว Error 403 ไม่ได้แปลว่าเว็บพังและไม่ได้แปลว่าหาเว็บไม่เจอ แต่มันมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงและน่าเกรงขามกว่านั้นมากค่ะ บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับรหัส 403 ว่ามันคือการสื่อสารแบบไหนจากเซิร์ฟเวอร์ และมีวิธีแก้ไขอย่างไร ทั้งในฐานะคนเข้าเว็บและเจ้าของเว็บค่ะ

403 Forbidden แปลง่ายๆว่าห้ามเข้า

403 Forbidden แปลง่ายๆว่าห้ามเข้า

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองเปรียบเทียบกับโลกความเป็นจริงนะคะ

  • Error 404 เหมือนคุณเดินไปเคาะประตูบ้านเพื่อน แต่ ไม่มีใครอยู่ หรือบ้านเลขที่นี้ไม่มีจริง
  • Error 403 เหมือนคุณเดินไปเคาะประตู เพื่อนมองผ่านตาแมวออกมา เห็นว่าเป็นคุณ แต่ตะโกนบอกว่า ไม่ให้เข้า

คือ เซิร์ฟเวอร์ เจอ หน้าเว็บที่คุณขอแล้ว และระบบก็ทำงานปกติ แต่เซิร์ฟเวอร์ ปฏิเสธ ที่จะอนุญาตให้คุณเข้าถึงหน้านั้น ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือสิทธิ์การใช้งานค่ะ

กรณีที่ 1 ถ้าคุณเป็นคนเข้าเว็บต้องแก้ยังไง

กรณีที่ 1 ถ้าคุณเป็นคนเข้าเว็บต้องแก้ยังไง

หากคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่บังเอิญเจอหน้านี้ ลองเช็กเบื้องต้นตามนี้ค่ะ เพราะบางทีปัญหาอาจจะอยู่ที่ฝั่งเราเอง

1. ตรวจสอบ URL อีกครั้ง

บ่อยครั้งที่ 403 เกิดจากการที่คุณพยายามเข้าถึง โฟลเดอร์ แทนที่จะเป็นหน้าเว็บ เช่น พิมพ์ www.website.com/images/ แทนที่จะเป็นชื่อไฟล์รูป เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะตั้งค่าปิดไม่ให้คนทั่วไปเข้าไปดูรายชื่อไฟล์ในโฟลเดอร์ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

  • ทางแก้ ตรวจสอบว่าลิงก์ถูกต้อง มีนามสกุลไฟล์ครบถ้วน เช่น .html, .php

2. เคลียร์ Cache และ Cookies

บางครั้งเว็บไซต์อาจจำว่าคุณเป็น คนแปลกหน้า หรือจำสถานะล็อกอินเก่าที่หมดอายุไปแล้ว ทำให้ระบบมองว่าคุณไม่มีสิทธิ์เข้า

  • ทางแก้ ลองกดเคลียร์ประวัติการท่องเว็บและคุกกี้ หรือลองเข้าผ่านโหมดไม่ระบุตัวตนดูค่ะ

3. ปิด VPN หรือ Proxy

เว็บไซต์บางแห่งมีการบล็อก IP Address จากต่างประเทศ หรือบล็อก IP ที่มาจาก VPN เพื่อป้องกันสแปม

  • ทางแก้ ลองปิด VPN แล้วเข้าเว็บด้วยอินเทอร์เน็ตปกติค่ะ

กรณีที่ 2 ถ้าคุณเป็นเจ้าของเว็บต้องแก้ตรงไหน?

ถ้าเว็บของคุณเองขึ้น 403 ให้คนอื่นเห็น นี่คือเรื่องใหญ่ที่ต้องรีบแก้ค่ะ เพราะมันหมายถึงลูกค้าเข้าร้านไม่ได้ สาเหตุหลักมักมาจาก 3 อย่างนี้

1. ไฟล์ .htaccess ผิดพลาด

ไฟล์ .htaccess คือไฟล์คำสั่งที่ควบคุมการตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์ หากไฟล์นี้เสียหายหรือมีโค้ดคำสั่งผิดแม้แต่ตัวเดียว ก็อาจล็อกไม่ให้ใครเข้าเว็บได้เลย

  • วิธีแก้ เข้าไปที่ File Manager ในโฮสติ้ง มองหาไฟล์ .htaccess แล้วลองเปลี่ยนชื่อเป็นชื่ออื่น เช่น .htaccess_backup เพื่อปิดการทำงานชั่วคราว ถ้าเว็บกลับมาเข้าได้ แสดงว่าไฟล์นี้คือต้นเหตุ ให้สร้างไฟล์ใหม่ค่ะ

2. สิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ไม่ถูกต้อง

เซิร์ฟเวอร์มีกฎเหล็กเรื่องการอนุญาตให้ อ่าน-เขียน-แก้ไข ไฟล์ หากตั้งค่าผิด ระบบจะมองว่าไฟล์นี้ไม่ปลอดภัยและล็อกทันที

  • วิธีแก้ ตรวจสอบค่า Permission ของไฟล์และโฟลเดอร์
    • Folder ควรตั้งค่าเป็น 755
    • File ควรตั้งค่าเป็น 644
    • ถ้าตั้งเป็นค่าแปลกๆ เช่น 777 ระบบรักษาความปลอดภัยของโฮสติ้งอาจสั่งบล็อกเองอัตโนมัติค่ะ

3. ไม่มีไฟล์ Index

ถ้าในโฟลเดอร์หลักของเว็บไซต์ ไม่มีไฟล์ชื่อ index.php หรือ index.html เซิร์ฟเวอร์จะพยายามแสดงรายชื่อไฟล์ทั้งหมดออกมา ซึ่งถ้าโฮสติ้งตั้งค่าความปลอดภัยไว้ มันก็จะขึ้น 403 ทันที

  • วิธีแก้ ตรวจสอบว่าคุณเผลอลบหรือเปลี่ยนชื่อไฟล์ Index ไปหรือเปล่า
ระบบป้องกันที่บางทีก็น่ารำคาญ แต่จำเป็น

ระบบป้องกันที่บางทีก็น่ารำคาญ แต่จำเป็น

HTTP Status Code 403 แม้จะสร้างความหงุดหงิดที่เข้าใช้งานไม่ได้ แต่มองในมุมดี มันคือ ยามเฝ้าประตู ที่กำลังทำหน้าที่ปกป้องข้อมูลสำคัญของเว็บไซต์ ไม่ให้ใครก็ไม่รู้เข้ามาดูไฟล์ระบบ หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ง่ายๆสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ การหมั่นตรวจสอบไฟล์ Permission และการตั้งค่าความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหานี้ได้ แต่ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปแล้วเจอ 403 บ่อยๆ ในเว็บเดิม อาจจะต้องลองติดต่อเจ้าของเว็บเพื่อแจ้งปัญหา เพราะบางทีเขาอาจจะไม่รู้ตัวว่าร้านปิดตายอยู่ก็ได้ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"