Attribution ทำไม SEO มักโดนมองข้ามในการวัดผล

Attribution ทำไม SEO มักโดนมองข้ามในการวัดผล

ฝ่ายยิงแอด โชว์ตัวเลขยอดขายถล่มทลาย พร้อมเคลมว่า ยอดขายเดือนนี้ 80% มาจากโฆษณา ในขณะที่ฝ่าย SEO นั่งเงียบๆ เพราะใน Report ระบุว่า SEO สร้างยอดขายได้แค่ 10% ทั้งที่ Traffic คนเข้าเว็บส่วนใหญ่มาจาก Google Organic ไม่ใช่ว่า SEO ไม่เก่งนะคะ แต่มันเกิดจาก Attribution Model ค่ะ เครื่องมือวัดผลส่วนใหญ่ มักจะให้เครดิตกับ Last Click 

บทความนี้จะพาคุณไปเรื่อง Attribution ว่าทำไม SEO ถึงโดนมองข้าม และเราจะเปลี่ยนวิธีการวัดผลอย่างไร ให้เห็นมูลค่าที่แท้จริงของช่องทาง Organic Search ค่ะ

กับดักของ Last Click Model ทำไม SEO ถึงเสียเปรียบ?

กับดักของ Last Click Model ทำไม SEO ถึงเสียเปรียบ?

SEO คือกองกลาง ที่วิ่งไปแย่งลูกจากคู่แข่ง เลี้ยงหลบมาครึ่งสนาม แล้วส่งพานทองไปหน้าประตู Ads คือกองหน้า ที่ยืนรอลูกอยู่หน้าประตู พอได้บอลก็แตะเข้าประตูไป Conversion ถ้าเราตัดสินผลงานด้วยระบบ Last Click (ใครแตะบอลคนสุดท้ายได้เครดิต 100%) ผลคือ Ads ได้เครดิตเต็มๆ ส่วน SEO ได้ 0 คะแนน ทั้งที่ถ้าไม่มี SEO ส่งลูกมาให้ Ads ก็ไม่มีวันได้ยิงประตูจริงไหมคะ?

ปัญหาของ SEO ธรรมชาติของคนค้นหาผ่าน Google (SEO) มักจะอยู่ในช่วง หาข้อมูล เขาเข้ามาอ่านบทความ เข้ามาดูรีวิว แล้วก็ออกไป ผ่านไป 3 วัน เขาเห็นโฆษณา Retargeting ใน Facebook แล้วกดเข้ามาซื้อ ระบบจึงยกเครดิตให้ Facebook ไปครอง

Customer Journey ของลูกค้า  

Customer Journey ของลูกค้า  

วันที่ 1 ปวดหลัง ค้น Google ว่า เก้าอี้ทำงาน ยี่ห้อไหนดี เจอ บทความ SEO ของคุณ กดเข้ามาอ่านแล้วสนใจ แต่ยังไม่ซื้อ (SEO ทำหน้าที่เปิดการขาย)

วันที่ 3 เล่น Facebook เห็นรูปเก้าอี้คุณอีกรอบ Retargeting Ads กดไลก์ไว้ก่อน

วันที่ 7 เงินเดือนออก ตัดสินใจจะซื้อ พิมพ์ชื่อแบรนด์คุณใน Google  กด Google Ads ที่อยู่บนสุด แล้วสั่งซื้อ

ใน Report ปกติ Google Ads = ได้ 1 Conversion และ SEO = ได้ 0 Conversion ความจริง ถ้าไม่มี SEO ในวันที่ 1 ลูกค้าคนนี้จะไม่รู้จักแบรนด์คุณเลย และ Google Ads ในวันที่ 7 ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น

วิธีทวงเครดิตคืน เปลี่ยนมุมมองการวัดผล

วิธีทวงเครดิตคืน เปลี่ยนมุมมองการวัดผล

1. ดู Assisted Conversions 

Google Analytics 4 ให้เข้าไปดูที่ส่วน Advertising > Attribution > Conversion Paths คุณจะเห็นเลยว่า SEO Organic Search อยู่ในจุดเริ่มต้นของการขายมากแค่ไหน แม้จะไม่ได้เป็นคนปิดการขายก็ตาม

2. ใช้ Data-Driven Attribution หรือ Linear Model

  • Linear ให้คะแนนทุกช่องทางเท่ากัน (SEO ได้ 33%, FB ได้ 33%, Google Ads ได้ 33%)
  • Data-Driven ให้ AI ของ Google คำนวณว่าช่องทางไหนมีอิทธิพลที่สุด (วิธีนี้แม่นยำที่สุดและเป็นค่ามาตรฐานของ GA4 ยุคใหม่)

3. วัดผล Brand Search Volume

เมื่อทำ SEO ไปสักพัก ให้สังเกตว่า คนค้นหาชื่อแบรนด์ของคุณ เพิ่มขึ้นไหม? เพราะคนที่ค้นชื่อแบรนด์ มักเป็นคนที่เคยเจอเรามาก่อน (จากบทความ SEO) การที่ยอด Brand Search พุ่งขึ้น คือหลักฐานชั้นดีว่า SEO กำลังสร้าง Brand Awareness ให้คุณอยู่ค่ะ

ผลเสียของการตัดงบ SEO (เมื่อดูแค่ Last Click)

  1. Top Funnel หาย ไม่มีคนใหม่ๆ เข้ามารู้จักแบรนด์ผ่านการค้นหาข้อมูล
  2. Retargeting แพงขึ้น Facebook Ads ไม่มีกลุ่มลูกค้าเก่าให้ยิงซ้ำ (Audience แห้ง)
  3. ยอดขายรวมตก สุดท้ายยอดขายจาก Ads ก็จะร่วงตามไปด้วย เพราะไม่มีกองกลางคอยส่งลูกให้ยิงแล้ว

SEO อาจไม่ใช่ช่องทางที่ปิดการขายได้หวือหวาที่สุดเหมือน Ads แต่ SEO คือ รากฐาน ที่ทำให้แบรนด์ของคุณถูกค้นพบ และสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว การเข้าใจเรื่อง Attribution จะช่วยให้คุณไม่หลงกลตัวเลข และมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของทุกช่องทางการตลาด เพื่อจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ

ที่Wantalk เราไม่ได้ดูแค่ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย แต่เราวิเคราะห์ Full-Funnel Attribution เพื่อให้คุณเห็น Customer Journey ทั้งหมด และมั่นใจได้ว่าการทำ SEO ของคุณกำลังขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขลวงตา สงสัยไหมว่ายอดขายจริงๆ ของคุณมาจากไหนกันแน่? ให้เราช่วยวางระบบ Tracking และวิเคราะห์ Attribution ให้ธุรกิจคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"