CPC ราคาต่อคลิกคืออะไร แพงหรือถูกขึ้นอยู่กับอะไร?

CPC ราคาต่อคลิกคืออะไร แพงหรือถูกขึ้นอยู่กับอะไร?

ในการทำโฆษณา Google Ads ตัวเลขแรกที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดมักจะจ้องมองด้วยความกังวลใจคือ CPC หรือ Cost Per Click

คำถามคลาสสิกที่มักได้รับเสมอคือ ทำไมราคาคลิกของฉันถึงแพงกว่าเพื่อน?  หรือ  ทำไมเดือนนี้ราคาคลิกสูงขึ้น?  ซึ่งเป็นคำถามที่ดีมากค่ะ เพราะ CPC ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่มันคือตัวบ่งชี้สุขภาพของบัญชีโฆษณาและการแข่งขันในตลาด วันนี้เราจะมาวิเคราะห์เจาะลึกกันว่า แท้จริงแล้วราคาต่อคลิกทำงานอย่างไร และเราจะควบคุมมันได้อย่างไรบ้างในฐานะผู้ลงโฆษณา

CPC คืออะไรในระบบโฆษณา Google Ads

CPC คืออะไรในระบบโฆษณา Google Ads

CPC ย่อมาจาก Cost Per Click หมายถึง ราคาที่คุณต้องจ่ายให้กับ Google เมื่อมีคนคลิกที่โฆษณาของคุณ 1 ครั้ง

ระบบของ Google Ads ไม่ได้ขายพื้นที่โฆษณาแบบเหมาจ่ายเหมือนนิตยสารหรือป้ายบิลบอร์ด แต่ใช้ระบบที่เรียกว่า การประมูล หรือ Auction โดยผู้ลงโฆษณาจะต้องเสนอราคาที่ยินดีจ่ายสูงสุด (Max CPC Bid) เพื่อแย่งชิงตำแหน่งที่ดีที่สุดบนหน้าค้นหา

แต่ความน่าสนใจคือ ราคาที่คุณจ่ายจริง (Actual CPC) มักจะต่ำกว่าราคาที่คุณเสนอเสมอ โดยระบบจะคิดราคาเพียงแค่  1 สตางค์ มากกว่าคู่แข่งลำดับถัดไป เพื่อให้คุณรักษาอันดับไว้ได้ภายใต้เงื่อนไขคะแนนคุณภาพที่เท่ากัน นี่คือกลไกที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในตลาด

ทำไม CPC ของแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเพื่อนที่ขายเสื้อผ้าจ่ายค่าคลิกแค่ 5 บาท แต่คุณที่ทำธุรกิจรับสร้างบ้านต้องจ่ายคลิกละ 100 บาท?

คำตอบอยู่ที่มูลค่าของสินค้าและการแข่งขันค่ะ

ธุรกิจที่มีกำไรต่อหน่วยสูง หรือมีมูลค่าการซื้อขายตลอดช่วงอายุลูกค้า (LTV) สูง ย่อมมีคนยอมจ่ายค่าคลิกแพงกว่าเพื่อดึงลูกค้าเข้ามา ตัวอย่างเช่น

  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำไรหลักแสนหรือหลักล้าน การจ่ายค่าคลิกหลักร้อยบาทถือว่าคุ้มค่ามาก
  • ธุรกิจเคสโทรศัพท์ กำไรหลักสิบหรือหลักร้อย ค่าคลิกจึงต้องถูกมาก อาจจะอยู่ที่หลักบาทหรือหลักสิบต้นๆ เท่านั้น

หมายเหตุ : ราคาดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในการอ้างอิงได้โดยตรง เนื่องจากราคาตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ปัจจัยหลักที่ทำให้ CPC แพงหรือถูก

ปัจจัยหลักที่ทำให้ CPC แพงหรือถูก

ราคาคลิกไม่ได้ถูกกำหนดโดยการสุ่ม แต่เกิดจากอัลกอริทึมที่คำนวณปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งปัจจัยหลักที่มีผลต่อกระเป๋าเงินของคุณมีดังนี้ค่ะ

ระดับการแข่งขันของคีย์เวิร์ด

นี่คือกฎพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทาน ถ้าคีย์เวิร์ดคำไหนมีคนแย่งกันลงโฆษณาเยอะ ราคาก็จะพุ่งสูงขึ้นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดที่เป็น  คำทำเงิน  ที่ลูกค้าพร้อมซื้อ มักจะเป็นสมรภูมิเดือดที่ดันราคาให้สูงขึ้นเสมอ

ความตั้งใจของผู้ค้นหา

ความตั้งใจ หรือ Intent ของผู้ค้นหามีผลต่อราคาอย่างมาก

  • คำค้นหาทั่วไป เช่น รองเท้าวิ่ง อาจมีราคาคลิกปานกลางเพราะคนอาจจะแค่ดูแบบ
  • คำค้นหาเจาะจง เช่น ซื้อรองเท้าวิ่ง Nike รุ่น XYZ ราคา คำนี้ราคาคลิกมักจะสูงกว่าเพราะคนค้นหามีบัตรเครดิตในมือพร้อมรูดแล้ว คู่แข่งจึงยอมทุ่มงบแย่งชิงคนกลุ่มนี้

คุณภาพของโฆษณาและหน้าเว็บไซต์

ข้อนี้สำคัญที่สุดและเป็นจุดที่นักวิเคราะห์มืออาชีพใช้เอาชนะคู่แข่งกระเป๋าหนัก Google มีตัวชี้วัดที่เรียกว่า Quality Score หรือคะแนนคุณภาพ หากโฆษณาของคุณเขียนได้ตรงใจ ข้อความสอดคล้องกับสิ่งที่คนค้นหาและหน้าเว็บไซต์โหลดเร็ว ใช้งานง่าย Google จะมองว่าคุณส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้

ผลลัพธ์คือ Google จะให้ส่วนลดค่าคลิกกับคุณ หรือพูดง่ายๆ คือ  ของดี จ่ายถูกกว่า  ในทางกลับกัน ถ้าเว็บไซต์ไม่ดี โฆษณาไม่ตรงเรื่อง คุณจะถูกทำโทษด้วยการคิดราคาที่แพงกว่าชาวบ้าน หรือที่เรียกว่าค่าปรับความไม่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างบัญชีและการตั้งค่า

การจัดโครงสร้างบัญชีที่เละเทะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ค่าคลิกแพงเกินจริง การใส่คีย์เวิร์ดทุกคำรวมกันในแอดกรุ๊ปเดียว (Ad Group) ทำให้ข้อความโฆษณาไม่สัมพันธ์กับคำค้นหา ส่งผลให้คะแนนคุณภาพต่ำและค่าคลิกสูงขึ้น การแยกหมวดหมู่ให้ละเอียดและชัดเจนจะช่วยลดต้นทุนตรงนี้ได้มากค่ะ

CPC ถูก ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป

กับดักที่มือใหม่มักพลาดคือการดีใจที่ได้ราคาคลิกถูกมากๆ เช่น คลิกละ 1 บาท  ต้องระวังให้ดีนะคะ เพราะของถูกและดีมีน้อยมากใน Google Ads บ่อยครั้งที่คลิกราคาถูกมักมาจาก

  • คนค้นหาที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อ เช่น ค้นหาข้อมูลฟรี, ค้นหารูปภาพ
  • การตั้งค่าคีย์เวิร์ดที่กว้างเกินไป จนโฆษณาไปโผล่ผิดที่ผิดทาง
  • คลิกจากแอปพลิเคชันเกมหรือเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ที่เด็กกดเล่น

การได้ 1,000 คลิกในราคาถูก แต่ขายไม่ได้เลย สู้ได้ 10 คลิกในราคาแพงแต่ขายได้ 1 คนยังดีเสียกว่าค่ะ

แล้ว CPC แบบไหนถึงเรียกว่าเหมาะสม

แล้ว CPC แบบไหนถึงเรียกว่าเหมาะสม

คำว่า  เหมาะสม  ของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกันค่ะ สูตรคำนวณง่ายๆ ที่อยากให้ลองใช้คือการดู จุดคุ้มทุน

สมมติคุณขายสินค้ากำไร 1,000 บาท และโดยเฉลี่ยลูกค้าเข้าเว็บ 100 คน จะซื้อ 1 คน (Conversion Rate 1%) นั่นแปลว่า คุณสามารถจ่ายค่าคลิกสูงสุดได้ไม่เกิน 10 บาท (10 บาท x 100 คลิก = 1,000 บาท) เพื่อให้เท่าทุน

ดังนั้น CPC ที่เหมาะสม คือราคาที่ต่ำกว่า 10 บาท ยิ่งต่ำกว่ามากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีกำไรมากเท่านั้น ราคาตลาดจะเป็นเท่าไหร่ไม่สำคัญเท่ากับ  ราคาที่คุณจ่ายไหวและยังมีกำไร  ค่ะ

เรื่องราคาคลิก ควรดูอย่างมีบริบท

การวิเคราะห์ราคาคลิกต้องดูบริบทประกอบเสมอค่ะ อย่าตกใจตัวเลขโดดๆ

  • ช่วงเวลา: ช่วงโปรโมชันใหญ่ เช่น 11.11 หรือช่วงสิ้นเดือน ราคาคลิกมักจะสูงขึ้นเพราะคู่แข่งอัดงบ
  • อุปกรณ์: ราคาคลิกบนมือถือกับคอมพิวเตอร์มักไม่เท่ากัน
  • พื้นที่: การยิงโฆษณาในกรุงเทพฯ อาจแพงกว่าต่างจังหวัดเพราะการแข่งขันสูงกว่า

CPC เป็นตัวเลขที่ต้องอ่านให้เป็น ไม่ใช่แค่ดูให้เห็น

CPC เป็นเหมือนชีพจรของแคมเปญโฆษณา มันบอกเราได้ว่าการแข่งขันรุนแรงแค่ไหน และคุณภาพงานของเราดีพอหรือยังอย่ามัวแต่กังวลว่าจะทำอย่างไรให้ค่าคลิกถูกที่สุด แต่ให้โฟกัสว่าจะทำอย่างไรให้  คุ้มค่าที่สุด  การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ให้ดีขึ้น การเขียนคำโฆษณาให้คมคาย และการเลือกคีย์เวิร์ดที่แม่นยำ คือวิธีที่ยั่งยืนที่สุดในการควบคุมราคาคลิกให้อยู่ในจุดที่ธุรกิจได้เปรียบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"