เมื่อก่อน (สัก 10 ปีที่แล้ว) กฎการทำ SEO ง่ายมากครับ “ใครหา Dofollow Link ได้เยอะที่สุด คนนั้นชนะ” แต่ในปี 2025… “Dofollow อาจกลายเป็นยาพิษ” ได้ถ้าคุณรับมันมาจากแหล่งที่ผิด
Google ฉลาดขึ้นมากครับ มันไม่ได้ดูแค่ว่า “ลิงก์นี้เปิดวาล์วไหม (Dofollow)?” แต่มันดูด้วยว่า “น้ำที่ไหลมาคือน้ำสะอาด หรือน้ำเน่า?”
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า Dofollow แบบไหนที่ Google ยังนับถือ และแบบไหนที่เตรียมโดนเชือดครับ
Dofollow Linkม่ใช่ทุกอันที่มีค่า! แบบไหนที่ Google “ดัน” และแบบไหนที่ “ดับ”
Dofollow Link คืออะไร?
คือลิงก์ปกติที่ไม่มีคำสั่งปิดกั้น (rel="nofollow") บอก Google Bot ว่า “เชิญเดินผ่านทางนี้ได้เลย และฝากส่งคะแนนความเชื่อถือ (Link Juice) ไปให้ปลายทางด้วยนะ”
เปรียบเสมือนการ “เซ็นชื่อรับรอง” (Endorsement) ครับ ถ้าเว็บ A ลิงก์ Dofollow หาเว็บ B = เว็บ A เอาเกียรติยศของตัวเองค้ำประกันว่าเว็บ B ดีจริง
3 ประเภท Dofollow ที่ Google ให้ค่าสูงสุด (The Golden Links)
ถ้าคุณได้ลิงก์เหล่านี้มา อันดับเว็บคุณจะพุ่งแรงและมั่นคงมากครับ
1. Contextual / Editorial Links (ลิงก์ในเนื้อหา)
นี่คือ “ราชันย์แห่งลิงก์” ครับ คือลิงก์ที่แทรกอยู่ในย่อหน้าของบทความอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะผู้เขียนเห็นว่ามีประโยชน์จริงๆ
- ลักษณะ อยู่ในตำแหน่ง Body Content (ไม่ใช่ Footer หรือ Sidebar)
- ทำไม Google ชอบ มันแสดงถึงความตั้งใจของผู้เขียน (Editorial Intent) ว่าเนื้อหาของคุณมีประโยชน์ต่อผู้อ่านของเขาจริงๆ
2. Niche Relevant Links (ลิงก์จากเพื่อนร่วมวงการ)
ความ “เกี่ยวข้อง” (Relevance) สำคัญกว่าค่าพลัง (Authority) ในหลายๆ กรณี
- ตัวอย่าง คุณทำเว็บ “ขายอุปกรณ์ตกปลา”
- ได้ Dofollow จากเว็บ “สมาคมตกปลาแห่งประเทศไทย” (เว็บเล็ก แต่ตรงสาย) -> Google ให้ค่าสูงมาก
- ได้ Dofollow จากเว็บ “ข่าวซุบซิบดารา” (เว็บใหญ่ แต่คนละเรื่อง) -> Google ให้ค่าน้อย หรือมองว่าแปลกๆ
3. Links from Real Traffic Sites (เว็บที่มีคนเข้าจริง)
Dofollow จากเว็บร้าง (Zombie Sites) ไม่มีค่าครับ
3 ประเภท Dofollow ที่ Google “หยี” หรือ “ลงโทษ” (The Toxic Links)
ถึงจะเป็น Dofollow เหมือนกัน แต่นี่คือยาพิษครับ หลีกเลี่ยงให้ไกล
1. Sitewide Links (Footer/Sidebar Links)
ลิงก์ที่โผล่ทุกหน้าของเว็บ (เช่น แปะที่ Footer ว่า “รับทำ SEO โดย…”)
- ความเสี่ยง ถ้าเว็บต้นทางมี 1,000 หน้า คุณจะได้ 1,000 Backlinks ทันที… ซึ่งมัน “ผิดธรรมชาติ” อย่างรุนแรง
- ผลลัพธ์ Google Penguin อาจมองว่าคุณซื้อลิงก์ (Paid Link Scheme) และลดอันดับเว็บคุณ
2. Low Quality Directory / Bookmark Sites
สมัยก่อนฮิตมาก คือการไปฝากเว็บตามสารบัญเว็บฟรีๆ ที่มีเป็นพันๆ เว็บในหน้าเดียว
- ความเสี่ยง เว็บพวกนี้คือ “ถังขยะลิงก์” ที่ไม่มีเนื้อหาคุณภาพ Google เลิกให้ค่าไปนานแล้ว และมองเป็น Spam ด้วย
3. Scaled Guest Posting (บทความขยะเพื่อแลกลิงก์)
การเขียนบทความแย่ๆ 300 คำ อ่านไม่รู้เรื่อง (Spin Content) เพื่อขอแค่ได้แปะ Dofollow Link
- Google Update: Google พัฒนา AI (SpamBrain) มาจับผิดเรื่องนี้โดยเฉพาะ ถ้าบทความต้นทางไม่มีคุณภาพ ลิงก์ที่ส่งมาก็ไร้ค่าครับ
จุดสังเกต Dofollow ปลอม (Paid Links in Disguise)
ระวังนะครับ! บางครั้งคุณไปซื้อบทความ (Advertorial) แล้วเขาบอกว่า “ให้ Dofollow นะ” แต่ถ้า Google จับได้ว่ามีการ “จ่ายเงิน” เพื่อแลกลิงก์นั้น (เช่น จับ Pattern ได้ หรือมีเขียนว่า Sponsor)
- Google อาจจะ “เพิกเฉย” (Ignore) ลิงก์นั้นไปเลย (เสียเงินฟรี)
- หรือถ้าทำเยอะเกินไป อาจโดน Manual Action (โดนคนของ Google กดแบน)
ทางออกที่ถูกต้อง: ตามกฎ Google ถ้ามีการจ่ายเงิน ควร จะใช้ rel="sponsored" ครับ (แต่ในทางปฏิบัติ นักทำ SEO หลายคนก็ยังเสี่ยงใช้ Dofollow แบบเนียนๆ อยู่ ซึ่งต้องวัดดวงเอาเอง)
“Dofollow ไม่ใช่เกมสะสมแต้ม แต่เป็นเกมสร้างคอนเนคชั่น”
1 Dofollow Link จากบล็อกเกอร์ตัวจริงที่เขียนเชียร์สินค้าคุณด้วยใจ… มีค่ามากกว่า 1,000 Dofollow Links จากเว็บบอร์ดร้างๆ ที่คุณไปแอบแปะไว้ครับ
จงโฟกัสที่การทำ “เนื้อหาให้ดีจนคนอยากแชร์” (Link Earning) แล้ว Dofollow คุณภาพจะตามมาเองแบบไม่ต้องเหนื่อยครับ
ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing & SEO ที่มีประสบการณ์มากกว่า 4 ปี
ในการสร้างและบริหารกลยุทธ์การตลาดออนไลน์อย่างครบวงจร มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการขับเคลื่อน Organic Growth และการสร้าง SEO Content Strategy ที่เน้น Conversion โดยมีผลงานที่พิสูจน์ได้ เช่น การเพิ่ม Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์