Cost per Lead จาก SEO วัดยังไงให้รู้ว่าคุ้มจริง

Cost per Lead จาก SEO วัดยังไงให้รู้ว่าคุ้มจริง

Facebook Ads หรือ Google Ads คุณจะรู้ทันทีว่า ลูกค้าทัก 1 คน คุณเสียเงินกี่บาทแต่พอมาทำ SEO หลายธุรกิจกลับตอบตัวเลขนี้ไม่ได้ เรามักจะดูแค่ว่า เดือนนี้ติดหน้าแรกกี่คำ? หรือ คนเข้าเว็บเพิ่มขึ้นกี่ % ซึ่งตัวเลขพวกนี้ มันเอาไปจ่ายเงินเดือนพนักงานไม่ได้ค่ะ SEO คือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย ดังนั้นมันต้องวัดผลตอบแทนได้ ปัญหาคือ SEO ไม่ได้จ่ายเงินตามจำนวนคลิกเหมือนโฆษณา แล้วเราจะคำนวณต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายอย่างไร? เพื่อให้รู้ว่าเอเจนซี่ที่จ้างอยู่ หรือทีมที่ทำอยู่ คุ้มทุน จริงหรือเปล่า?

บทความนี้จะพากางสูตรคำนวณ SEO Cost per Lead แบบละเอียด เพื่อให้คุณเห็นตัวเลขที่แท้จริงว่า SEO ของคุณกำลังทำเงิน หรือกำลังละลายงบประมาณค่ะ

สูตรคำนวณพื้นฐาน

CPL = ต้นทุนทั้งหมด (Total Cost) / จำนวนลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา (Total Leads) แต่ความยากมันอยู่ที่การระบุตัวแปรทั้ง 2 ตัวนี้ให้ถูกต้องในบริบทของ SEO ค่ะ

รวมต้นทุน SEO ให้ครบ

รวมต้นทุน SEO ให้ครบ

อย่าคิดแค่ค่าจ้างเอเจนซี่หรือเงินเดือนพนักงานค่ะ ต้องรวมทุกอย่างที่ใช้ในการขับเคลื่อน SEO ในเดือนนั้นๆ

  • ค่าแรง เงินเดือนทีม Content, Graphic, Programmer (ถ้าจ้าง In-house คิดตาม % เวลาที่เขาทำให้งาน SEO) หรือค่าจ้าง Agency รายเดือน
  • ค่าเครื่องมือ ค่าสมาชิก Ahrefs, SEMrush, Hosting, Domain, Plugin
  • ค่าผลิตคอนเทนต์ ค่าจ้าง Freelance เขียนบทความ, ค่าซื้อรูปภาพลิขสิทธิ์
  • ค่า Backlink ค่า PR ข่าว หรือ Guest Post
นับLead เฉพาะที่มาจาก SEO

นับLead เฉพาะที่มาจาก SEO

ข้อนี้สำคัญ ห้ามเอายอดรวมทั้งหมดของบริษัทมาคิด เพราะมันจะปนกับลูกค้าที่มาจาก Facebook Ads หรือป้ายไวนิลหน้าบริษัท คุณต้องกรองเฉพาะคนที่เข้ามาผ่าน Organic Search Google เท่านั้น

วิธีวัดผล ต้องตั้งค่า Conversions หรือ Key Events ใน Google Analytics 4 ให้แม่นยำ เช่น

  • การกรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคา 
  • การคลิกปุ่มแอดไลน์ 
  • การคลิกเบอร์โทรศัพท์

จากนั้นให้ Filter ดูเฉพาะ Source / Medium ที่เป็น google / organic 

สมมติ เดือนนี้มีคนทักไลน์และกรอกฟอร์มที่มาจาก Google Search ทั้งหมด 140 คน

ถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับ Ads

ถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับ Ads?

ต้นทุน 28,000 บาท / 140 Leads SEO CPL = 200 บาท ต่อรายชื่อ

แล้วรู้ได้ไงว่าคุ้ม? ให้เทียบกับ Paid Ads CPL ของคุณเองค่ะ

ถ้าปกติยิง Google Ads เสีย CPL อยู่ที่ 400 บาท แปลว่าการทำ SEO ของคุณ คุ้มมาก ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ายิง Ads เสียแค่ 100 บาท แปลว่า SEO ของคุณอาจจะยังมีปัญหา หรือเพิ่งเริ่มต้น

กราฟ J-Curve ความลับของ SEO CPL

Ads จ่าย 100 ได้ 100 ตลอดไป CPL นิ่ง หรือแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามการแข่งขัน

SEO ช่วง 6 เดือนแรก CPL จะ แพง เพราะจ่ายเงินทำเว็บ/คอนเทนต์ แต่คนยังเข้าน้อย แต่พอผ่านจุดคุ้มทุน และเว็บเริ่มติดลมบน Traffic จะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้นทุนคุณเท่าเดิม (จ่ายค่าดูแลรายเดือนเท่าเดิม)

ผลลัพธ์ CPL จะถูกลงเรื่อยๆ นี่คือพลังของดอกเบี้ยทบต้นของ SEO ค่ะ

การทำ SEO ที่ดี ไม่ใช่แค่การทำให้กราฟคนเข้าเว็บเป็นสีเขียว แต่คือการทำให้ “ต้นทุนการหาลูกค้าของคุณลดลง” ในระยะยาว ถ้าคุณคำนวณ CPL เป็น คุณจะรู้ทันทีว่า SEO คือการผลิตลูกค้าที่ราคาถูกที่สุดในการตลาดออนไลน์ (เมื่อทำสำเร็จ) และคุณจะกล้าลงทุนกับมันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ

ที่Wantalk เราไม่ได้แค่รับทำอันดับ แต่เราคือที่ปรึกษาที่ให้ความสำคัญกับ Data-Driven SEO เรามีการติดตั้งระบบ Tracking วัดผล Conversion ให้ลูกค้าทุกราย เพื่อให้คุณมั่นใจว่า ทุกบาทที่จ่ายไป ได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นว่าที่ลูกค้า ที่คุ้มค่าที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"