SEO เรามักคุ้นเคยกับการพยายามทำเว็บให้ดี เขียนบทความให้ปัง และหา Backlink คุณภาพเพื่อดันอันดับ (White Hat SEO)แต่ในมุมมืดของอินเทอร์เน็ต มีกลยุทธ์สกปรกที่เรียกว่า Negative SEO ดำรงอยู่ค่ะ มันคือการที่คู่แข่ง (หรือผู้ไม่หวังดี) แทนที่จะพยายามพัฒนาเว็บตัวเองให้ดีขึ้น เขากลับเลือกใช้วิธีโจมตีเว็บคุณให้พังเพื่อเขี่ยคุณให้ร่วงจากหน้าแรก Google
เราจะพาคุณไปรู้จักกับด้านมืดของ SEO และวิธีสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ธุรกิจของคุณตกเป็นเหยื่อของการโจมตีไซเบอร์นี้ ที่เหมือนการติดตั้งกล้องวงจรปิดและสัญญาณกันขโมยให้กับบ้านค่ะ เพราะโลกธุรกิจมีการแข่งขันสูง และไม่ใช่คู่แข่งทุกคนจะเล่นตามกติกา การถูกยิงลิงก์ขยะใส่เว็บไซต์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและน่ากลัวมาก
Negative SEO คือการพยายามทำให้เว็บไซต์ของผู้อื่นเสียอันดับบน Google โดยไม่ต้องแตะเว็บไซต์นั้นโดยตรง วิธีที่พบได้บ่อยคือการสร้างลิงก์สแปมจำนวนมากเข้ามายังเว็บไซต์เป้าหมาย หรือทำให้เว็บไซต์ดูเหมือนใช้เทคนิค SEO ที่ผิดกฎ ทั้งที่เจ้าของเว็บไม่ได้เป็นคนทำเอง
คนที่เริ่มทำ SEO อาจเคยได้ยินคำว่า Negative SEO แล้วรู้สึกกังวลขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะมันฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง Negative SEO คือ การใช้เทคนิค SEO สายดำ เพื่อลดอันดับหรือ ทำลายชื่อเสียง ของเว็บไซต์คู่แข่ง และมันไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้เกิดเฉพาะกับเว็บขนาดใหญ่เท่านั้น เว็บไซต์ธุรกิจขนาดกลางหรือเว็บที่เริ่มมีอันดับดีขึ้น ก็มีโอกาสเผชิญปัญหานี้ได้เช่นกัน
ใช้เครื่องมืออย่าง Copyscape นำบทความเราไปวางเพื่อเช็กว่ามีใครก๊อปปี้ไปไหม ถ้าเจอเว็บที่ก๊อปปี้ ให้รีบยื่นเรื่องแจ้ง Google (DMCA Takedown) เพื่อถอดเว็บนั้นออกจากการค้นหาค่ะ
Negative SEO ส่งผลกับอันดับจริงไหม
สิ่งที่สำคัญกว่าการกลัว Negative SEO คือการทำ SEO ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก เมื่อเว็บไซต์มีโครงสร้างดี มีเนื้อหาที่มีคุณค่า และมีสัญญาณความน่าเชื่อถือที่ชัดเจน Google จะสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือการโจมตี และอะไรคือพฤติกรรมของเว็บไซต์จริง
คนทำ SEO จริง Negative SEO ไม่ใช่เรื่องที่ควรตื่นตระหนกจนหยุดทำ SEO แต่เป็นเรื่องที่ควรรู้ไว้ เพื่อไม่ประมาท การดูแลเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบข้อมูลเป็นระยะ และโฟกัสการสร้างคุณค่าให้ผู้ใช้ ยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ท้ายที่สุด SEO ที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากการป้องกันอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เมื่อเว็บไซต์ของคุณมีตัวตนชัด มีคุณค่า และมีความน่าเชื่อถือ Negative SEO จะกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนที่ไม่สามารถทำอะไรคุณได้มากนัก
ถ้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยไว้เฉยๆ Google จะจัดการให้เองไหม?
ส่วนใหญ่ Google จัดการกรองออกให้ แต่ถ้าปริมาณสแปมเยอะเกินไปจนดูผิดปกติ Google อาจเข้าใจผิดและลงโทษเว็บเราได้ ดังนั้นการยื่น Disavow Tool เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจจึงปลอดภัยที่สุด
Disavow Tool ใช้นานไหมกว่าจะเห็นผล?
ใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังจากยื่นไฟล์ไปแล้ว Google Bot ต้องใช้เวลาในการกลับไป Crawl ลิงก์เหล่านั้นใหม่เพื่อถอดคะแนนออก
จ้างคนทำ Negative SEO ใส่คู่แข่ง ผิดกฎหมายไหม?
ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และผิดจริยธรรมทางธุรกิจอย่างร้ายแรง ไม่แนะนำให้ทำเด็ดขาด เพราะถ้าคู่แข่งจับได้หรือ Google จับได้ เว็บไซต์ของคุณเองนั่นแหละที่จะโดนแบนถาวร
ตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกเดือนมักเป็นภาพความสำเร็จที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต่างปรารถนา แต่ภายใต้กราฟสีเขียวที่พุ่งทะยานนั้น อาจมีสัญญาณอันตรายบางอย่างซ่อนอยู่หากเราไม่ได้แยกแยะประเภทของผู้เข้าชมให้ชัดเจน เปรียบเสมือนการเปิดร้านอาหารที่มีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน แต่เราไม่รู้เลยว่าคนเหล่านั้นคือลูกค้าหน้าใหม่ที่หลงเข้ามา หรือเป็นลูกค้าประจำที่ติดใจในรสชาติอาหาร การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง User (ผู้ใช้งานรวม) และ New User (ผู้ใช้งานใหม่) คือพื้นฐานสำคัญของการวางกลยุทธ์การตลาดที่ยั่งยืน เพราะข้อมูลสองชุดนี้บอกเล่าเรื่องราวที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ชุดหนึ่งบอกถึงความเก่งในการหาคนเข้าบ้าน แต่อีกชุดหนึ่งบอกถึงความสามารถในการรักษาคนให้อยู่กับเรา พี่แว่น อยากชวนทุกคนมาเจาะลึกความหมายของตัวเลขเหล่านี้ใน Google Analytics เพื่อให้คุณมองเห็นสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาจากยอดวิวรวมครับ New Users และ Users ต่างกันอย่างไรในมุมมอง Data ก่อนจะไปถึงการวิเคราะห์กลยุทธ์ เราต้องทำความเข้าใจนิยามศัพท์ทางเทคนิคของ Google Analytics ให้แม่นยำก่อนครับ เพราะความสับสนเพียงเล็กน้อยอา