ROAS ใช้กับ SEO ได้จริงหรือควรแยกคิดจากโฆษณา

ROAS ใช้กับ SEO ได้จริงหรือควรแยกคิดจากโฆษณา

ยิงแอดไป 100 บาท ได้เงินกลับมา 500 บาท (ROAS 5 เท่า) แล้วทำ SEO ไป 100 บาท ได้เงินกลับมากี่บาท?” นี่คือคำถามที่เอเจนซี่และทีมการตลาดมักโดน CEO ถามค่ะ ในทางทฤษฎี เราสามารถคำนวณตัวเลขนี้ได้ แต่ในทางปฏิบัติ การนำ ROAS ของโฆษณา และ SEO มาเปรียบเทียบกันตรงๆ คือความผิดพลาดทางกลยุทธ์ เพราะธรรมชาติของทั้งสองอย่างนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า ควรวัดผลเงินที่จ่ายไปกับ SEO อย่างไร ให้ยุติธรรม ไม่หลอกตัวเอง และเห็นกำไรค่ะ

เข้าใจความต่าง

เข้าใจความต่าง

  1. โฆษณา = ค่าเช่าที่ 

คุณจ่ายเงินเพื่อ เช่าพื้นที่หน้าแรก Google จ่ายปุ๊บ คนเห็นปั๊บ ยอดมาทันที 

ข้อเสีย หยุดจ่ายเมื่อไหร่ ยอดเป็น 0 ทันที

  1. SEO = Investment

คุณจ่ายเงินเพื่อ สร้างคอนเทนต์และปรับปรุงเว็บให้เป็นสินทรัพย์ จ่ายวันนี้ ยังไม่เห็นผลทันที

ข้อดี วันหน้าต่อให้หยุดจ่าย หรือจ่ายน้อยลง Traffic ก็ยังไหลมาเทมา และยอดขายยังคงอยู่

ROAS ของ Ads ใช้วัด ประสิทธิภาพเงินหมุนเวียน ส่วน ROAS ของ SEO ใช้วัด ความคุ้มค่าของการลงทุน ค่ะ

ทำไมสูตร ROAS แบบโฆษณา ถึงใช้กับ SEO ไม่เวิร์ก?

ทำไมสูตร ROAS แบบโฆษณา ถึงใช้กับ SEO ไม่เวิร์ก?

ช่วง 1-6 เดือนแรก (ภาพลวงตาว่าขาดทุน)

คุณจ่ายเงินทำเว็บ เขียนบทความ แต่ Traffic ยังน้อย คำนวณออกมา ROAS อาจจะแค่ 0.5 (จ่าย 100 ได้คืน 50)

ผลลัพธ์ ผู้บริหารสั่งเลิกทำ เพราะมองว่าไม่คุ้ม

ช่วงปีที่ 2 ขึ้นไป (ภาพลวงตาว่ากำไรเกินจริง)

Traffic สะสมมาจากปีก่อนๆ มหาศาล แต่ค่าดูแลรายเดือนเท่าเดิม คำนวณออกมา ROAS อาจพุ่งไป 20-30 เท่า

ผลลัพธ์ ผู้บริหารสั่งตัดงบโฆษณาทิ้งหมด เพราะเห็นว่า SEO คุ้มกว่า ซึ่งผิด เพราะ Ads ยังจำเป็นในการหาลูกค้าใหม่ๆ

ใช้ ROSS และวัดผลแบบสะสม

SEO เรามักใช้คำว่า Return on Organic Search Spend เพื่อแยกให้ชัดเจนจาก Ad Spend ค่ะ

สูตรคำนวณที่แนะนำ

ROSS = (รายได้รวมจาก Organic Search / ต้นทุน SEO ทั้งหมด)

แต่เคล็ดลับคือ ห้ามดูแค่เดือนเดียว ต้องดูแบบสะสม หรือ รายปี เช่น รวมรายได้จาก SEO ทั้งปี 1 ล้านบาท / หารด้วยค่าจ้างทำ SEO ทั้งปี 2 แสนบาท = ROSS 500% (หรือ 5 เท่า) ตัวเลขนี้จะสะท้อนความเป็นจริงมากกว่า เพราะ SEO คือการสร้างผลลัพธ์ทบต้น 

เมื่อไหร่ที่ SEO จะชนะ Ads?

เมื่อไหร่ที่ SEO จะชนะ Ads?

  • ระยะสั้น (0-6 เดือน) Ads ชนะขาด

ROAS ของ Ads อาจจะสตาร์ทที่ 3-5 เท่าตั้งแต่วันแรก แต่ ROSS ของ SEO อาจจะติดลบ หรือเท่าทุน

  • ระยะกลาง (6-12 เดือน) จุดตัด 

SEO เริ่มติดอันดับ Traffic เริ่มไหลมาแบบฟรีๆ ต้นทุนต่อหัวเริ่มลดลงจนต่ำกว่า Ads

  • ระยะยาว (12 เดือน+) SEO ชนะขาดลอย

ในขณะที่ Ads ค่าคลิกแพงขึ้นเรื่อยๆ (ROAS ลดลง) SEO กลับทำกำไรได้มากโดยต้นทุนคงที่ กราฟรายได้จะฉีกหนีต้นทุนไปไกลมาก

ROAS ใช้กับ SEO ได้ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และ ควรแยก Report ออกจากโฆษณา จงมอง Ads เป็นตู้ ATM ที่กดเงินสดมาหมุนเวียนรายวัน และมอง SEO เป็นพอร์ตหุ้น VI ที่เน้นถือยาวเพื่อกินปันผลในอนาคต ถ้าคุณเข้าใจความแตกต่างนี้ คุณจะจัดสรรงบประมาณได้อย่างฉลาด และไม่เผลอทุบกระปุกออมสินทิ้งเพียงเพราะมันไม่ได้ให้ดอกเบี้ยรายวันเหมือนตู้ ATM ค่ะ

Wantalk เราช่วยคุณวางแผน SEO Strategy ที่เน้นความคุ้มค่าระยะยาว เรามีการทำ Report วัดผลแบบ ROSS ที่ชัดเจน เพื่อให้คุณเห็นว่าเงินทุกบาทที่ลงทุนไป กำลังเติบโตเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกำไรให้คุณได้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"