ก่อนจะไปตัดสินมัน เราต้องเข้าใจหน้าที่ของมันก่อนครับ ในภาษา HTML โค้ด rel=”nofollow” ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบอก Google Bot ว่า “เฮ้ย ไม่ต้องตามลิงก์นี้ไปนะ และไม่ต้องส่งคะแนน (PageRank) ไปให้เว็บปลายทางด้วย”
ฟังดูเหมือนมันใจร้ายและตัดเยื่อใยใช่ไหมครับ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่นักทำ SEO สายตัวเลขมองว่ามันไร้ค่า เพราะในทางเทคนิค มันไม่ได้ส่งพลัง Link Juice หรือคะแนนความแรงมาช่วยดันอันดับเว็บเราโดยตรงเหมือนกับ Dofollow
ใช่ครับ! ลิงก์เกือบทั้งหมดจาก Social Media เป็น Nofollow (และบางทีเป็น noreferrer ด้วย) แม้มันจะไม่ส่งคะแนน PageRank โดยตรง แต่ Google ให้ความสำคัญในแง่ของ Social Signals ครับ คือถ้ามีการแชร์เยอะๆ Google จะมองว่าเนื้อหานี้เป็นกระแสและน่าสนใจ ซึ่งช่วยให้อันดับขยับขึ้นได้ทางอ้อมครับ
แล้ว Tag ใหม่ๆ อย่าง rel="sponsored" หรือ rel="ugc" ต่างจาก Nofollow ไหม?
ในทางเทคนิคสำหรับ Google มันทำงานคล้าย Nofollow ครับ คือไม่ส่งคะแนนเหมือนกัน แต่ Google แยกออกมาเพื่อให้เข้าใจบริบทได้ชัดเจนขึ้น – Sponsored: ใช้สำหรับลิงก์โฆษณาที่เราจ่ายเงินซื้อ (Google บังคับให้ใช้ตัวนี้เพื่อความโปร่งใส) – UGC (User Generated Content): ใช้สำหรับลิงก์ในคอมเมนต์หรือเว็บบอร์ด สรุปคือ ถ้าเจอ 2 ตัวนี้ ก็ให้เหมาว่าเป็นตระกูลเดียวกับ Nofollow ได้เลยครับ
ถ้าเว็บมีแต่ Nofollow Link ล้วนๆ เลย จะมีสิทธิ์ติดหน้าแรกไหม?
“ยากแต่เป็นไปได้” ครับ ถ้าเนื้อหาของคุณเทพจริงๆ ระดับ God-tier Content และ Nofollow เหล่านั้นมาจากเว็บยักษ์ใหญ่อย่าง Wikipedia หรือสำนักข่าวระดับโลกที่ส่งคนเข้าเว็บคุณเป็นล้านคน Google ก็อาจจะดันคุณขึ้นหน้าแรกได้จากคะแนน Traffic และ User Experience ครับ แต่ถ้าเลือกได้ มี Dofollow ผสมด้วยยังไงก็อุ่นใจกว่าครับ
Digital Marketer และนักพัฒนาเว็บไซต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน WordPress และ Technical SEO ผสมผสานทักษะด้านเทคโนโลยีและการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเว็บไซต์ที่ปลอดภัยและทำงานได้รวดเร็ว พร้อมวางกลยุทธ์โฆษณา Google Ads ที่แม่นยำและวัดผลได้
ตัวเลขผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกเดือนมักเป็นภาพความสำเร็จที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดต่างปรารถนา แต่ภายใต้กราฟสีเขียวที่พุ่งทะยานนั้น อาจมีสัญญาณอันตรายบางอย่างซ่อนอยู่หากเราไม่ได้แยกแยะประเภทของผู้เข้าชมให้ชัดเจน เปรียบเสมือนการเปิดร้านอาหารที่มีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน แต่เราไม่รู้เลยว่าคนเหล่านั้นคือลูกค้าหน้าใหม่ที่หลงเข้ามา หรือเป็นลูกค้าประจำที่ติดใจในรสชาติอาหาร การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง User (ผู้ใช้งานรวม) และ New User (ผู้ใช้งานใหม่) คือพื้นฐานสำคัญของการวางกลยุทธ์การตลาดที่ยั่งยืน เพราะข้อมูลสองชุดนี้บอกเล่าเรื่องราวที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ชุดหนึ่งบอกถึงความเก่งในการหาคนเข้าบ้าน แต่อีกชุดหนึ่งบอกถึงความสามารถในการรักษาคนให้อยู่กับเรา พี่แว่น อยากชวนทุกคนมาเจาะลึกความหมายของตัวเลขเหล่านี้ใน Google Analytics เพื่อให้คุณมองเห็นสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาจากยอดวิวรวมครับ New Users และ Users ต่างกันอย่างไรในมุมมอง Data ก่อนจะไปถึงการวิเคราะห์กลยุทธ์ เราต้องทำความเข้าใจนิยามศัพท์ทางเทคนิคของ Google Analytics ให้แม่นยำก่อนครับ เพราะความสับสนเพียงเล็กน้อยอา