ทำความรู้จัก Web Crawler คืออะไร Google ส่งบอทมาอ่านเว็บเราอย่างไรให้ติดอันดับ

การสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามและมีเนื้อหาครบถ้วนอาจกลายเป็นสิ่งที่สูญเปล่า หากไม่มีใครมองเห็นเว็บไซต์ของคุณบนหน้าผลการค้นหาของ Google เปรียบเสมือนการเปิดร้านอาหารรสเลิศในซอยลึกที่ไม่มีป้ายบอกทาง ลูกค้าขาจรย่อมไม่มีทางรู้ว่ามีร้านนี้ตั้งอยู่ เบื้องหลังการที่เว็บไซต์หนึ่งจะปรากฏขึ้นมาให้เราเห็นได้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของระบบอัตโนมัติที่เรียกว่า Web Crawler

เจ้าเครื่องมือตัวนี้เปรียบเสมือนแมงมุมขยันที่คอยไต่ไปตามใยอินเทอร์เน็ตเพื่อเก็บข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลกกลับไปเก็บไว้ในคลังข้อมูลของ Google หากเว็บไซต์ของคุณไม่เป็นมิตรกับเจ้าแมงมุมตัวนี้ โอกาสที่จะติดหน้าแรกก็แทบจะเป็นศูนย์ พี่แว่น อยากชวนเจ้าของธุรกิจและนักการตลาดทุกท่านมาทำความเข้าใจกลไกการทำงานของ Web Crawler เพื่อที่เราจะได้จัดเตรียมบ้านให้พร้อมต้อนรับแขกคนสำคัญรายนี้ และเปลี่ยนการเข้าชมของบอทให้กลายเป็นอันดับที่ดีขึ้นครับ

Web Crawler คือนักสำรวจผู้ไม่เคยหลับใหลบนโลกอินเทอร์เน็ต

Web Crawler (หรือบางครั้งเรียกว่า Spider หรือ Bot) คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์อัตโนมัติที่ Search Engine อย่าง Google ส่งออกมาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต หน้าที่หลักของมันคือการ “Crawl” (คืบคลาน/สำรวจ) เพื่อค้นหาว่ามีหน้าเว็บใหม่อะไรเกิดขึ้นบ้าง หน้าเว็บเก่ามีการอัปเดตเนื้อหาหรือไม่ หรือมีหน้าไหนที่ถูกลบออกไปแล้ว

Googlebot แขกคนสำคัญของคนทำเว็บ

สำหรับ Google ตัว Web Crawler ที่เราคุ้นเคยกันดีมีชื่อว่า Googlebot โดยแบ่งการทำงานหลักๆ เป็นสองส่วนคือ

  1. Crawling การวิ่งเข้าไปในเว็บไซต์เพื่ออ่านโค้ดและเนื้อหา
  2. Indexing การนำข้อมูลที่อ่านได้ไปจัดเก็บในดัชนี (Index) เพื่อรอการนำมาแสดงผลเมื่อมีคนค้นหา

หาก Googlebot เข้ามาอ่านเว็บคุณไม่ได้ หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ เว็บไซต์ของคุณก็จะไม่มีวันถูกบรรจุลงในฐานข้อมูล และไม่มีทางปรากฏบนหน้า Search Result Page (SERP) ได้เลย

บอทเดินทางด้วยเส้นทางของลิงก์ภายในเป็นหลัก

หลายคนสงสัยว่า Googlebot รู้ได้อย่างไรว่าต้องไปหน้าไหนต่อ คำตอบคือบอทเดินทางผ่าน Link (ลิงก์) ครับ โดยเฉพาะ Internal Link หรือลิงก์ภายในเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงระหว่างหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่ง

การทำงานเปรียบเสมือนใยแมงมุม

เมื่อบอทเข้ามาที่ “หน้าแรก” (Homepage) ของคุณ มันจะเริ่มสแกนหาลิงก์ทั้งหมดที่มีอยู่ในหน้านั้น

  • หากคุณมีลิงก์ไปยัง “หน้าสินค้า” บอทก็จะไต่ตามลิงก์นั้นไปเก็บข้อมูลหน้าสินค้า
  • หากหน้าสินค้ามีลิงก์ไปยัง “บทความที่เกี่ยวข้อง” บอทก็จะไต่ต่อไปเรื่อยๆ

ระวัง Orphan Pages หน้ากำพร้าที่บอทหาไม่เจอ

หากคุณสร้างหน้าเว็บขึ้นมาใหม่ แต่ไม่มีลิงก์จากหน้าไหนส่งไปหาหน้านั้นเลย (เรียกว่า Orphan Page) บอทจะไม่มีทางหาหน้านั้นเจอ เว้นแต่คุณจะส่ง URL ให้ Google โดยตรงผ่านเครื่องมือ ดังนั้นการวางโครงสร้าง Internal Link ที่ดี จึงเป็นการสร้างถนนให้บอทเดินทางไปได้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุมของเว็บไซต์

โครงสร้างเว็บที่ดีช่วยให้บอทเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน

ความยากง่ายในการอ่านเว็บไซต์ (Crawlability) ขึ้นอยู่กับ Site Structure หรือโครงสร้างเว็บไซต์เป็นสำคัญ หากคุณจัดวางโครงสร้างให้เป็นระเบียบ มีลำดับชั้นชัดเจน บอทจะเข้าใจบริบทของเนื้อหาได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น

ลำดับชั้นที่ชัดเจน Hierarchy

เว็บไซต์ที่ดีควรมีการจัดหมวดหมู่ที่สมเหตุสมผล เช่น

  • หน้าแรก -> หมวดหมู่สินค้า -> สินค้าย่อย -> ตัวสินค้า การจัดโครงสร้างแบบนี้ช่วยให้บอทเข้าใจว่า “หน้านี้คือสินค้าหลัก” และ “หน้านี้คือสินค้าย่อย” ซึ่งส่งผลดีต่อการทำ SEO เพราะ Google จะสามารถจัดกลุ่มเนื้อหาของคุณได้อย่างถูกต้อง

ความลึกของหน้าเว็บ Click Depth

กฎเหล็กที่สำคัญคือ หน้าเว็บสำคัญไม่ควรอยู่ลึกเกินไป โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 3 คลิกจากหน้าแรก หากบอทต้องคลิกเข้าไปลึกมากถึง 5-6 ชั้นกว่าจะเจอเนื้อหา บอทอาจจะหยุดสำรวจก่อนที่จะไปถึง ทำให้หน้านั้นไม่ถูก Index

เว็บไซต์โหลดช้าทำให้บอทเข้าถึงข้อมูลได้น้อยลง

ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ (Page Speed) ไม่ได้มีผลต่อความพึงพอใจของคนใช้งานเท่านั้น แต่มีผลต่อการทำงานของ Web Crawler โดยตรง ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Crawl Budget

Crawl Budget คือทรัพยากรที่มีจำกัด

Google ไม่ได้มีทรัพยากรไม่จำกัดในการเก็บข้อมูลเว็บไซต์ทั่วโลก ดังนั้น Google จึงกำหนด “งบประมาณ” (Budget) ในการเข้าสำรวจแต่ละเว็บไซต์ไว้

  • หากเว็บของคุณ โหลดเร็ว บอทจะใช้เวลาน้อยในการอ่านแต่ละหน้า ทำให้ในหนึ่งรอบการทำงาน บอทสามารถเก็บข้อมูลได้หลายหน้า
  • หากเว็บของคุณ โหลดช้า บอทต้องเสียเวลารอโหลดนาน ทำให้งบประมาณหมดไว บอทอาจจะอ่านได้แค่ 2-3 หน้าแล้วก็ต้องกลับไป ส่งผลให้หน้าเว็บที่เหลือไม่ถูก Index

ดังนั้น การปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์จึงเป็นการช่วยประหยัดเวลาให้บอท และเพิ่มโอกาสให้หน้าเว็บของคุณถูกเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนที่สุด

Robots txt และ Sitemap แผนที่และป้ายบอกทางที่ขาดไม่ได้

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและควบคุมการทำงานของ Web Crawler เราจำเป็นต้องมีไฟล์เอกสารสำคัญ 2 ตัววางไว้ที่หลังบ้านของเว็บไซต์ครับ

XML Sitemap แผนที่นำทาง

Sitemap คือไฟล์ที่รวบรวมรายชื่อ URL ทั้งหมดบนเว็บไซต์ที่เราต้องการให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูล เปรียบเสมือนการยื่นแผนที่ให้บอทดูเลยว่า “เว็บฉันมีหน้าเหล่านี้บ้าง ช่วยไปเก็บให้ครบนะ” วิธีนี้ช่วยให้บอทเจอหน้าเว็บใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอไต่ตามลิงก์เพียงอย่างเดียว

Robots txt ป้ายจราจร

Robots.txt คือไฟล์ที่ทำหน้าที่บอกบอทว่า “หน้าไหนเข้าได้” และ “หน้าไหนห้ามเข้า”

  • หน้าตะกร้าสินค้า หรือ หน้า Admin หลังบ้าน เป็นหน้าที่เราไม่อยากให้ Google เก็บข้อมูล เราก็สามารถใช้คำสั่งใน Robots.txt สั่งห้าม (Disallow) บอทไม่ให้เข้าไปยุ่งได้
  • การตั้งค่านี้ช่วยประหยัด Crawl Budget ให้บอทไปโฟกัสเฉพาะหน้าที่มีความสำคัญต่อการทำ SEO เท่านั้น

การทำความเข้าใจการทำงานของ Web Crawler ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ครับ เพราะนี่คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของการทำ SEO หากด่านแรกอย่าง Googlebot ยังไม่สามารถเข้ามาอ่านข้อมูลในบ้านของคุณได้ ก็หมดสิทธิ์ที่จะไปแข่งขันชิงอันดับกับใครในด่านต่อไป

Web Crawler ทำงานอย่างตรงไปตรงมา มันชอบความเป็นระเบียบ ชอบความรวดเร็ว และชอบความชัดเจน หน้าที่ของเราคือการจัดโครงสร้างเว็บไซต์ให้เชื่อมโยงกัน ปรับความเร็วให้เหมาะสม และเตรียมแผนที่ (Sitemap) ไว้ให้พร้อม หากคุณดูแลบอทดี บอทก็จะตอบแทนคุณด้วยการนำข้อมูลไป Index อย่างรวดเร็ว และพาเว็บไซต์ของคุณไปสู่สายตาลูกค้านับล้านบนหน้าแรกของ Google ได้สำเร็จครับ พี่แว่นแนะนำให้ลองตรวจสอบสถานะการ Crawl ใน Google Search Console วันนี้เลยครับ ว่าบอทเข้ามาหาเราบ่อยแค่ไหนและเจอปัญหาอะไรหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"