บทความ SEO (SEO Content) เขียนอย่างไรให้ Google รักและคนอ่านชอบ

YMYL & E-E-A-T เจาะลึกเกณฑ์ทำ SEO สายสุขภาพและการเงินอย่างไรไม่ให้โดนแบน

ทำไมบางเว็บไซต์สายสุขภาพหรือการเงิน เขียนเนื้อหาดูดี มีข้อมูลครบ แต่กลับไม่ติดอันดับ หรืออันดับร่วงแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่ทำ SEO เหมือนเว็บอื่นทุกอย่าง คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่คีย์เวิร์ดหรือจำนวนบทความ แต่อยู่ที่สิ่งที่หลายคนมองข้าม อย่าง YMYL และ E-E-A-T โดยเฉพาะเว็บเกี่ยวกับสุขภาพ การเงิน การลงทุน หรือประกัน คำตอบมักเกี่ยวข้องกับคำสองคำนี้เสมอค่ะ

ทั้งสองคำนี้เป็นเกณฑ์ที่ Google ใช้ตัดสินว่า เว็บไซต์ไหนควรถูกเชื่อถือ และเว็บไซต์ไหนไม่ควรเสี่ยงให้คนอ่านนำข้อมูลไปใช้ บทความนี้จะพาเข้าใจแบบไม่ซับซ้อนว่า สองคำนี้คืออะไร และถ้าต้องทำ SEO ในกลุ่มเนื้อหาอ่อนไหว ควรปรับวิธีคิดและการเขียนอย่างไร เพื่อให้เว็บไซต์เติบโตได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงที่จะโดนลดความน่าเชื่อถือจาก Google ค่ะ

YMYL คืออะไร

YMYL คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับเว็บไซต์ของคุณ

YMYL ย่อมาจาก Your Money or Your Life เป็นคำที่ Google ใช้เรียกเนื้อหาที่มีผลต่อชีวิต สุขภาพ หรือการเงินของผู้อ่านโดยตรง ตัวอย่างเว็บไซต์กลุ่ม YMYL ที่พบบ่อย

  • คลินิก โรงพยาบาล สุขภาพจิต โภชนาการ
  • บทความเกี่ยวกับโรค ยา วิธีดูแลสุขภาพ
  • การเงิน การลงทุน ประกัน สินเชื่อ
  • กฎหมาย สิทธิ หน้าที่
  • ข่าวหรือข้อมูลที่อาจส่งผลต่อสังคม

เหตุผลที่ Google เข้มงวดกับเว็บกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าข้อมูลผิดพลาด คนอ่านอาจตัดสินใจผิดและเกิดผลกระทบจริงในชีวิตได้ ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อสินค้าเท่านั้นค่ะ

EEAT คือหัวใจของการทำ SEO

E-E-A-T คือหัวใจของการทำ SEO สาย YMYL

ถ้าเว็บไซต์ทั่วไปยังพอทำ SEO ด้วย On-page และ Backlink ได้ เว็บ YMYL จะไม่รอดถ้าไม่ผ่านเกณฑ์  E-E-A-T ที่หมายถึง เนื้อหาที่มาจากประสบการณ์จริง ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และข้อนี้สำคัญที่สุดเลยค่ะ คือการทำเนื้อหาให้ผู้อ่านไว้ใจ เว็บที่ไม่มีตัวตนชัด มักเสียเปรียบในการจัดอันดับ ไปดูกันค่ะว่า Google ให้ความสำคัญอย่างไรกับการทำเนื้อหา E-E-A-T นี้

E – Experience ประสบการณ์จริง

Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่สะท้อนว่า ผู้เขียนเข้าใจเรื่องนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่สรุปจากเว็บอื่นเท่านั้น  เช่น การเล่าจากเคสที่เคยเจอ หรืออธิบายข้อจำกัดหรือสิ่งที่ต้องระวัง การให้บริบทจากสถานการณ์จริง เป็นต้น เนื้อหาแบบนี้จะดูมีชีวิตและน่าเชื่อถือกว่าเนื้อหาที่เป็นทฤษฎีล้วน ๆ

E – Expertise ความเชี่ยวชาญ

สำหรับเว็บสุขภาพและการเงิน ความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเราจะเขียนบทความสุขภาพ ควรเขียนหรือมีผู้ตรวจทานที่มีความรู้ด้านนั้นด้วย หากเป็นบทความการเงิน ควรอธิบายอย่างเป็นกลาง ไม่ชี้นำหรือชวนเชื่อเกินจริง ไม่จำเป็นต้องใช้ศัพท์ยากรวมถึงตรวจความถูกต้อง 

A – Authoritativeness ความน่าเชื่อถือ

เพราะอะไรถึงต้องทำให้เนื้อหา มีความน่าเชื่อถือ Google อยากรู้ว่า เว็บนี้เป็นใคร มีตัวตนไหม และน่าเชื่อถือแค่ไหน สิ่งที่ช่วยได้คือ

  • มีหน้าเกี่ยวกับเรา  ไม่ใช่แค่แนะนำบริษัท แต่คือการยืนยันตัวตน บอกให้รู้ว่าเราคือใคร ทำอะไร  มีหน้าที่มากกว่าแค่เล่าว่าเราทำอะไร มีคนรับผิดชอบข้อมูลในเว็บนี้จริง ไม่ใช่เว็บใครก็ไม่รู้ ในมุม Google หน้านี้คือ หลักฐานว่าเว็บนี้มีตัวตนจริง
  • ประวัติผู้เขียน สิ่งที่ควรจะมีคือ ชื่อจริง ตำแหน่งหรือบทบาท ประสบการณ์ในสายงานนั้น จริง ๆแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นหมอหรือผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศกก็ได้ แต่ทุกบทบาทควรทำให้เห็นว่า ผู้เขียนมีพื้นฐานความรู้ และไม่ได้เขียนแบบเดาขึ้นมาเอง
  • แหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ Google ไม่คาดหวังให้ทุกเว็บเป็นแหล่งข้อมูลต้นทาง แต่คาดหวังให้เว็บเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เหมาะสม Google ไม่คาดหวังให้ทุกเว็บเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิง แต่คาดหวังให้เว็บเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เหมาะสม เช่น หน่วยงานทางการ , งานวิจัย , เว็บไซต์สถาบัน
  • การถูกพูดถึงหรืออ้างอิงจากเว็บไซต์อื่น ตรงนี้คือส่วนที่หลายเว็บมองข้าม Google ไม่ได้ดูแค่สิ่งที่เว็บพูดถึงตัวเอง แต่ดูว่า คนอื่นพูดถึงเว็บนี้อย่างไร  เช่น ถูกอ้างอิงในบทความของเว็บอื่น ถูกลิงก์จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง หรือถูกพูดถึงในสื่อหรือแพลตฟอร์มที่มีตัวตน

T – Trustworthiness ความไว้ใจ

สำหรับ YMYL ข้อนี้สำคัญที่สุด Google จะดูว่า เว็บมีข้อมูลติดต่อจริงหรือไม่ มีนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือไม่ รวมไปถึงการใช้ภาษาไม่โอ้อวด ไม่โฆษณาเกินจริงและไม่มีคำอ้างที่ทำให้เข้าใจผิด ถ้าเว็บดูไม่น่าไว้ใจต่อให้เขียนเนื้อหาดีแค่ไหน ก็มีโอกาสไม่ติดอันดับค่ะ 

ทำSEOสายสุขภาพและการเงินอย่างไรให้ปลอดภัย

ทำ SEO สายสุขภาพและการเงินอย่างไรให้ปลอดภัย

1. หลีกเลี่ยงการเขียนแบบฟันธง

คำอย่าง หายขาด ,ได้ผลแน่นอน,รับรองผลลัพธ์ เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากควรใช้ภาษากลาง การเขียนที่ช่วยลดความเสี่ยงและดูเป็นมืออาชีพ เช่น

  • อาจช่วยได้
  • ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
  • ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

2. ให้บริบท ไม่ใช่แค่ข้อมูล

Google ให้คุณค่ากับเนื้อหาที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและตัดสินใจอย่างรอบคอบ
แทนที่จะบอกแค่ว่า ยานี้ใช้ทำอะไร ควรอธิบายเพิ่มว่า เหมาะกับใคร/ไม่เหมาะกับใครหรือมีข้อควรระวังอะไรบ้าง

3. แสดงตัวตนผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

ภาษาลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงและดูเป็นมืออาชีพ เพราะเนื้อหากลุ่มนี้กระทบชีวิตคนจริง  Google เลยตั้งคำถามว่าข้อมูลผิด ใครเป็นคนรับผิดชอบ และสิ่งที่บทความ YMYL ควรมี คือ

  • ชื่อผู้เขียน
  • ตำแหน่งหรือความเชี่ยวชาญ
  • วันที่อัปเดตล่าสุด

4. อย่าเน้น SEO จนลืมความถูกต้อง

เขียนโดย ทีม SEO Specialist ที่ดูแลเว็บไซต์กลุ่มสุขภาพและการเงิน คือ การยัดคีย์เวิร์ดหรือเขียนตามสูตร SEO อย่างเดียวอาจทำให้บทความดูไม่น่าเชื่อถือ SEO ที่ดีสำหรับ YMYL คือ เขียนให้คนอ่านเข้าใจก่อน แล้วให้ Google เข้าใจตาม 

ถ้าต้องทำ SEO ในกลุ่มเนื้อหาอ่อนไหว

การทำ SEO สำหรับเว็บไซต์สุขภาพและการเงิน ไม่ใช่เรื่องของเทคนิคอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อข้อมูล ด้วยค่ะ ถ้าเว็บไซต์ของคุณ เขียนจากความรู้และประสบการณ์จริง ใช้ภาษาที่ไม่ชวนเข้าใจผิด มีตัวตนและความโปร่งใสและคิดถึงผลกระทบต่อผู้อ่านเป็นหลัก Google จะมองเว็บไซต์คุณเป็นแหล่งข้อมูลที่ควรค่าแก่การแสดงผลบน Google อย่างแน่นอนค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"