เชื่อไหมครับว่าเหตุผลหลักๆที่คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ทำงานช้า ไม่ได้เป็นเพราะชิปประมวลผลทำงานไม่ทัน แต่เป็นเพราะมันกำลัง “รอ” ข้อมูลอยู่ ปัญหาคอขวดนี้เกิดขึ้นจากอุปกรณ์ชิ้นเดียวที่เรียกว่าหน่วยความจำสำรอง ซึ่งปัจจุบันมีการต่อสู้กันระหว่างสองเทคโนโลยีคือ HDD แบบดั้งเดิม และ SSD ผู้ท้าชิงความเร็วสูง
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง เราต้องย้อนกลับไปดูถึงกลไกการทำงานระดับรากฐานของทั้งคู่ครับ เพราะความแตกต่างทางกายภาพนี่แหละ คือตัวกำหนดความเร็วที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว
เจาะลึก HDD จานหมุนรุ่นเก๋าที่เน้นความจุ
HDD หรือ Hard Disk Drive คือเทคโนโลยีที่อยู่คู่โลกคอมพิวเตอร์มาหลายสิบปี หลักการทำงานของมันเหมือนกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงครับ ภายในกล่องเหล็กนั้นประกอบด้วยจานแม่เหล็กที่หมุนด้วยความเร็วสูง (Platter) และมีหัวอ่าน (Head) ที่ยื่นเข้าไปเขียนหรืออ่านข้อมูลบนจานนั้น
ทำไม HDD ถึงทำให้คอมช้า ลองจินตนาการว่าคุณต้องการหาหนังสือสักเล่มในห้องสมุดขนาดใหญ่ คุณต้องเดินไปที่ชั้นวาง ไล่หาทีละเล่ม พอจะเอาเล่มใหม่ก็ต้องเดินไปอีกชั้นหนึ่ง การทำงานของ HDD ก็เป็นแบบนั้นครับ ทุกครั้งที่คุณเปิดโปรแกรมหรือบูต Windows หัวอ่านจะต้องขยับไปมาเพื่อหาข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่บนจานหมุน
กระบวนการทางกายภาพเหล่านี้กินเวลาครับ แม้จานจะหมุนเร็วแค่ไหน แต่ก็ยังมีความหน่วง (Latency) ในการขยับหัวอ่าน ยิ่งข้อมูลเยอะหรือกระจัดกระจายมากเท่าไหร่ ความเร็วยิ่งตกลงมากเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาเปิดเครื่องไฟฮาร์ดดิสก์ถึงกระพริบรัวๆ และมีเสียงครืดคราด เพราะหัวอ่านกำลังวิ่งวุ่นทำงานอยู่นั่นเอง
จุดเด่นที่ยังเหลืออยู่ HDD ยังไม่ตายจากโลกนี้เพราะเรื่องของ ราคาต่อความจุ ครับ ปัจจุบันเราสามารถซื้อ HDD ขนาด 4TB หรือ 8TB ได้ในราคาที่จับต้องได้ มันจึงเหมาะมากสำหรับใช้เป็นโกดังเก็บข้อมูล เก็บไฟล์หนัง หรือไฟล์งานเก่าๆ ที่ไม่ได้เรียกใช้บ่อย และข้อได้เปรียบอีกอย่างที่ HDD ยังคงดีกว่า SSD มากในการเก็บไฟล์สำคัญ ก็คือเรื่องของการกู้ข้อมูลครับ การกู้ข้อมูลใน HDD นั้นทำได้ง่ายและโอกาสสำเร็จมีมากกว่า SSD ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย หรือเป็นไปได้ยาก
เจาะลึก SSD ชิปความเร็วสูงที่ไร้กลไก
SSD หรือ Solid State Drive คือเทคโนโลยีที่เข้ามาปฏิวัติวงการ มันไม่มีจานหมุน ไม่มีหัวอ่าน และไม่มีชิ้นส่วนใดที่ขยับเขยื้อนได้เลย ภายในของมันคือแผงวงจรและชิปหน่วยความจำแบบ Flash Memory ชนิดเดียวกับที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์แต่เกรดสูงกว่าและเร็วกว่ามาก
ทำไม SSD ถึงเร็วกว่าแบบไม่เห็นฝุ่น ถ้า HDD คือการเดินหาหนังสือในห้องสมุด SSD ก็คือการ “เสก” หนังสือให้มาอยู่ในมือทันทีครับ
เนื่องจากเป็นการเข้าถึงข้อมูลด้วยไฟฟ้าผ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มันไม่มีความหน่วงในการหมุนจานหรือขยับหัวอ่าน ไม่ว่าข้อมูลจะอยู่ส่วนไหนของชิป ก็สามารถดึงมาใช้ได้ทันที (Random Access) ส่งผลให้การบูต Windows จากที่เคยใช้เวลา 2 นาที ลดลงเหลือเพียง 10 ถึง 15 วินาทีเท่านั้น รวมถึงการเปิดโปรแกรมหนักๆ อย่าง Photoshop หรือเกม ก็ทำได้รวดเร็วทันใจ
ประเภทของ SSD ที่ควรรู้ ในปัจจุบัน SSD แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามการเชื่อมต่อครับ
SATA SSD หน้าตาเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเหมือน HDD ตัวเล็ก ความเร็วสูงกว่า HDD ประมาณ 5 เท่า เหมาะสำหรับอัปเกรดคอมรุ่นเก่า
NVMe M.2 หน้าตาเป็นแผ่นยาวๆ เหมือนแรม เสียบลงบนเมนบอร์ดโดยตรง ความเร็วสูงกว่า HDD ได้ถึง 20 หรือ 30 เท่า เป็นมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ยุคปัจจุบัน
คอขวดและเทคโนโลยีที่พัฒนา เหตุผลที่ต้องเปลี่ยน
หลายคนเข้าใจผิดว่าคอมช้าต้องเพิ่ม RAM หรือเปลี่ยน CPU แต่ความจริงแล้ว อุปกรณ์เหล่านั้นมีความเร็วสูงมากครับ สูงจนกระทั่งต้องมานั่งรอ HDD ส่งข้อมูลให้ไม่ทัน
สภาวะนี้เรียกว่า Bottleneck หรือคอขวดครับ เปรียบเสมือนคุณมีรถซูเปอร์คาร์ (CPU แรง) ที่วิ่งบนถนนลูกรัง (HDD ช้า) ต่อให้เครื่องยนต์แรงแค่ไหน รถก็วิ่งเร็วไม่ได้ การเปลี่ยนมาใช้ SSD เปรียบเสมือนการลาดยางถนนใหม่ ทำให้ CPU และ RAM สามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้เต็มที่ ข้อมูลถูกส่งหากันได้อย่างลื่นไหล
ใครบ้างที่ควรเปลี่ยน
คำตอบคือ “ทุกคน” ที่ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลหลักเป็น HDD อยู่ครับ
หากคุณเป็นคนที่หงุดหงิดกับการรอคอมบูตเครื่องนานๆ เบื่อที่โปรแกรมค้างเวลากด Save หรือเล่นเกมแล้วโหลดฉากไม่ทันเพื่อน การเปลี่ยนมาใช้ SSD คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในบรรดาการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
คุณไม่จำเป็นต้องทิ้ง HDD ตัวเก่าครับ สูตรยอดนิยมคือการใช้ SSD ความจุพอประมาณ (เช่น 250GB หรือ 500GB) เพื่อลง Windows และโปรแกรมต่างๆ เพื่อความเร็ว แล้วใช้ HDD ตัวเดิมเป็นไดรฟ์ D สำหรับเก็บไฟล์รูปภาพและเอกสาร วิธีนี้จะทำให้คุณได้ทั้งความเร็วระดับจรวดและความจุที่เหลือเฟือในงบประมาณที่ประหยัดครับ
Digital Marketer และนักพัฒนาเว็บไซต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน WordPress และ Technical SEO ผสมผสานทักษะด้านเทคโนโลยีและการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเว็บไซต์ที่ปลอดภัยและทำงานได้รวดเร็ว พร้อมวางกลยุทธ์โฆษณา Google Ads ที่แม่นยำและวัดผลได้