Franchise-Model-ปั้นธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์-ต้องเตรียมตัวอย่างไร

Franchise Model ปั้นธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร

การขยายสาขาด้วยตัวเองอาจต้องใช้เงินทุนและแบกรับความเสี่ยงสูง การทำแฟรนไชส์ จึงเป็นทางลัดในฝันของเจ้าของธุรกิจหลายคน ที่อยากเห็นแบรนด์ของตัวเองเติบโตไปทั่วประเทศ หรือทั่วโลก โดยใช้เงินทุนและแรงงานของพาร์ทเนอร์ค่ะ แต่การเปลี่ยนจาก เจ้าของร้าน มาเป็น เจ้าของแฟรนไชส์ ไม่ใช่แค่การขายชื่อร้านหรือสูตรอาหารแล้วจบ แต่เป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการขายสินค้า (B2C) มาเป็นการขาย ระบบความสำเร็จ (B2B) ให้กับคนอื่น

วันนี้จะพามาเช็กลิสต์กันค่ะว่า ถ้าอยากปั้นธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ไม่ใช่แค่ขายดีแล้วพัง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

สำรวจความพร้อม ธุรกิจเราดีจริง หรือแค่ กระแส

1. สำรวจความพร้อม ธุรกิจเราดีจริง หรือแค่ กระแส?

  • มีกำไรที่พิสูจน์ได้ ธุรกิจต้องเปิดมานานพอสมควร (ควรเกิน 1-2 ปี) และมีผลประกอบการที่มีกำไรชัดเจน ไม่ใช่แค่ขายดีแต่ขาดทุนกำไร
  • ทำซ้ำได้ ความอร่อยหรือความสำเร็จต้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ตัวเจ้าของ เพียงคนเดียว ถ้าขาดคุณแล้วร้านเดินต่อไม่ได้ แปลว่ายังไม่พร้อมทำแฟรนไชส์ค่ะ
  • แบรนด์เป็นที่รู้จัก ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ต้องแข็งแรงพอที่คนจะยอมจ่ายเงิน เพื่อซื้อชื่อไปใช้
คู่มือปฏิบัติงาน Operation Manual SOP

2. คู่มือปฏิบัติงาน Operation Manual / SOP

ระบบแฟรนไชส์คุณต้องถอดบทเรียนความสำเร็จออกมาเป็นคู่มือ ที่ใครหยิบไปอ่านก็ทำตามได้เป๊ะๆ 

SOP (Standard Operating Procedure) ต้องระบุละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดร้าน การเตรียมวัตถุดิบ การต้อนรับลูกค้า ไปจนถึงการทำความสะอาด และ ปิดร้าน 

มาตรฐานคุณภาพ รสชาติ สาขาเชียงใหม่กับภูเก็ตต้องเหมือนกัน การบริการต้องมาตรฐานเดียวกัน คู่มือนี้จะเป็นตัวควบคุมคุณภาพแทนตัวคุณค่ะ

วางโครงสร้างราคาและผลตอบแทน

3. วางโครงสร้างราคาและผลตอบแทน 

เรื่องเงินทองต้องโปร่งใสและยุติธรรมค่ะ คุณต้องคำนวณให้ดีว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะคืนทุนเมื่อไหร่ และคุณจะได้กำไรจากส่วนไหน

  • Franchise Fee ค่าแรกเข้า ค่าธรรมเนียมก้อนแรกสำหรับการใช้สิทธิ์ชื่อและระบบ
  • Royalty Fee ค่าธรรมเนียมรายเดือน ส่วนแบ่งจากยอดขาย (เช่น 3-5%) เพื่อเป็นค่าดูและและพัฒนาแบรนด์ต่อเนื่อง
  • Marketing Fee ค่าโฆษณากลาง เพื่อนำไปทำการตลาดให้แบรนด์ในภาพรวม

Tip โมเดลที่ดีคือ Win-Win ค่ะ ถ้าตั้งราคาแพงเกินไปจนลูกค้าอยู่ไม่ได้ สุดท้ายแบรนด์แม่ก็จะล้มตามไปด้วยค่ะ

สัญญาและกฎหมาย

4. สัญญาและกฎหมาย 

อย่าดาวน์โหลดสัญญาฟรีจากอินเทอร์เน็ตมาใช้นะคะ สัญญาแฟรนไชส์มีความละเอียดอ่อนมาก ต้องครอบคลุมเรื่อง 

  • สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เครื่องหมายการค้า สูตรลับ โลโก้
  • เขตพื้นที่การขาย เพื่อป้องกันไม่ให้สาขาแย่งลูกค้ากันเอง
  • เงื่อนไขการยกเลิกสัญญา หากแฟรนไชส์ซีทำลายชื่อเสียงแบรนด์ เราต้องมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาได้ทันที
ระบบสนับสนุนและการฝึกอบรม

5. ระบบสนับสนุนและการฝึกอบรม

หน้าที่ของคุณเปลี่ยนไปแล้วค่ะ จากคนขายของ กลายมาเป็นพี่เลี้ยง คุณต้องเตรียมทีมงานเพื่อ

  • Training อบรมพนักงานของสาขาแฟรนไชส์ให้เก่งเหมือนพนักงานของคุณ
  • Marketing วางแผนการตลาดระดับประเทศ โปรโมชั่นแคมเปญต่างๆ
  • Audit ทีมตรวจสอบคุณภาพที่ต้องคอยสุ่มตรวจสาขาต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้แฟรนไชส์ไปไม่รอด

  1. เน้นขายสาขาเอาเงินก้อน ไม่สนใจว่าคนซื้อไปจะรอดไหม เน้นขายจำนวนเยอะๆ สุดท้ายสาขาเหล่านั้นปิดตัวลง ชื่อเสียงแบรนด์ก็พังตาม
  2. คัดเลือกคนไม่ดี ใครมีเงินก็ขายให้หมด โดยไม่ดูทัศนคติหรือความตั้งใจในการทำธุรกิจ
  3. ไม่มีระบบซัพพลายเชน เมื่อสาขาเยอะขึ้น การส่งวัตถุดิบต้องแม่นยำ ถ้าของขาด ของเสีย สาขาก็ขายไม่ได้

การปั้นธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำสำเร็จ มันคือ Passive Income และการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่คุ้มค่ามากค่ะ สำคัญคือ ความใส่ใจในความสำเร็จของพาร์ทเนอร์ ถ้าสาขาเขาอยู่ได้ แบรนด์เราก็อยู่ได้ค่ะ เตรียมธุรกิจของคุณให้พร้อม วางระบบให้แน่น แล้วค่อยก้าวสู่แฟรนไชส์อย่างมั่นใจนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


ติดต่อ "แว่นTalk"